ยันกอดปชป.แน่น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ยันกอดปชป.แน่น

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2559 06:20
5,558 ครั้ง


ทีมชายหมูไม่สน คนในครอบครัว เดี๋ยวก็ดีกันเอง!

“ผุสดี” นำทีม “ชายหมู” แถลงชัด ไม่สละเรือ ขอทำงานเพื่อคนกรุงต่อ เรื่องอนาคตค่อยว่ากันอีกที ย้ำยังคงสถานะสมาชิก ปชป. อ้างคำสั่ง คสช. เลยไม่ได้พูดคุยกับพรรค โฆษก “สุขุมพันธุ์” บอกคนครอบครัวเดียวกันเดี๋ยวก็ดีกัน “อมร” ไม่สนเผยลาออกจากพรรคแล้ว “วัชระ” จับเท็จคำพูด “วสันต์” ย้ำ “คุณชาย” ไม่เคยมองเห็นหัวหัวหน้าพรรค แฉแหลกไปอ้อนนายกฯอย่าให้เปิดประชุมพรรค “เพราะเขาจะเล่นงานผม” อวยพรให้โชคดีกับพรรคใหม่ของทหาร “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่เหนือตอนล่างแก้ภัยแล้ง ฮึ่มใส่พวกนายทุนเอาเปรียบ “สมคิด” ปลุกฝันเกษตรกรปั้นเป็นเถ้าแก่น้อย “บิ๊กป้อม” ไม่แคร์เกมบีบ คสช.เว้นวรรคการเมือง “บิ๊กตู่” ฉุนอยากทิ่มปาก “จตุพร” “ประวิตร” ขู่ “จ่านิว” ถ้าทำก็โดนอีก เจ้าตัวย้อนศรจ่อแจ้งความ 8 ทหารลักพาตัว “ไก่อู” ขู่สหรัฐฯระวังกระทบสัมพันธ์ 2 ชาติ

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดขาดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และเตรียมดำเนินการขับออกจากพรรคนั้น ล่าสุดทีมบริหารฝ่ายการเมือง กทม. นำโดยนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. ประกาศยังคงเป็นสมาชิกพรรค และจะขอทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯต่อ ส่วนเรื่องอนาคตค่อยมาว่ากันอีกที

ทีม “ชายหมู” ประกาศชัดไม่สละเรือ

เมื่อเวลา 14.35 น.วันที่ 22 ม.ค.ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัดขาดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยนางผุสดีกล่าวว่า ในนามของผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าทำงานให้ประชาชนตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่เคยแถลงต่อประชาชนต่อไป ส่วนเรื่องความไม่โปร่งใสจากคำถามของทุกฝ่ายที่ผ่านมา ขอยืนยันอีกครั้งว่า กทม.ยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ตามกระบวนการกลไกของรัฐ เราเต็มใจรับข้อเสนอของทุกฝ่ายมาถึง กทม.ได้ทุกช่องทาง เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน และทำตามนโยบาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ให้ดีที่สุด

ย้ำยังคงสถานะสมาชิกพรรค ปชป.

นางผุสดีกล่าวว่า ยืนยันว่าคณะผู้บริหารฝ่ายการเมืองทุกคน รวมถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นสถาบันการเมืองไม่ต่างจากองค์กรอื่น ที่ต้องมีการสะดุดจากความเข้าใจหรือไม่เข้าใจบ้าง แต่ผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหารยังเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป เมื่อถามว่าการแถลงข่าวโดยผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการดิสเครดิตการทำงานของ กทม.หรือไม่ นางผุสดีตอบว่า ไม่สามารถอ่านความในใจใครได้ แต่ไม่ว่าสังคมหรือพรรคเสนอแนะอะไร ผู้ว่าฯ กทม.กำชับเสมอว่าเราต้องรับผิดชอบต่อข้อสงสัยของประชาชน สิ่งที่พรรคออกมาแถลง ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุอะไร ข้อสงสัยต่างๆสามารถส่งมายัง กทม.ได้ทันที เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ขณะนี้ทุกคนยังไม่หนีจากอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์

ขอทำงานตรงนี้อนาคตว่ากันอีกที

เมื่อถามว่าการประกาศของพรรคประชาธิปัตย์จะมีผลต่อการตัดสินใจในอนาคตการเมืองของทีมงานผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ นางผุสดีตอบว่า ได้รับโอกาสมาทำงานตรงนี้ เพื่อทำงานให้ประชาชนเต็มความสามารถ และทำตามนโยบาย ส่วนเรื่องความก้าวหน้าทางการเมืองต้องไปทีละจุด ขณะนี้ขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องอนาคต ส่วนเรื่องตั้งพรรคใหม่นั้นไม่ได้คิดถึง ขอทำงานตรงนี้ก่อน เพราะยังมีอะไรต้องทำอีกมาก ส่วนกระแสข่าวว่าต้องการให้นายกฯใช้มาตรา 44 ปลดผู้ว่าฯ กทม.นั้น ตนไม่ทราบ เป็นอำนาจของนายกฯ การตั้งข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้เครียดหรือกังวล อะไร ซึ่งการประสานงานที่ผ่านมา ตนพูดคุยกับสมาชิกพรรคอยู่เป็นประจำ เมื่อ คสช.มีคำสั่งให้ห้ามประชุมพรรคการเมือง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการ เมื่อถามว่ามีกระแสว่าหากทีมงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่เลือกพรรค จะมีผลต่อการส่งชื่อรับสมัครเลือกตั้งครั้งต่อไป นางผุสดีตอบว่า ไม่ห่วง เราเคารพการทำหน้าที่ของพรรค ถ้าเราสนใจลงเลือกตั้งก็จะบอกต่อพรรคหากจะเลือกหรือไม่เลือกก็เป็นหน้าที่ของพรรค หรือถ้าพรรคไม่เลือกเราแล้ว ก็สามารถทำในสถานะอื่นได้

“คนครอบครัวเดียวกันเดี๋ยวก็ดีกัน”

ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะโฆษกประจำตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.บอกกับทีมงานว่า ขอให้เดินหน้าทำงานในช่วงเวลาที่เหลือ ส่วนกระบวนการตรวจสอบต้องให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย วันนี้สื่ออาจผิดคาดว่าจะมีการแถลงข่าวออกมาแนวฮาร์ตคอร์ แต่ทีมงานทุกคนพูดคุยแต่เรื่องการทำงานเท่านั้น โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ การติดตั้งกล้องซีซีทีวีอีก 5 หมื่นตัว การติดตั้งไฟส่องสว่าง การขยายการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสถึงบางหว้า เป็นต้น ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันตัดความรับผิดชอบต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้นจะตัดได้อย่างไร คนครอบครัวเดียวกัน เดี๋ยวก็ดีกัน

“อมร” ไม่สนลาออกจากพรรคแล้ว

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์โดยวาจาไปแล้ว เหลือเพียงแต่เอกสารจากพรรคอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ก่อนเปิดแถลงข่าว ทีมงานฝ่ายการเมืองทุกคนได้ร่วมหารือถึงสถานการณ์ดังกล่าว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ ได้โทรศัพท์มาร่วมหารือด้วย

“วัชระ” จับเท็จโฆษกฯผู้ว่าฯ กทม.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จริงๆแล้วไม่อยากพูดอะไรในเรื่องนี้อีก เพราะรับปากนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไว้ แต่เมื่อเห็นนายวสันต์ มีวงษ์ พูดความเท็จหลายกรณี จึงขอชี้แจงสั้นๆให้ประชาชนคน กทม. เข้าใจและรับทราบ คือ ที่นายวสันต์ระบุว่า ที่ผ่านมามีการหารือกันหลายครั้งระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะนับแต่มีปัญหาเกิดขึ้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่เคยพบเพื่อหารือการแก้ไขปัญหากับนายอภิสิทธิ์แต่อย่างใด พรรคส่งนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคภาค กทม. ไปพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ถึงศาลาว่าการ กทม. แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กลับส่งนางเบญจทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. มานั่งคุยแทนและไม่อนุญาตให้เข้าพบ

อวย “สุขุมพันธุ์” ขอให้งานบรรลุ

นายวัชระกล่าวต่อว่า ที่บอกว่า กทม.ให้ความ ร่วมมือในการตรวจสอบมาตลอด ก็เป็นความเท็จ ไม่เคยให้ความร่วมมือใดๆแม้แต่เรื่องสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีที่ขอไป แม้แต่นายอภิสิทธิ์ขออ่านก็ไม่เคยได้อ่านแม้แต่บรรทัดเดียว ที่นายวสันต์อ้างว่ามีความพยายามให้นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 กับ กทม. ก็เป็นความเท็จ เพราะ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์เคยบอกนายกฯเองว่า อย่าอนุญาตให้เปิดประชุมพรรค “เพราะเขาจะเล่นงานผม” เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไปฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์อย่างนี้แล้วจะใช้ มาตรา 44 ได้อย่างไร และเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งไม่แปลกใจที่นายวสันต์สงสัยในที่มาที่ไปของการแถลง ข่าวของนายจุติ ว่าเป็นมติพรรคหรือมติส่วนตัวนั้น เพราะไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็น ส.ส.เลย อย่าเอาเรื่องเท็จมาแถลงให้สังคมเข้าใจผิดอีก ที่สำคัญตนขออวยพรให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์โชคดี ได้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่สมความ ปรารถนาของทหารบางคน

“บิ๊กตู่” ปลื้ม “คุณยาย” ชมตัวจริงหล่อ

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ พล.ม.2 รอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และจ.ชัยนาท ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตาม 8 มาตรการของรัฐบาล โดยระหว่างการลงพื้นที่มีคุณยายคนหนึ่งกล่าวกับนายกฯว่า “เกิดมา 85 ปี ไม่เคยมีนายกฯคนไหนมา ต.บึงปลาทู คนนี้เป็นคนแรก แถมหล่อกว่าในโทรทัศน์ด้วย” ทำนายกฯ หัวเราะชอบใจพร้อมบอกว่า “ชมแบบนี้เขินตายเลย ถ้าเป็นนักการเมืองได้คะแนนเสียงไปแล้ว ดีผมไม่ใช่นักการเมือง”

ปลุกฝันเกษตรกรเป็นเถ้าแก่น้อย

โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชน ว่า นายกฯเป็นห่วง กังวล หงุดหงิดอยากลงไปช่วยให้เร็ว มีการทำโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท แต่ขั้นตอนมันมากอาจลงไปช้าบ้าง เพราะไม่ต้องการให้เกิดทุจริต มีกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท ที่เป็นเครื่องมือของทุกรัฐบาล ไม่ใช่เครื่องมือพรรคการเมืองใด ไม่ใช่เอาเงินไปแจก แต่ต้องรดน้ำที่รากไม่ใช่ที่ใบ ประชาชนจะได้เข้มแข็ง และนายกฯต้องการให้เกษตรกรไทยเป็นเถ้าแก่น้อย โดยพัฒนาประชารัฐในพื้นที่ สร้างตลาดประชารัฐ มีโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีอุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นเกษตรกรทั้งชาติ เกษตรกรจึงอย่ากังวลกับการเปลี่ยนแปลง

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลกำลังทำงาน ก็ยังมีคนคอยบิดเบือนข้อมูลอย่างโครงการกองทุนหมู่บ้านละ 5 ล้านบาท ทำเร็วเกินไปก็โจมตีว่าอาจมีทุจริต แต่ทำช้าก็ไม่ทันใจชาวบ้าน

ฮึ่มสั่งจับตาพวกนายทุนเอาเปรียบ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีกล่าวว่า สำหรับการเช่าที่ทำการเกษตร ต่อไปนี้นายทุนคนใดให้เช่าแล้วต้องทำสัญญา ใครไม่ทำสัญญามีเรื่องแน่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองไปดู เพราะมีไปข่มขู่ว่าถ้าไม่ทำเดี๋ยวเอาคนอื่นมาทำ คนเช่าก็กลัว เช่าไปแล้วไม่สนใจว่าจะได้ข้าวหรือไม่ได้ ยังไงต้องได้เงินค่าเช่า อย่างนี้มันเกินไป ต้องมีความเป็นธรรมกับชาวบ้าน อย่าลืมว่ามี พ.ร.บ.ทวงหนี้แล้ว และถ้ามีหนี้ก็ต้องใช้ บางคนบอกให้ตนปลดหนี้ให้ แล้วมีหนี้ไม่ต้องใช้หรือไง คือ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายมันไม่ได้ คนข้างหลังจะไม่ได้ ธนาคารรัฐก็มีอยู่แค่นี้ ไม่รู้จะตัดอย่างไรแล้ว วันนี้ยังไม่ทวงท่านแต่ท่านต้องช่วยเราสร้างความเข้มแข็งขึ้นมา จะได้ลงทุนได้บ้าง วันนี้ประชาชนไม่รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ไม่โทษประชาชน แต่โทษคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ตนอยู่ก่อนหน้านี้ เพราะเขาไม่ต้องการให้ประชาชนรู้ แต่ตนบอกหมด เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง อย่ารักตนคนเดียว ให้รักรัฐมนตรีคนอื่นด้วย ไม่ใช่มีปัญหาอะไรก็ไล่ เช่น ยางพาราก็ไล่ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมาดีนักหรือ ทั้งที่เราเข้ามาเสริมให้อยู่ให้ได้ในขณะที่มันจะล้ม

พา รมต.นั่งรถอีแต๊กกินจั๊กจั่นทอด

หลังจากนั้น นายกฯพร้อมด้วยนายสมคิด พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ฉัตรชัย ได้นั่งรถอีแต๊กเยี่ยมชมแปลงพืชผักและสาธิตการตลาด ต่อด้วยการปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ขณะที่เกษตรกรได้นำข้าวโพดต้มและต้มถั่วเขียวหวานมาให้นายกฯและรัฐมนตรีได้รับประทาน ขณะที่นายกฯชมนิทรรศการได้ลองกินจั๊กจั่นทอด และหยิบให้ผู้สื่อข่าวกินด้วย ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยเตือนให้ระวังท้องเสีย ซึ่งนายกฯหันมาบอกว่า “ถ้าจะตายเพราะกินของที่ประชาชนให้ด้วยน้ำใจก็ให้มันรู้ไป”

กระเซ้านักข่าวมีทหารแอบชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกระเซ้าผู้สื่อข่าวหลังมีข่าวทหารไปตระเวนแถวบ้านพักว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่หายโกรธฉันเหรอที่มีทหารไปเยี่ยมบ้าน ปัดโถ่ ฉันก็แกล้งแหย่เธอไปอย่างนั้นแหละ ที่เขาไปเยี่ยมเป็นเพราะเขาชอบเธอหรือเปล่าวะ” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวตอบว่า “ไปเยี่ยมครั้งละ 7 นายอย่างนี้ไม่ไหวนะคะ” นายกฯจึงหัวเราะและกล่าวกระเซ้าว่า “เขาติดใจความสวยของเธอมั้ง โอเคนะ”

ยัน รบ.แก้ปัญหายางมาถูกทาง

ต่อมาช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวในรายการ “คืนความสุข” ถึงการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ว่าตามที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ให้เป็นไปตามนโยบายการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนให้บริษัทฯที่สมัครใจร่วมโครงการฯตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ สสว. และ BOI ต่อเนื่อง รวมถึงการปลูกยางที่ไม่ถูกกฎหมาย ได้ให้กระทรวงเกษตรฯ มหาดไทย และ กยท. ไปหารือถึงการช่วยเหลือที่เหมาะสม ต้องหามาตรการที่ไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งทางกฎหมาย และขอให้แกนนำต่างๆระมัดระวังอย่าพาประชาชนเข้าไปเดือดร้อน อย่าทำผิดกฎหมาย เพราะการบังคับใช้กฎหมายจะกลายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ขอเวลาอีกปีครึ่งปฏิรูปประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ว่ารัฐบาลประกาศไปแล้วว่าปีนี้น้ำจะแล้งฝนไม่ตกปีหน้าอาจจะแล้งอีก ฉะนั้นอย่าประมาท รัฐบาลเตือนมาตลอดแต่ไม่ฟังไม่สนใจ มุ่งแต่จะปลูกพืชให้ได้บางที่ก็แย่งน้ำกัน วันนี้ตนกังวลกับการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้ง ต้องช่วยกันเรื่องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ต้องฟังเหตุฟังผลกันบ้าง เพราะเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ อย่าให้รัฐบาลต้องบังคับใช้มาตรา 44 ปัญหาคือการขัดแย้งกันเองเพราะผลประโยชน์ สร้างความมีตัวตนจาก No body เป็น Some body ทั้งหมดคือปัญหาของชาติ เราจะร่วมมือกันอย่างไรในคำว่า “ประชารัฐ” ขอเวลาให้รัฐบาล-คสช. ทำงานอีกปีครึ่งจะได้ปฏิรูปประเทศ

โวยพวกต้าน คสช.-ค้านทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เช่นเดียวกันประเทศไทยจะเข้มแข็ง ประชาชนมีรายได้สูง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความขัดแย้ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งไม่ได้สร้างได้ภายในปีเดียวหรือ 2-3 ปีในการเริ่มต้นประคับประคองสำคัญที่สุดคือน้ำใจ เป็นส่วนผสมที่สำคัญแห่งความร่วมมือความเสียสละ ไม่ใช่บอกว่า คสช.ทำไม่สำเร็จเสียของ กลายเป็นโทษ คสช.กับรัฐบาลอีก พอทำผิดก็ค้านทุกเรื่อง บางเรื่องแค่คิดก็ผิดแล้ว คือไม่เคยคิดใหม่กันเลย พวกที่ต่อต้านกันทุกวันนี้คิดใหม่กันบ้างไหมกลับมาคิดกันใหม่ อย่างที่ตนคิดก็เพื่อประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติทั้งสิ้น เพราะอนาคตวันข้างหน้าก็อยู่ที่ลูกหลานของเรา

ให้อำนาจ กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงว่า ที่ประชุม กรธ. ทบทวนถ้อยคำไปแล้ว 146 มาตรา และตั้งแต่วันที่ 26-28 ม.ค. จะปรับเวลาการประชุมเพื่อเร่งทบทวนถ้อยคำรายมาตรา และบทเฉพาะกาลให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า ก่อนเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกในวันที่ 29 ม.ค. นอกจากนี้ ได้ทบทวนหมวดรัฐสภา ในส่วน ส.ส. ส.ว. และบทที่ใช้แก่สองสภา กำหนดให้ กกต. มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้ง เลื่อนวันเลือกตั้งได้ โดยให้การประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งไม่ต้องระบุวันที่ เพื่อให้การทำงานของ กกต.คล่องตัวขึ้น ส่วนคุณสมบัติต้องห้าม ส.ว. บัญญัติห้าม ตุลาการศาล และกรรมการองค์กรอิสระ เข้ารับการสรรหา ส.ว. สำหรับอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริง กำหนดให้คณะกรรมาธิการเท่านั้นที่มีอำนาจเรียกตัวบุคคลเข้าชี้แจง ส่วนกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ได้ลดระดับจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เป็น พ.ร.บ.ทั่วไป ให้รัฐบาลเลือกตั้งเป็นคนกำหนดเนื้อหาเอง

วางคิวแจง สนช.-สปท.-ภาค ปชช.

นายอุดมกล่าวว่า กรธ.ยังเตรียมแผนประชาสัมพันธ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 29 ม.ค. เวลา 14.00 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 ห้องประชุม 213-214 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะทำการแถลงเนื้อหาร่างแรกรัฐธรรมนูญ จากนั้นวันที่ 3 ก.พ. กรธ.จะประชุมร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อชี้แจงเนื้อหาทำความเข้าใจ ไม่มีการลงมติ และวันที่ 5 ก.พ. ที่อาคารรัฐสภา กรธ. จะพบกับตัวแทนสภาองค์กรชุมชน ส่วนการหารือชี้แจงกับพรรคการเมืองนั้น ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็น เพราะปกติแล้ว หากพรรคการเมืองมีข้อเสนอแนะอะไร ก็จะเข้ามาหารือกับ กรธ.

พท.อย่าห่วงรัฏฐาธิปัตย์มีทางออก

เมื่อถามว่า กรธ.เตรียมรับมือพรรคการเมืองใหญ่ที่ขู่คว่ำประชามติร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร นายอุดมตอบว่า นักการเมืองก็หลอนกันไป ส่วนที่ฝ่ายการเมืองเสนอให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อความชัดเจนปมประชามติ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น เชื่อว่ารัฐบาลต้องรู้แล้วจะทำอย่างไร ส่วนตัวมองว่า ควรแก้ไขให้ชัดเจนในปมออกเสียงประชามติ เพื่อไม่ให้เกิดการตีความภายหลัง พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ คสช. ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์อยู่ น่าจะหาทางออกไว้แล้ว

“เสรี” หนุนไม่ต้องปรานีพวกทุจริต

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงกรณี กรธ. เสนอขยายระยะเวลาการเลือกตั้งอีก 2 ชั่วโมง และให้ยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศ ว่าเรื่องการขยายระยะเวลานั้นมีเหตุผลอยู่ในตัวเอง เป็นการแก้ปัญหาประชาชนเดินทางไปลงคะแนนไม่ทันได้ ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้ามีข้อดีตนยังเห็นว่าเป็นประโยชน์ การที่ กรธ.ให้ยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้าเพราะส่อให้เกิดการทุจริตได้ง่ายนั้น ต้องไปดูว่าทุจริตอะไรอย่างไร แล้วควรแก้ปัญหาที่ตรงนั้น และการที่ กรธ. หารือเรื่องการตัดสิทธิการเมืองทุกระดับตลอดชีวิตในฐานความผิดทุจริต ควรต้องตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิตด้วย ให้มีโทษรุนแรงไว้จะได้กลัว คนทุจริตไม่ต้องปรานี

“สมพงษ์” เตือน กรธ.อย่าย่ามใจนัก

ด้านนายสมพงษ์ สระกวี สมาชิก สปท. กล่าวว่า การที่ กรธ.สร้างวาทกรรมว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับป้องกันโกง หากใครไม่รับรัฐธรรมนูญเท่ากับต้องการโกง โยนระเบิดใส่นักการเมืองว่าต้องการโกง จึงไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งประชาชนวิจารณ์จุดนี้กันให้แซด แต่ตนว่านักการเมืองอยู่ในพื้นที่ได้เปรียบ กรธ. จะโต้กลับให้ประชาชนฟังได้ทุกประเด็น เมื่อไหร่ก็ได้ กรธ.อย่าคิดว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติง่ายๆ ถ้านักการเมืองออกมาคัดค้าน ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้พบกันครึ่งทาง การสร้างวาท-กรรม ไม่ใช่สะพานข้ามผ่านการทำประชามติไปได้

“บิ๊กป้อม” ไม่แคร์เว้นวรรค คสช.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวกระแสข่าวเรียกร้องให้ กรธ. บัญญัติเว้นวรรคทางการเมืองกลุ่ม คสช. 5 ปี ว่า ตนไม่เกี่ยว จะกี่ปีก็ได้ จะให้เว้นวรรค 100 ปีก็ได้ เพราะไม่คิดจะเล่นการเมือง ที่ผ่านมารู้สึกเข็ดเพราะโดนอ้างชื่อมาตลอด อ้างกันทุกวัน พวกที่อ้างชื่อตนขอให้ระวังเอาไว้ และเจ้าหน้าที่อย่าไปเชื่อ ไม่เคยไปยุ่งอะไรกับใคร เมื่อถามว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำให้การเลือกตั้งสะดุด พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ แต่เชื่อว่ากรธ.พยายามทำให้ดีที่สุด ควรทำให้ภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นก็สะดุดแบบนี้ การที่นักการเมืองออกมาคัดค้านเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ตรงใจตนเอง และพยายามคัดค้านอย่างที่สุด แต่รัฐบาล และ คสช. พยายามดำเนินการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วตามโรดแม็ปในปี 2560

“ณัฐวุฒิ” ลั่น นปช.รณรงค์ไม่รับร่าง

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยออกมาแสดงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ถือว่าเร็วเกินไป ถ้ารอช้ากว่านี้เวลาอาจไม่ทันที่จะอธิบายให้สังคมเกิดความเข้าใจ นปช.มีความชัดเจนว่าจะรณรงค์ไม่รับ เพราะเนื้อหาสาระในฉบับนี้หนักกว่าของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงต้องรณรงค์ไม่รับ การเลือกตั้งที่จะมาช้าไม่ได้มีปัญหาเท่าประชาธิปไตยไม่มาเลย การชนะเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะนำมาสู่ความพ่ายแพ้ของประชาชน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เลือกตั้งเร็วหรือช้าจึงไม่ใช่ปัญหา แต่มีความประสงค์ให้ผู้มีอำนาจคืนประชาธิปไตยกลับมาด้วย

“ปึ้ง” ยก “ปู” ยังแมนกว่าผู้ชายบางคน

อีกเรื่อง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้นำเอาหวายลูกนิมิตจากการสร้างอุโบสถ มอบให้คนที่รักและเคารพนับถือเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ไม่ได้แจกของขลังหรือตะกรุดอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้าใจ ท่านมักจะเข้าใจอะไรผิดเสมอ ทำให้การแก้ปัญหาหลายเรื่องผิดพลาด การทำงานในตำแหน่งนายกฯนั้นหนักและมีความเครียดมาก แต่ไม่ควรพูดกระแนะกระแหนผู้อื่น หรือใช้คำพูดไปก้าวล่วงความรู้สึกผู้อื่น ในทำนองว่าของขลังก็ป้องกันหรือสู้กฎหมายไม่ได้ ผู้นำประเทศไม่ควรแสดงความมีอคติกับผู้ใดจนออกนอกหน้า และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยพูดจาก้าวล่วง พล.อ.ประยุทธ์เลย นับได้ว่าเป็นสุภาพสตรีที่น่าเคารพน่านับถือมากกว่าผู้ชายอกสามศอกบางคนเสียอีก และการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปลูกผักขึ้นมากินเองก็น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเช่นทุกวันนี้

โชว์เรียงความ “วันที่ไม่มีจำนำข้าว”

อีกด้าน ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงาน ก.พ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ผ่าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาผ่านหัวข้อเรียงความ “ครอบครัวของฉันในวันที่ไม่มีจำนำข้าว” โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า เป็นเรียงความของนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย จำนวน 5 ชิ้น เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาของชาวนา ในวันที่ครอบครัวของพวกเขาไม่มีโครงการรับจำนำข้าว หวังให้รัฐบาลนำข้อมูลไปพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวนาอย่างเร่งด่วน ทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว และขอให้เร่งกำหนดความช่วยเหลือชาวนาให้เป็นรูปธรรมด้วย หวังว่าจะไม่มีคนไปคุกคามผู้เขียนเรียงความ เหมือนที่มีเจ้าหน้าที่ทหารไปดูบ้านผู้สื่อข่าว

“บิ๊กตู่” ฉุนอยากทิ่มปาก “จตุพร”

ที่มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ไม่ผ่านประชามติว่า “ไอ้คนพูดเนี่ยใคร ไปเอาอะไรทิ่มปากมันสักทีซิ มีใครบ้าทำอะไรแบบนั้น เขาอธิบายแล้วว่าออกมาแบบนี้เพื่ออะไร ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ย้อนกลับไปสู่สาเหตุของปัญหาที่มายืนตรงนี้ ท่านก็เห็นว่าปัญหาของประเทศ อยู่ตรงไหน ทางด้านการเมือง การเข้าสู่อำนาจ การตรวจสอบอำนาจ การใช้อำนาจ ผลประโยชน์ทับซ้อน ความไม่เป็นธรรม ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ถึงต้องมีกติกาออกมา ช่วยไปบอกไอ้คนพูด ให้ออกมายืนเข้าแถวสัญญาประชาคมว่าต่อไปจะไม่ทุจริต จะมีธรรมาภิบาล ดังนั้นอย่ามาไล่เอาอะไรกับผม ขี้เกียจฟัง ฟังแล้วโมโห เสียอารมณ์หมด”

“บิ๊กป้อม” ไล่บี้จับประมงผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายซีซา เดเบน ที่ปรึกษาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย Illegal Unreported and Unregulated fishing (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) และคณะที่เดินทางมาหารือถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประมงที่ผิดกฎหมาย พล.อ.ประวิตรกล่าวหลังการหารือว่า เป็นการมาแนะนำเพื่อให้เป็นหลักสากล โดยเราก็ทำได้เยอะ แต่มีบางเรื่องในการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.เพิ่งออกมาบังคับใช้แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ การจับกุมเรือประมงที่ผิดกฎหมายที่อยู่นอกน่านน้ำที่เรียกมาแล้วไม่กลับ ต้องให้ทหารเรือ ตำรวจน้ำ ไปดำเนินการจับกุม ยังมีเรื่องแรงงานตามโรงงานเป็นแรงงานอายุน้อย อย่าใช้เป็นแรงงานทาส รวมถึงอาหารทะเล ต้องชัดเจนว่าเราจับมาได้จากที่ไหน ซึ่งทางอียูก็เห็นด้วย พยายามให้เราได้ทำเต็มที่ โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ เราจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

อียูยังไม่ส่งสัญญาณปลดล็อก

เมื่อถามว่า หลังการพูดคุยกับอียูได้ส่งสัญญาณปลดล็อกใบเหลืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณอะไรทั้งนั้น ทางอียูบอกเราว่าต้องทำให้ดี เราก็บอกว่าเราจะทำดีๆ ส่วนเรื่องระยะเวลาในการปรับแก้ ยังไม่ได้แจ้ง ต้องรอให้ทางอียูตรวจสอบให้เสร็จสิ้นเสียก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อน ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องทำ จะโดนใบแดง ใบเหลือง หรือใบเขียวก็ต้องทำต่อไป ให้เข้มข้นมากขึ้นเป็นไปตามกฎหมายประมงตามที่กำหนดไว้และเจ้าหน้าที่ก็ต้องออก กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อภาพรวมของประเทศ

“บิ๊กป้อม” ขู่ “จ่านิว” ถ้าทำโดนอีก

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายสิรวิชญ์มีหมายจับหรือไม่ ถ้ามีแล้วตำรวจไม่จับได้หรือไม่ ถ้ามีหมายจับแล้วไม่จับก็ผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่เมื่อพบนายสิรวิชญ์ นอกจากจะหลบหนีและไม่เห็นตัว แต่ออกมาให้เจ้าหน้าที่เห็นตัว จะให้เจ้าหน้าที่ทำอย่างไร ส่วนที่นายสิรวิชญ์ประกาศจุดยืนจะเคลื่อนไหวต่อไปนั้น ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจะทำให้ต่างชาติออกมากดดันรัฐบาลและ คสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยืนยันว่าเราทำตามกฎหมาย เมื่อถามว่าทางสหรัฐฯออกมาแสดงความเป็นห่วง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนระมัดระวังเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว

รอง ผบ.ตร.ยันทหารมีอำนาจจับ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวว่า จากนี้รอหลักฐานเพิ่ม อาทิ ผลตรวจลายนิ้วมือ เพื่อสรุปสำนวน ออกหมายเรียกนำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการศาลทหาร ส่วนที่มีการพูดถึงการเข้าจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ว่าอาจจะดูรุนแรงนั้น ตามพฤติการณ์หากมีการขัดขวางการจับกุมก็อาจมีวิธีการควบคุมตัว ยืนยันทหารมีอำนาจจับกุม ตามคำสั่ง คสช.ที่ 10/2558 ส่วนที่นายสิรวิชญ์ยังมีท่าทีแสดงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง อันนี้เป็นเรื่องของเขา ส่วนรัฐต้องดำเนินการอย่างละมุนละม่อม หากพบมีความผิดก็ต้องว่าตามกฎหมาย ไม่ใช่ศาลให้ประกันตัวไปแล้วทำผิดอีกจะจับไม่ได้ หากทำผิดอีกต้องถูกดำเนินคดีซ้ำ

“จ่านิว” จ่อแจ้งความชุดจับกุม

ด้านนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว กล่าวว่ากรณีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร 8 นาย ใช้กำลังควบคุมตัวขึ้นรถกระบะ กลางดึกวันที่ 20 ม.ค.พร้อมใช้ผ้าผูกตา เพื่อไม่ให้ทราบว่าจะนำไปยังสถานที่ใด รวมทั้งมีการพูดจา ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ก่อนที่จะนำตัวมาส่งให้ตำรวจที่ สน.นิมิตรใหม่ ถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน เพราะประกาศไปแล้วว่าไม่คิดหลบหนี ดังนั้นวันที่ 25 ม.ค.จะไปที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าแจ้งความบุคคลกลุ่มนี้ในข้อหาลักพาตัว และขอให้ตำรวจ สภ.คลองหลวง สืบหาว่าเป็นใคร เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยมีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ รวมทั้งภาพถ่ายจากเพื่อนนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ และจะไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อร้องเรียนนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการสอบสวน หาตัวผู้ที่สั่งการให้มีการตัดโบกี้ที่ 3 ขบวนรถไฟที่ 255 ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปถึงสถานีสวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพฤติกรรมที่เกิดถือเป็นการสกัดขัดขวางการเดินทางของประชาชน เตรียมนัดหมายประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเหตุดังกล่าว เข้าร่วมลงชื่อในหนังสือร้องเรียนที่จะยื่นต่อการรถไฟด้วย

ยกคำร้องฝากขังแกนนำขึ้นรถไฟ

เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ 1 ใน 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีขัดคำสั่งคสช.จากการขึ้นรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ถูกนำตัวจาก สน.ตำรวจรถไฟธนบุรี ไปที่ศาลทหารเพื่อเข้าสู่กระบวนการยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยมีกลุ่มเพื่อนมาให้กำลังใจ อาทิ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายปกรณ์ อารีกุล นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ นายกรกช แสงเย็นพันธุ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ศาลอนุญาตให้ผู้มาให้กำลังใจขึ้นไปให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ ได้เพียงคนเดียวส่วนที่เหลือให้รออยู่บริเวณด้านล่าง ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้แถลงต่อศาลว่า การสอบปากคำผู้ต้องหาในส่วนสำคัญหมดไปแล้วเหลือเพียงสอบปากคำเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ฝ่ายทนายผู้ต้องหาได้ยื่นคัดค้านการฝากขัง ด้วยเหตุผลทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำลูกผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นศาลพิจารณาแล้วไม่มีเหตุให้ฝากขังเพราะมีอัตราโทษต่ำ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน

“ไก่อู” โต้แรงระวังกระทบสัมพันธ์

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีการแสดงความคิดรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯที่เป็นห่วงการปิดกั้นเสรีภาพ ว่า นายสิรวิชญ์และพวกจงใจกระทำผิดอย่างเปิดเผยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อยั่วยุให้เจ้าหน้าที่จับกุม แล้วออกมาให้ข้อมูลบิดเบือนสร้างกระแสหวังผลทางการเมือง ทำผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายการชุมนุม กฎหมายจราจร และประกาศคสช. เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่เกี่ยวกับการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ และเมื่อพบผู้กระทำผิดจะกี่โมงกี่ยามก็ต้องจับกุมเป็นมาตรฐานเดียวกัน หากมีผู้กระทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งรัฐในสหรัฐฯโดยอ้างว่ามีเสรีภาพที่จะกระทำอยากถามว่าสหรัฐฯจะดำเนินการเช่นไร จึงอยากให้เข้าใจ ความไม่สบายใจของพี่น้องชาวไทยด้วย และไม่อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของ 2 ประเทศ

“ยิ่งลักษณ์” ขึ้นเชียงรายเข้าวัดไหว้พระ

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพถ่ายกับประชาชนระหว่างท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดเชียงราย พร้อมระบุว่า “วันนี้หลังจากทานอาหารเหนือที่เชียงราย ก็มาที่วัดร่องเสือเต้น วิหารที่นี่สวยมาก ใช้ลักษณะสีพ่น เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และเป็นเรื่องบังเอิญที่วัดตั้งในปีแพะ ท่านเจ้าอาวาสก็เกิดปีแพะ ตนก็เกิดปีแพะด้วย ดีใจที่ได้มีโอกาสมาไหว้พระในวันนี้ ขอบคุณชาวบ้านที่มารับอย่างอบอุ่น”

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    45.5%
  • ไม่ชอบ
    31.8%
  • สนุก
    16.2%
  • ประหลาดใจ
    1.5%
  • เสียใจ
    2.5%
  • ให้กำลังใจ
    2.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement