'เรือใบ' ระดมพลบุกรัง 'ขุนค้อน' หวังแซงขึ้นจ่าฝูง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'เรือใบ' ระดมพลบุกรัง 'ขุนค้อน' หวังแซงขึ้นจ่าฝูง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2559 06:00
1,642 ครั้ง


“เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ หวังบุกมาชำระแค้น “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่อัพตัน พาร์ก ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนนี้ (เสาร์ 23 ม.ค.) เกมนี้ หากแมนฯ ซิตี้ บุกมาคว้าชัยได้ จะแซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที โดย “เรือใบสีฟ้า” จะส่ง ยายา ตูเร, เควิน เดอ บรอยน์ และ ดาวิด ซิลวา เป็นสามประสานทำเกมรุก คอยป้อนบอลให้ เซร์คิโอ อเกวโร ล่าตาข่าย ส่วนเจ้าบ้านขุนค้อนจะไม่มี แอนดี แคร์โรลล์ หัวหอกร่างใหญ่ที่บาดเจ็บ แต่ยังมี ดิยาฟรา ซาโก กับ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก เริ่มเตะ 24.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ซีทีเอช สเตเดียม 5 ขณะที่ “ผีแดง” แมนฯ ยู เจองานยาก เมื่อจะเปิดบ้านรับมือ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เกมนี้ผีแดงมี เวย์น รูนีย์ ซึ่งฟอร์มกำลังฮอต เป็นตัวอันตรายในแดนหน้า เริ่มเตะ 4 ทุ่มตรง ยิงสดทางสเตเดียม 1 ส่วน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งช้ำมาจากเกมแดงเดือด จะยกพลบุกเยือนรัง “นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ เริ่มแข่ง 19.45 น. ถ่ายสดทางสเตเดียม 2

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 คืนนี้ (เสาร์ที่ 23 ม.ค.) มีเกมดวลแข้งรวม 8 คู่ โดยไฮไลต์จะอยู่ที่การลงสนามของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ทีมอันดับ 3 ที่จะยกพลล่องใต้บุกมาเยือน “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่กรุงลอนดอน ซึ่งจะเตะเป็นคู่สุดท้าย เริ่ม 24.30 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 5

“เรือใบสีฟ้า” แมนซิตี้ ปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของตาราง ตามหลังอันดับ 1 อาร์เซนอล และอันดับ 2 เลสเตอร์ แค่คะแนนเดียว ดังนั้นหากเกมนี้ แมนฯซิตี้ บุกมาคว้าชัยชนะเหนือ “ขุนค้อน” ได้ ก็จะแซง ทั้งอาร์เซนอลและเลสเตอร์ขึ้นไปนำจ่าฝูงก่อนทันที แมตช์นี้ เจ้าบ้านเวสต์แฮม ภายใต้การคุมทัพของ สลาเวน บิลิช กุนซือชาวโครแอต จะปราศจาก แอนดี แคร์โรลล์ หัวหอกร่างใหญ่ ที่บาดเจ็บ แต่ยังมี ดิมิทรี ปาเยต, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย และ ดิยาฟรา ซาโก เป็นสามประสานในแนวรุก ส่วนทางฝั่งทีม “เรือใบสีฟ้า” นั้น มานูเอล เปเยกรินี กุนซือชาวชิลี จะจัดทัพใหญ่ลงบู๊ โดยมี ยายา ตูเร, เควิน เดอ บรอยน์ และ ดาวิด ซิลวา เป็นตัวปั้นเกมรุก คอยเปิดบอลให้ เซร์คิโอ กุน อเกวโร ทำประตู ขณะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกทีมชาติอังกฤษ น่าจะมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง สำหรับแนวโน้มเกมนี้ คาดว่า ทั้งสองทีมจะเปิดเกมรุกแลกกันอย่างสนุก อย่างไรก็ดี แมนฯซิตี้มีโอกาสเป็นผู้ชนะมากกว่าเล็กน้อยที่ 55/45 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีเกมรุกที่เฉียบคมกว่า

ทางด้าน “ผีแดง” แมนฯ ยู ซึ่งเพิ่งบุกไปคว้าชัยเหนืออริตัวฉกาจ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ 1-0 ในศึกแดงเดือดนัดที่ 194 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว จะได้กลับมาเล่นในถิ่นโอลด์แทรฟเฟิร์ดของตัวเอง รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน (เริ่มแข่ง 22.00 น. ถ่ายทอดสดทางซีทีเอช สเตเดียม 1) แมตช์นี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ “ผีแดง” จะยังคงใช้ เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีม ที่ฟอร์มกำลังฮอตยิงประตูมาต่อเนื่องหลายเกมติดต่อกันตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่ ลงล่าตาข่าย นอกจากนั้นแนวรุกยังมี อันเดอร์ เฮอร์เรรา, ฮวน มาตา, มารูยาน เฟลไลนี และเจสซี ลินการ์ด เป็นตัวทำเกมรุก ทั้งนี้ เทียบฟอร์มกันแล้ว แมนฯยูมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น หลังบุกไปพิชิตลิเวอร์พูลได้ในเกมแดงเดือด ดังนั้นจึงน่าจะเป็นฝ่ายบดเอาชนะทีมเยือนนักบุญไปได้แบบหวุดหวิด

สำหรับคู่แรก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งชีช้ำมาจากเกมแดงเดือดที่พ่ายแมนฯยูคารัง 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ทั้งที่รูปเกมดีกว่าตลอดทั้งเกม จะยกพลบุกไปเยือน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ที่สนาม แคร์โรว์ โรด เริ่มเตะ 19.45 น. ถ่ายทอดสดทางสเตเดียม 2 นัดนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหงส์แดง จะยังไร้ คูตินโญ กองกลางตัวรุกชาวบราซิล ที่ยังไม่หายเจ็บ ทำให้จะส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลานา และจอร์ดอน ไอบ์ ปั้นเกมรุก โดยมี โรแบร์โต ฟีร์มิโน ยืนหน้าเป้าเช่นเดิม ทำให้ คริสเตียน เบนเตเก ยังคงเป็นตัวสำรองต่อไป ขณะที่นอริชอาจจะส่ง สตีเวน เนย์สมิธ กองหน้าตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากเอฟเวอร์ตัน ลงล่าตาข่าย ประสานงานแนวรุกกับ เวส ฮูลาแฮน และ นาธาน เรดมอนด์

ส่วนโปรแกรมคู่อื่นๆ คริสตัล พาเลซ พบ สเปอร์ส เริ่ม 22.00 น. (ถ่ายทอดสดทางซีทีเอช สเตเดียม 2), เลสเตอร์ พบ สโต๊ก เริ่ม 22.00 น. (ยิงสดทางสเตเดียม 4), วัตฟอร์ด พบ นิวคาสเซิล เริ่ม 22.00 น. (สดทางสเตเดียม 5), เวสต์บรอมวิช พบ แอสตัน วิลลา เริ่ม 22.00 น. (สดทางสเตเดียม 3), ซันเดอร์แลนด์ พบ บอร์นมัธ เริ่ม 22.00 น. (สดทางสเตเดียม เอ็กซ์)

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement