ชี้ "คอร์รัปชัน" ตัวกัดกินเศรษฐกิจ "ทีดีอาร์ไอ" อึ้งโกงโครงสร้างพื้นฐานทำไทยไม่โต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ชี้ "คอร์รัปชัน" ตัวกัดกินเศรษฐกิจ "ทีดีอาร์ไอ" อึ้งโกงโครงสร้างพื้นฐานทำไทยไม่โต

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2559 07:01
2,044 ครั้ง


ทีดีอาร์ไอ เผยผลคอร์รัปชัน พบโกงกินผ่านโครงการ “โครงสร้างพื้นฐาน” กระทบหนักสุด ลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลงถึง 43.7% ขณะที่คอร์รัปชันผ่านการไร้เสถียรภาพการเมือง และการลงทุนภาคเอกชนตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ชี้รัฐนั่นแหละ “ตัวดี” หาช่องทางคอร์รัปชัน “ไม่จ่ายไม่ทำ” แนะเร่งปรับเปลี่ยนมุมมอง “โกงแล้วโต” ป้องกันความเสียหายด้านงบประมาณและฉุดรั้งเศรษฐกิจประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เปิดเผยงานศึกษาของ ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล และ ดร.ธร ปีติดล เรื่อง “คอร์รัปชันกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ” ภายใต้โครงการ “การยกระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะยาวของไทย” โดยจากการศึกษาพบว่า การคอร์รัปชันส่งผลลบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคอร์รัปชันผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การคอร์รัปชันผ่านความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการคอร์รัปชันผ่านการลงทุนภาคเอกชน โดยพบว่าการคอร์รัปชัน 3 ช่องทางดังกล่าวส่งผลร้ายต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมากที่สุด

ทั้งนี้ การคอร์รัปชันผ่านโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นส่วนสำคัญในการฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะเมื่อมีการคอร์รัปชันจะไม่เพียงทำให้ปริมาณของโครงสร้างพื้นฐานหรือสินค้าสาธารณะลดลงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานต่ำลงด้วย นอกจากนั้น ตามปกติของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เงื่อนไขในการให้ประมูลหรือการให้สัมปทานของรัฐต้องได้ราคาต่ำควบคู่กับคุณภาพที่ดี แต่จากหลายกรณีที่ผ่านมา การคอร์รัปชันส่วนหนึ่งมักมาจากภาครัฐที่มีการล็อกสเปกโครงการ โดยจัดประกวดราคา โดยมีข้อจำกัดทางการแข่งขันและมักเอื้อสิทธิประโยชน์เหนือคู่แข่งอื่นแก่ผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลทำให้เกิดการผูกขาดสัมปทานขึ้น

“การทุจริตดังกล่าวนี้ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายของรัฐแพงเกินกว่าความเป็นจริง และสร้างปัญหาหนี้สาธารณะตามมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีคลองด่าน ที่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่โครงการและรูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทรายเดียวที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ส่งผลให้รัฐสูญเสียงบประมาณไปกว่า 23,000 ล้านบาท โดยที่ระบบบำบัดน้ำเสียก็ไม่เกิดขึ้น ปัญหาน้ำเสียในจังหวัดสมุทรปราการจึงไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงยังเบียดเบียนงบประมาณในส่วนอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้วย”

ขณะที่การคอร์รัปชันผ่านการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลร้ายต่อแรงจูงใจในการลงทุนของภาคเอกชน ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการรักษาสัญญาทางธุรกิจของภาครัฐ ผลที่ตามมา คือ นักลงทุนหลีกเลี่ยงหรือย้ายฐานการผลิต อีกทั้งภาคเอกชนบางกลุ่มยังใช้ทรัพยากรเพื่อการลงทุนไปกับการหาช่องทางทุจริตหรือช่องทางลัดขั้นตอนมากกว่าลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิตและการแข่งขัน เช่น จ่ายสินบนให้แก่ข้าราชการระดับสูงที่มีหน้าที่ตรวจสอบ หาช่องทางและเครือข่ายผ่านนักการเมืองเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ จึงถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ได้เกิดผลทางการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ในอีกด้านหนึ่ง รัฐเองก็มีส่วนสร้างกลไกที่เอื้อต่อการคอร์รัปชันด้วย เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นช่องทางในการได้มาซึ่งผลประโยชน์และอำนาจก็อาจมีแรงจูงใจในการสร้างกฎเกณฑ์การทุจริตจนกลายเป็นว่าถ้าไม่จ่ายก็ไม่ทำ ส่งผลให้จำนวนของการคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การคอร์รัปชันยังมีผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองในรูปของจำนวนครั้งของการทำหรือพยายามทำรัฐประหาร ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้นโยบายรัฐขาดความต่อเนื่อง รัฐอาจขาดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ ความสามารถในการชำระหนี้ลดต่ำลง กิจกรรมและธุรกรรมทางการเงินชะลอตัว การลงทุนต้องจ่ายค่าความเสี่ยงในความไม่แน่นอนทางการเมือง อีกทั้งยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของผู้บริโภคและนักลงทุนมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อประเมินผลกระทบของการคอร์รัปชันในไทยผ่าน 3 ช่องทางหลักข้างต้น ทีดีอาร์ไอพบว่า การคอร์รัปชันผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานส่งผลลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับอีกสองช่องทางที่เหลือ โดยการทุจริตผ่านโครงสร้างพื้นฐานลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลงถึง 43.7% ส่วนการคอร์รัปชันผ่านความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการลงทุนภาคเอกชนลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 8.2% และ 7.7% ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่คิดว่า ‘โกงแล้วโต’ เป็นแนวคิดที่ก่อเกิดประโยชน์ในระยะสั้นและกับกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวที่มีอำนาจในการเข้าถึงทรัพยากรเท่านั้น จึงควรจะมีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ในทางที่ดีทั้งภาครัฐและเอกชนควรปรับเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าเป็นสีขาว สีเทาหรือสีดำ ที่ฝังรากลึกในสังคมให้กลายเป็นสิ่งรับไม่ได้ และการโกงไม่ได้ทำให้ใครโต เพราะผลร้ายคือความเสียหายมูลค่าหลายแสนล้านบาทและฉุดรั้งเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศให้ย้ำอยู่กับที่.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.6%
  • ไม่ชอบ
    5.1%
  • สนุก
    12.8%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    3.8%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement