รอคิวแรมเดือน อบรมยืดยาว...เหตุไฉนทำใบขับขี่ใช้เวลาแสนนาน? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

รอคิวแรมเดือน อบรมยืดยาว...เหตุไฉนทำใบขับขี่ใช้เวลาแสนนาน?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 05:30
38,070 ครั้ง


ปัญหาการทำใบขับขี่ รอคิวนาน เป็นเรื่องที่หลายคนต่างประสบพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ศูนย์ใหญ่อย่าง สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) เรียกได้ว่า คนล้นหลามจนไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเลยทีเดียว รวมทั้งปัญหาของผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพว่า จะมีวิธีใดบ้างที่ให้บทเรียนกับผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพหากพบว่ามีการกระทำความผิดจากการใช้รถ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงนำปัญหาข้างต้นนี้ไปพูดคุยกับ นายณันทพงศ์ เชิดชู ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ถึงการจัดการด้านใบขับขี่ ทำไมรอคิวนานแสนนาน และมาตรการจัดการยึดใบขับขี่ตลอดชีพหากทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการลัดคิวของโรงเรียนสอนขับรถทำได้จริงหรือไม่ มีคำตอบด้านล่างนี้...

ใบขับขี่ประเภทต่างๆ
ผสพ.5 จตุจักร เผย จำนวนใบขับขี่ตลอดชีพ รถยนต์-จยย.11 ล้านฉบับ

นายณันทพงศ์ เชิดชู ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ผสพ.5 จตุจักร) ได้เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงจำนวนใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ตลอดชีพว่า ในปัจจุบันมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ ประมาณ 6 ล้านฉบับ ส่วนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล มีประมาณ 5 ล้านฉบับ จากภาพรวมจำนวนใบขับขี่ทั้งหมด 30 ล้านฉบับ ขณะที่ จำนวนรถในประเทศไทยทั้งหมดรวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 38 ล้านคัน

สำหรับสาเหตุที่กรมการขนส่งฯ จะสามารถยึดใบขับขี่ตลอดชีพได้มีหลายกรณี เช่น การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือหนังสือแจ้งที่เป็นทางการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้างหรือเจ้าพนักงานจราจร และการต้องคำพิพากษาถึงที่สุดได้รับโทษจำคุก โดยจะต้องเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์โดยเฉพาะ เช่น ใช้รถในการกระทำความผิด ใช้รถไปก่อคดี ใช้รถไปประทุษร้ายร่างกาย ใช้รถไปข่มขู่สร้างความเดือดร้อน รวมทั้ง การใช้รถยนต์เพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ซึ่งหากมีพฤติกรรมข้างต้น ถือว่าเข้าข่ายที่จะถูกกรมการขนส่งฯ ยึดใบอนุญาตขับขี่ได้

บัตรคิว รอเรียกเพื่อจองคิวอบรมทำใบขับขี่
รอคิวแรมเดือน อบรมยืดยาว...กว่าจะได้ใบขับขี่ ไฉนใช้เวลาแสนนาน?

3 สเต็ปการขอใบอนุญาตขับขี่ 1.จองคิวเพื่ออบรม 2.เข้ารับการอบรม 4 ชั่วโมง พร้อมสอบภาคทฤษฎี 3.สอบภาคปฏิบัติ หากผ่านทุกขั้นตอนจะได้รับใบอนุญาตขับขี่ แต่หากนับดูแล้ว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น กว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ประชาชนบางรายถึงขั้นรอคิวนาน 3-4 เดือน

ปัญหาการรอทำใบขับขี่นาน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้างนั้น นายณันทพงศ์ อาสาไขข้อข้องใจของประชาชนให้กระจ่างว่า หากหันมองดูประเทศรอบข้าง อย่างประเทศญี่ปุ่น การจะทำใบขับขี่ได้นั้น จะต้องใช้ระยะเวลา 70 ชั่วโมง และในหลายๆ ประเทศก็ไม่น้อยไปกว่าประเทศไทย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่กำลังยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของการขับขี่ เนื่องจากยังพบว่า สถิติอุบัติเหตุในประเทศไทยยังมีอยู่สูงมาก ฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหันกลับมายกระดับมาตรฐานของผู้ขับขี่ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น

กรมการขนส่งฯ จึงเริ่มจากมาตรการด้านใบขับขี่ โดยเพิ่มชั่วโมงการอบรม จาก 1 ชั่วโมง เป็น 2 ชั่วโมง กระทั่ง ปัจจุบันเพิ่มมาเป็น 4 ชั่วโมง นอกจากกระบวนการอบรมแล้วนั้น ยังมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สายตา และต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี โดยในอดีตมีข้อสอบเพียง 30 ข้อ แต่ปัจจุบันเพิ่มความเข้มข้นเป็น 50 ข้อ

ช่องรอเรียกคิวให้บริการประชาชนที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5

หลังจากนั้น ต้องทำการทดสอบภาคปฏิบัติ คือ ขับรถในสนามสอบขับรถจริง และที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนประชาชนที่เข้ามาติดต่อขอทำใบอนุญาตขับขี่ใหม่ หรือ เข้ามาต่อใบอนุญาต มีปริมาณมาก ทำให้คิวของทางราชการต้องยืดยาวออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำใบขับขี่ใหม่จะต้องเข้ารับการอบรมก่อน โดยห้องอบรมมีที่นั่งจำกัด ไม่สามารถยืนหรือเสริมเก้าอี้ได้ เพราะผู้เข้าอบรมจะต้องได้เนื้อหาสาระอย่างครบถ้วน เพื่อเป็นคนที่มีคุณภาพในการขับขี่ ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุให้การทำใบอนุญาตขับขี่ต้องใช้ระยะเวลานาน

“จำนวนผู้ทำใบขับขี่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะเมื่อประชาชนเติบโตขึ้นมามีอายุครบเกณฑ์ก็มักจะนิยมมาทำใบอนุญาตขับขี่ไว้ ยิ่งอัตราการเติบโตของคนในสังคมเพิ่มขึ้น อัตราการครบรอบอายุทำใบอนุญาตขับขี่เพิ่มขึ้นตามวัฏจักร” นายณันทพงศ์ ระบุ

จองคิวอบรมข้ามเดือน ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5
เจาะ 4 ข้อ วิธีแก้ปัญหาทำใบขับขี่นาน!

นายณันทพงศ์ กล่าวถึงวิธีการแก้ปัญหาประชาชนรอทำใบขับขี่นานว่า ประการแรก จะให้เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งฯ ดำเนินการด้วยความกระฉับกระเฉง ในช่วงที่เป็นช่องงานบริการประชาชนจะไม่มีพักเที่ยง ประการที่สอง มีหน่วยบริการของกรมการขนส่งฯ ออกไปบริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งคิวกันนาน

ประการที่สาม เปิดระบบจองคิวผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์เข้ามาจองคิว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งโดยประชาชนไม่ต้องเสียเวลามาจองคิวถึงสำนักงานขนส่งฯ ประการสุดท้าย กรมการขนส่งฯ ได้ทำ MOU ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภาครัฐหลายแห่ง เพื่อช่วยเปิดอบรมภาคทฤษฎี 4 ชั่วโมง จากนั้น สถานศึกษาจะออกใบรับรองว่า บุคคลนั้นได้อบรมครบตามหลักสูตรแล้ว เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาจองคิวอบรมกับทางกรมการขนส่งฯ แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเรื่องสถานที่ และวิทยากรที่มาอบรมด้วย

นายณันทพงศ์ เชิดชู ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ผสพ.5 จตุจักร)
การเข้มงวดทำใบขับขี่ หนุนอุบัติเหตุลดลงจริงหรือ?

กว่าจะผ่านขั้นตอนทำใบขับขี่ แสนจะลำบากยากเข็ญ จะช่วยส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงหรือไม่นั้น นายณันทพงศ์ ยอมรับว่ามีส่วนเช่นกัน หากไม่มีการเข้มงวด ไม่ยกระดับให้มีมาตรฐาน เชื่อว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุมีมากกว่านี้

ขณะที่ กรมการขนส่งฯ กำลังเร่งเพิ่มมาตรฐาน เพิ่มคุณภาพ แต่อุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องการเจริญเติบโตของสังคม การเดินหน้าของจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากจะทำให้อุบัติเหตุลดลงในทันทีทันใดนั้นเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องหามาตรการควบคุมความปลอดภัย เช่น มีสัญญาณไฟชัดเจน มาตรฐานถนนดี มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อช่วยให้จำนวนอุบัติเหตุและผู้ฝ่าฝืนลดน้อยลง ซึ่งมาตรการทำใบขับขี่ตอบสนองโจทย์นี้ไม่ได้ทั้งหมด

“ผู้ขับขี่บางคนสามารถสอบผ่านข้อเขียน สอบปฏิบัติได้ทั้งหมด แต่หากยังขาด ‘จิตสำนึก’ ยังเมาแล้วขับ เป็นนักซิ่ง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อน ไม่ว่าอย่างไรอุบัติเหตุก็ลดลงยาก ฉะนั้น ใบขับขี่ต้องเพิ่มมาตรฐานให้สูงขึ้น และการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเข้มงวดขึ้นเช่นกัน จึงจะสามารถช่วยให้อุบัติเหตุในประเทศไทยลดน้อยลง” ผอ.สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 กล่าว

ระบบจองที่นั่งอบรมแบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปจองที่กรมการขนส่งฯ
ส่องอัตราค่าบริการ ‘โรงเรียนสอนขับรถ’

การสมัครเรียนฝึกหัดขับรถยนต์นอกเวลาราชการ (13 ชั่วโมง) ของโรงเรียนการขนส่ง อัตราค่าใช้จ่าย ค่าบำรุงการศึกษา 650 บาท ค่าประกันความเสียหายอุปกรณ์สนาม 2,000 บาท (ถ้าอุปกรณ์ไม่เสียหายจะได้คืน) ค่าเช่ารถเพื่อฝึกหัดเรียน 2,700 บาทต่อหลักสูตร

ส่วนระยะเวลาในการเรียน 13 ชั่วโมง ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสมัคร เรียนทฤษฎี 4 ชั่วโมง เรียนเสร็จพร้อมสอบข้อเขียน และเรียนปฏิบัติ 9 ชั่วโมง (เรียนวันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง) พร้อมสอบปฏิบัติ เมื่อผ่านการสอบข้อเขียนและสอบปฏิบัติแล้ว โรงเรียนการขนส่งจะออกหนังสือรับรองเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการนำไปขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ โดยไม่ต้องทำการทดสอบใดๆ อีก

โรงเรียนการขนส่ง รับสอนขับรถพร้อมสอบทำใบขับขี่ โดยรับรองหลักสูตรจากกรมการขนส่งทางบก

เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนการขนส่ง (ไม่เปิดเผยชื่อ) กล่าวว่า หากเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถของเอกชน บางแห่ง เมื่อมีการสอบขับรถจะเชิญอาจารย์ที่กรมการขนส่งทางบกไปคุมสอบ และใช้สถานที่ของโรงเรียนนั้น เพื่อทำการทดสอบ และถ้าสอบผ่านทางโรงเรียนจะมีหนังสือรับรองให้มาออกใบขับขี่กรมการขนส่งทางบก แต่ค่าธรรมเนียมจะเสียแพงกว่าโรงเรียนการขนส่ง ซึ่งถือว่าถูกที่สุดแล้ว เนื่องจากเป็นระบบราชการ ไม่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมแพงได้

โรงเรียนสอนขับรถเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ กล่าวถึงหลักสูตรพิเศษว่า สำหรับผู้ที่ขับรถเป็นแล้ว แต่ยังไม่มีใบขับขี่ ทางโรงเรียนจะมีหลักสูตรพิเศษ ราคา 2,000 บาท โดยสอนท่าที่ใช้ในการสอบปฏิบัติ 4 ชั่วโมง และมีการอบรมให้ที่โรงเรียน รวมทั้งมีหนังสือและแนวข้อสอบให้ด้วย จากนั้น ทางโรงเรียนจะพาลูกค้าไปสอบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนจะรวดเร็วทันใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคิวของประชาชนที่มาเข้ารับการสอบใบขับขี่ในสำนักงานฯ

และหากเป็นการเรียนขับรถทั่วไป สามารถเลือกเรียนได้วันละ 2-4 ชม. ตั้งแต่ 8.00-21.00 น. เวลาเรียน 10-20 ชั่วโมง อัตราค่าเรียนเริ่มตั้งแต่ 3,000-6,000 บาท โดยโรงเรียนให้ความมั่นใจว่าถ้าอ่านหนังสือที่โรงเรียนให้ และฝึกท่าที่ต้องใช้สอบ ลูกค้าสามารถผ่านทุกการทดสอบ ทำใบขับขี่ได้ 100% โดยเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก

หลักสูตรขับรถยนต์ ของโรงเรียนการขนส่ง
เฉลยจากปาก ผสพ. 5 ‘โรงเรียนสอนขับรถ’ ลัดคิวได้จริงหรือ?

นายณันทพงศ์ ปฏิเสธถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมย้ำว่า โรงเรียนสอนขับรถคือหน่วยหนึ่งที่สามารถวอล์กอินเข้ามาหาหน่วยงานราชการ และต้องมาเข้าคิวเหมือนกับประชาชนทั่วไป

“โรงเรียนเป็นแหล่งที่มารับจ๊อบนอก อาจจะขายความสะดวกให้บางอย่าง เช่น สอน ติว พาไปติดต่อสถานที่ราชการ เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ที่รอบรู้ในด้านนี้ เขามีค่าบริการส่วนนั้น แต่กับทางกรมขนส่งฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย มันเป็นธุรกิจภายนอก เขาทำดี มีคุณภาพ สอนติวให้ลูกศิษย์ดี เพราะคนบางคนไม่มีเวลาไปอ่านหนังสือ โรงเรียนนั้นก็ได้รับความนิยมเอง ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย”

ใช้รถเพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน กรมการขนส่งฯ มีสิทธิ์ยึดใบอนุญาตขับขี่ได้

โดยโรงเรียนมี 2 ประเภท คือ โรงเรียนที่เปิดสอนขับรถและมีติวข้อสอบ กับ โรงเรียนสอนขับรถที่ถูกต้องตามระเบียบโดยมีกรมการขนส่งฯรับรอง โดยอย่างหลังถือว่ามีมาตรฐานเช่นเดียวกับกรมการขนส่งฯ และสามารถออกหนังสือรับรองมาให้กับกรมการขนส่งฯ ได้ว่า อบรมและทดสอบบุคคลต่อไปนี้และผ่านขั้นตอนแล้ว กรมการขนส่งฯ จะเชื่อถือในหนังสือรับรองนั้น ว่าอบรมมาแล้ว ทดสอบภาคทฤษฎีแล้ว ทดสอบปฏิบัติแล้ว หรือให้กรมการขนส่งฯ พิจารณาออกใบอนุญาตอย่างเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของโรงเรียนนั้นที่จะขอรับใบอนุญาตจากกรมว่าเขาจะเป็นโรงเรียนในระดับใด

“ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่ไม่ต้องเสียเวลารอนาน แต่ในเขตกทม. มีเพียง 4 โรงเรียนเท่านั้นที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งฯ และเชื่อว่าถ้าขั้นตอนไหนเสียเงินประชาชนจะไปน้อย แต่หากมาทำที่กรมการขนส่งฯ ของทางราชการ จะฟรีทุกอย่างทั้งการอบรม การสอบภาคทฤษฎี ปฏิบัติ โดยเสียแต่ค่าธรรมเนียมเมื่อได้ใบขับขี่เท่านั้นเอง” ผอ.สำนักขนส่งกรุงเทพฯ พื้นที่ 5 กล่าว

จำเป็นต้องหามาตรการควบคุมความปลอดภัย เช่น มีสัญญาณไฟชัดเจน มาตรฐานถนนดี มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อช่วยให้จำนวนอุบัติเหตุและผู้ฝ่าฝืนลดน้อยลง
โรงเรียนสอนขับรถ หย่อนยานด้านมาตรฐานหรือไม่?

ผอ.สำนักขนส่งกรุงเทพฯ พื้นที่ 5 กล่าวถึงมาตรฐานของโรงเรียนสอนขับรถว่า มาตรฐานของโรงเรียนสอนขับรถจะเป็นไปตามที่กรมการขนส่งฯกำหนด ทั้งห้องบรรยาย วิทยากร โดยเฉพาะหลักสูตรเนื้อหาต้องมาจากกรมการขนส่งฯ เท่านั้น เพียงแต่สถานที่นั้นเป็นของโรงเรียน ส่วนวิทยากรที่จะมาอบรมนั้น โรงเรียนจะต้องส่งประวัติ ผลการศึกษามาให้ทางกรมการขนส่งฯ เพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นใคร คุณวุฒิด้านไหน ประสบการณ์เป็นอย่างไร เพื่อให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี

หลังจากที่กรมการขนส่งฯ ออกใบอนุญาตให้โรงเรียนดำเนินการแทนได้นั้น กรมการขนส่งฯจะต้องเข้าไปกำกับดูแล ตั้งแต่เริ่มต้นเปิดโรงเรียน และตรวจสอบเป็นระยะ แต่ไม่ได้กำหนดเป็นรอบว่ากี่เดือนครั้ง แต่ให้ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งฯ ออกไปตรวจดู

“หากเจ้าหน้าที่พบว่าโรงเรียนไหนไม่ได้มาตรฐานเรามีสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้หลายเรื่อง เช่น แจ้งเตือนให้ปรับปรุง ระงับใช้ใบอนุญาตชั่วคราว คือ ต้องปิดตัวชั่วคราว หรือ เพิกถอนใบอนุญาต คือ ปิดตัวตลอดไป ก็ทำได้ ยังเป็นสิทธิ์ อำนาจของทางราชการอยู่” ผอ.สำนักขนส่งกรุงเทพฯ พื้นที่ 5 กล่าวทิ้งท้าย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    56.5%
  • ไม่ชอบ
    15.7%
  • สนุก
    9.0%
  • ประหลาดใจ
    7.2%
  • เสียใจ
    9.4%
  • ให้กำลังใจ
    2.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement