ผอ.กราบนักเรียนเผย-เด็กเกรียน ขอขมา เลขากพฐ.สอบด่วน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ผอ.กราบนักเรียนเผย-เด็กเกรียน ขอขมา เลขากพฐ.สอบด่วน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ม.ค. 2559 06:12
17,513 ครั้ง


ยกเครื่องวินัยนร.ทั่วประเทศ โลกโซเชียลมีทั้งหนุน-ค้าน

สพฐ.สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์ ก้มกราบลูกศิษย์ “การุณ” หวั่นเกิดพฤติกรรมเลียนแบบก้าวร้าว เตรียมยกเครื่องวินัยนักเรียนทั่วประเทศ พร้อมเชิญ ผอ.โรงเรียนฯมาสอบถาม ปรับพฤติกรรมการบริหารงานให้มีความเหมาะสมกว่านี้ ด้านสภาเด็กและเยาวชนจวกลูกศิษย์เกรียนไม่เคารพครูบาอาจารย์

กลายเป็นเรื่องที่ตกตะลึงกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ คุกเข่าก้มกราบลูกศิษย์ของตัวเองต่อหน้านักเรียนหลายร้อยคน เพื่อขอโทษเด็ก ม.6 คนหนึ่งที่ไม่พอใจ ผอ.โรงเรียนฯพูดหน้าเสาธงนานเกินไป เหตุเกิด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้สอบถามไปยังนายอนันต์ ทรัพย์วารี ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์แล้ว ยืนยันว่าได้คุกเข่าลงกราบเด็กนักเรียนจริง โดยเรื่องที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากมีประเด็นความไม่เข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับกรณีที่ทางโรงเรียนได้สั่งตัดต้นอโศกที่ปลูกอยู่หน้าตึกแม้นศึกษาสถาน และจะนำต้นรำเพยซึ่งเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนมาปลูกแทน รวมไปถึง ความไม่เข้าใจกรณีที่ทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการการจัดการเรียนการสอน ดังนั้นนายอนันต์จึงใช้เวลาช่วงที่เข้าแถวเคารพธงชาติของนักเรียนในตอนเช้าเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ โดยขอเวลาในการชี้แจง 20 นาที แต่ท่านได้พูดเกินเวลาไป 5 นาที จึงมีเด็กนักเรียนชั้น ม.6 คนหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่า ผอ.พูดเกินเวลาที่ขอไว้ และให้ ผอ.ยกมือไหว้ขอโทษ ซึ่งนายอนันต์คิดว่าตัวเองได้พูดเกินเวลาจริง จึงได้ยกมือไหว้ขอโทษเด็กนักเรียนไป เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาบานปลาย

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นแม้ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์จะระบุว่าการไหว้เด็กนักเรียนเป็นการแก้ปัญหา ไม่ให้เกิดบานปลาย แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจจะถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมการบริหารที่ไม่เหมาะสม ที่จริงการเป็นผู้บริหารมีเทคนิค และวิธีการที่เป็นทางออกที่เหมาะสมมากกว่านี้ ขณะที่ตัวเด็กนักเรียนเองก็ต้องถือว่ามีพฤติกรรมที่ก้้าวร้าวไม่เหมาะสม ดังนั้น ในวันจันทร์ที่ 25 ม.ค.นี้ ตนจะเชิญ ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์ มาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการบริหารงานและการวางตัวที่เหมาะสม ขณะเดียวกันได้สั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 และทางโรงเรียนเทพศิรินทร์เชิญผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนชั้น ม.6 คนดังกล่าวมาทำความเข้าใจและปรับปรุงพฤติกรรมเสียใหม่ อย่างน้อยนักเรียนต้องรู้จักสิทธิและหน้าที่และมีวินัย ตัวเองอยากให้คนอื่นเคารพสิทธิของตัวเอง แต่ก็ต้องหัดเคารพสิทธิของคนอื่นด้วยเช่นกัน

“ผมได้สั่งการให้ สพม.เขต 1 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจจะต้องมีการสอบสวนในเชิงลึกด้วย พร้อมทั้งรายงานให้ผมทราบโดยเร็ว ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นได้สอบถามผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน และผู้อำนวยการโรงเรียนหลายคนต่างเห็นตรงกันว่าผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ตัดสินใจกระทำพฤติกรรมเช่นนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม ผู้บริหารมีหลักการบริหารงานที่หลาก หลาย ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งนี้เช้าวันจันทร์ที่ 25 ม.ค. ผมจะหารือเรื่องนี้กับคณะทำงานของผมก่อน ส่วนช่วงบ่ายจะเชิญนายอนันต์ มาพูดคุย ซึ่งผมยอมรับว่ารู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้พอสมควร เกรงว่าจะมีเด็กนักเรียน ลอกเลียนพฤติกรรมเกรียนๆแบบนี้ เห็นทำกันได้ก็จะทำตามกัน ดังนั้น สพฐ.จะยกเครื่องเรื่องพฤติกรรมของนักเรียนครั้งใหญ่ โดยจะต้องเร่งส่งเสริมให้นักเรียนมีวินัย รู้จักสิทธิ และหน้าที่ของตัวเอง ที่สำคัญต้องเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย ที่ผ่านมา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ.ได้มอบเป็นนโยบายสำคัญ และ สพฐ.เองเพิ่งมอบนโยบายให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศไปผลักดันให้โรงเรียนได้นำไปปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่สำคัญยังเน้นย้ำไปแล้วว่า เวลานี้หลายโรงเรียนมักมีนักเรียน รวมตัวประท้วงผู้บริหาร ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาจะต้องรีบทำความเข้าใจด้วยกระบวนการและหลักการบริหารที่เหมาะสม” นายการุณกล่าว

ขณะเดียวกัน มีความคิดเห็นจากหลายฝ่ายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดย น.ส.พีรญา ภูศรีคชไกร นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ในฐานะประธานสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2559 กล่าวว่า การที่นักเรียนพูดแทรกขึ้นมาระหว่างที่ ผอ.โรงเรียนกำลังพูดหน้าแถวนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะแม้ว่าเวลาการพูดหน้าแถวของ ผอ.โรงเรียนแต่ละแห่ง จะพูดเกินเวลาไปบ้าง นักเรียนที่เข้าแถวอาจจะร้อน แต่ฐานะที่เป็นเด็กนักเรียนควรที่จะเคารพครู อาจารย์ หากไม่พอใจอะไรก็ควรที่จะไปแสดงความคิดเห็นผ่านทางกล่องรับความคิดเห็นของทางโรงเรียนจะดีกว่า

ด้านนายณรงค์ ฟับประโคน ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะขณะนี้เป็นเพียงรับทราบข่าวผ่านสื่อ แต่ในมุมมองของตนมองเรื่องของความเหมาะสม เพราะภาพที่ปรากฏออกมาก็เห็นชัดเจนว่า ผอ.โรงเรียนยกมือไหว้นักเรียน ซึ่งตนคิดว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ความเป็นเด็กนักเรียนควรที่จะเคารพนับถือครูบาอาจารย์ การที่ ผอ.โรงเรียนจะใช้เวลาในการอบรมสั่งสอนเด็กเป็นเรื่องปกติ

ทั้งนักเรียนก็ไม่สามารถไปจำกัดเวลาการอบรมสั่งสอนของครูบาอาจารย์ได้ ส่วนเด็กอาจมองเป็นเรื่องของสิทธินั้น ตนคิดว่าเด็กก็ควรรู้จักสิทธิและรู้จักหน้าที่ ไม่ใช่รู้สิทธิแต่ไม่รู้หน้าที่ หรือรู้ แต่ก็ใช้สิทธิเกินขอบเขต นอกจากนี้ หากจะโทษสื่อที่นำ เสนอข่าวจนเกิดผลกระทบ ตนเชื่อว่าสื่อก็นำเสนอไปตามข้อมูลที่รับมา และภาพที่ออกมาก็เห็นชัดเจน จะโทษสื่อฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้อง ต้องโทษที่ต้นเหตุของเรื่องที่ทำให้เกิดขึ้นจนปรากฏผ่านสื่อ หากไม่มีเหตุก็คงไม่มีข่าวนี้เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสายวันเดียวกัน มีบุคคลอ้างว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยอ้างว่าเป็นเพื่อนของนักเรียนชั้น ม.6 ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ก้มลงกราบ และเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทางสื่อนำเสนอ และจะมีการทำแถลงการณ์เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนจะมีการวางสายไป แต่แล้วก็ไม่ได้มีการส่งแถลงการณ์มาให้ผู้สื่อข่าวตามที่ระบุแต่อย่างใด

ต่อมา นายประสิทธิ์ มีแต้ม นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเทพศิรินทร์ เปิดเผยถึงกรณีที่เป็นข่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง รวมทั้งยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ ผอ.โรงเรียนทำไปนั้นมีเจตนาอะไร และคิดว่าท่านไม่ควรจะก้มลงไปกราบเด็ก แค่กล่าวคำขอโทษก็น่าจะพอแล้ว ส่วนนักเรียนที่ตำหนิ ผอ.โรงเรียนเพียงเพราะว่าท่านพูดเกินเวลาที่ท่านขอนั้น นักเรียนก็ทำเกินไป อย่างไรก็ตาม ขอตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อน จากนั้นทางสมาคม คงมาพูดคุยว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากมีกระแสข่าวดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยบางส่วนให้กำลังใจ ผอ.โรงเรียน ในขณะที่บางส่วนก็ตำหนิ ผอ.โรงเรียนว่ากระทำตัวไม่เหมาะสม รวมถึงนักเรียน ม.6 รายดังกล่าวว่า มีพฤติกรรมก้าวร้าวด้วย โดยในเว็บไซต์แห่งหนึ่งอ้างว่า ได้พูดคุยกับนักเรียนชาย ม.6 รายดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย และนำข้อความมาเผยแพร่ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยระบุว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา ผอ.ได้เรียกนักเรียนชั้น ม.6 กับ ม.5 ลงไปเข้าแถวที่สนามฟุตซอลก่อนที่จะพูด ผอ.ได้บอกว่า จะขอเวลาประมาณ 20 นาที พอผ่านไป 25 นาที ท่านก็เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถาม ผมจึงบอกท่านไปว่า ตอนนี้ 25 นาทีแล้วครับ ผอ.จึงเรียกผมออกไปที่หน้าแถว และจากนั้นท่านก็คุกเข่าและจะกราบผม ผมตกใจมากครับ ผมจึงรีบลงไปประคองท่าน แล้วบอกว่าไม่ต้องกราบผมครับ ผมแค่แย้งเรื่องเวลา แต่ท่านก็ดึงดันที่จะกราบ แล้วท่านก็ให้ผมกลับเข้าแถว ซึ่งจากเหตุการณ์ผมก็รู้ครับว่าผมผิดและยับยั้งสติไม่ทันตอนพูด ผมก็ได้เข้าพบ ผอ.เพื่อขอขมา และตกลงว่าจะขอขมาหน้าแถววันจันทร์

ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนันต์ ทรัพย์วารี ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้ทำหนังสือที่ ศธ 04234.03/97 ถึงนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ. และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยระบุเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงตามที่หนังสือพิมพ์รายงานข่าว ยกเว้นกรณีนักเรียนสั่งให้ ผอ.กราบ โดยนักเรียนคนดังกล่าวพูดโวยวายด้วยอาการที่ไม่เหมาะสม จึงหยุดพูดและพูดทีเล่นทีจริงไปว่าตอนเรียนขยันอย่างนี้มั้ย และเตือนให้รู้จักกาลเทศะ แต่นักเรียนแสดงอาการที่ไม่ยืดหยุ่น จึงเชิญมาหน้าแถว และพูดขอโทษที่พูดเกินเวลาไป 5 นาที แต่นักเรียนก็ยังไม่รับคำขอโทษและยังต่อว่า ผอ.พูดเกินเวลา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในท่ายืนทั้งคู่ ผอ.จึงยกมือไหว้และกล่าวคำขอโทษอีก นักเรียนคนดังกล่าวก็ยังแสดงอาการไม่ยอมรับ จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลดพฤติกรรมดังกล่าวลง เมื่อเด็กกระด้างก็ต้องอ่อน จึงลดตัวลงนั่งนักเรียนคนดังกล่าวก็นั่งตามแต่ยังเตือนว่า ผอ.ทำผิดที่เกิน เวลา จึงต้องการสอนนักเรียนและทำให้ถึงจุดที่เด็กต้องยอม เลยบอกว่าจะให้กราบก็ได้จึงยกมือขึ้นทำท่ากราบ ทำให้นักเรียนคนดังกล่าวตกใจมาดึงมือไว้ขณะที่กำลังจะก้มกราบ และบอกว่า ผอ.ไม่ต้องทำอย่างนี้ จึงบอกให้กลับไปได้

นายอนันต์ยังระบุในรายงานด้วยว่า หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง นักเรียนคนดังกล่าวเข้ามาขอพบ แต่ตนก็ยังไม่ให้พบจนอีก 1 ชั่วโมงต่อมา นักเรียนคนดังกล่าวกลับมาอีกพร้อมพวงมาลัยและมาขอขมา ตนจึงอบรมและรับไหว้ขอขมา และให้นำพวงมาลัยไปกราบพระรูปสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี และบอกว่าวันจันทร์จะไปพบนักเรียน ม.6 ทั้งหมดที่สนามบาสเกตบอล และชี้แจงให้นักเรียนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด สรุปแล้วตนได้สอนให้นักเรียนรู้ว่าครูทำผิดก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะขอโทษนักเรียน ส่วนนักเรียนที่ผิดกาลเทศะก็ต้องอบรมและสอนให้รู้ เมื่อเขาแข็งมาเราอ่อนไปซึ่งก็ได้ผล ถึงแม้จะช้าแต่ทำให้เด็กเป็นคนดีรู้จักกาลเทศะ ไม่ใช่เรื่องที่เสียศักดิ์ศรีความเป็นครู การสร้างนักเรียนให้เป็นคนดีมีความรู้ คู่คุณธรรม หากตนจะทำให้เด็กดีขึ้นมาแม้จะ 1 คนก็ถือว่าเพิ่มคนดีในสังคม

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.1%
  • ไม่ชอบ
    49.3%
  • สนุก
    6.5%
  • ประหลาดใจ
    5.0%
  • เสียใจ
    7.4%
  • ให้กำลังใจ
    18.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement