ชาวบ้าน อ.หลังสวน ผวาโขลงช้างหากินเขตชุมชน ห่างถนนหลักแค่ 1 กม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ชาวบ้าน อ.หลังสวน ผวาโขลงช้างหากินเขตชุมชน ห่างถนนหลักแค่ 1 กม.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 23:15
736 ครั้ง


ชาวบ้านผวาโขลงช้างป่าเข้าออกหากินในเขตชุมชน ห่างถนนสายเอเชีย 41 แค่ 1 กม. ด้าน นอภ.หลังสวน นำกำลังฝ่ายปกครอง ออกติดตาม พร้อมวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ หลังพบในพื้นที่มีสายไฟพาดอยู่ระดับต่ำ หวั่นเป็นอันตรายต่อช้าง ...

จากกรณีเมื่อเช้าที่ผ่านมาชาวบ้านเขาแหงน หมู่ 11 ตำบลวังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีโขลงช้างป่าจำนวน 8 ตัว ลงมากัดกินและทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งโขลงช้างดังกล่าวได้มาวนเวียนใกล้กับศูนย์หมู่บ้านซึ่งมีบ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนมากและอยู่ห่างจากถนนสายเอเซีย 41 เพียง 1 กม. ชาวบ้านจึงแจ้งให้กำนัน และผู้ใหญ่บ้านออกมาช่วยผลักดันโขลงช้างป่าออกจากหมู่บ้าน


ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค.59 ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเกือบ 20 คน ออกติดตามและผลักดันช้างป่าโขลงดังกล่าว ใช้เวลาติดตามเกือบ 3 ชั่วโมงแต่ก็ไม่พบโขลงช้างป่า แต่ตลอดทางมีร่องรอยของเท้าช้างทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ จำนวน 8 ตัว และยังมีต้นกล้วย ต้นปาล์มที่เพิ่งปลูก ของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ กล่าวว่านับเป็นครั้งแรกที่โขลงช้างป่าลงมาหากินในชุมชน ซึ่งห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ซึ่งเป็นถนนสายหลักลงภาคใต้เพียงแค่ 1 กม. อีกทั้งยังมีชาวบ้านอยู่อาศัยจำนวนมาก และเกรงว่าโขลงช้างป่าจะทำร้ายชาวบ้าน จึงนำสั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือชาวบ้าน และติดตามช้างป่า แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือสายไฟเข้าบ้านของชาวบ้านอยู่ในระดับที่ต่ำมากห่างจากพื้นดินไม่ถึง 1 เมตร เกรงว่าหากมีการไล่โดยไม่ถูกวิธีจะทำให้ช้างป่าถูกไฟดูดทั้งโขลงจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาช่วยเหลือและผลักดันโขลงช้างกลับคืนป่าโดยเร็ว


ด้านนายมนูญ คงเขาม่วง กำนันตำบลวังตะกอ กล่าวว่า โขลงช้างป่าลงดังกล่าวมาหากินที่บริเวณเขาตะเคียน รอยต่ออำเภอหลังสวน และอำเภอทุ่งตะโก มาหลายวันแล้วขณะนี้ยังวนเวียนอยู่ที่รอยต่อระหว่างตำบลวังตะกอ และตำบลนาขา ส่วนในพื้นที่หมู่ 11 ตำบลวังตะกอมีปาล์มอายุ 8 เดือนของชาวบ้านที่เพิ่งปลูกไว้ได้รับความเสียหายจำนวน 150 ต้น และยังมีอีกหลายหมู่บ้านพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ทั้งปาล์ม ต้นกล้วย และสวนผลไม้ได้รับความเสียหาย จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชออกมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเพราะที่ผ่านมาปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมาหลายปีจนช้างป่าจากเดิมมีไม่กี่ตัวตอนนี้เพิ่มเป็น 10 ตัว และยังมีช้างพลายอีก 4 ตัวที่หากินอยู่ใกล้กันอีก ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หากชาวบ้านไล่ช้างป่ากันเองเกิดช้างถูกไฟดูด หรือชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายใครจะรับผิดชอบ

ด้านนายสามารถ เลาห์ประเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ ในฐานะกลุ่มช่วยช้างกลับบ้านเปิดเผยว่า แนวทางที่ดีที่สุดในขณะนี้ต้องต้อนช้างกลับสู่ป่าใหญ่ และคาดว่าช่วงนี้แหล่งอาหารของช้างไม่เพียงพอเพราะสังเกตเห็นช้างป่าแยกโขลงกระจายกันอยู่ หากจะต้อนช้างต้องสำรวจว่าช้างมีลูกอ่อนหรือแหล่งอาหารที่จะต้อนไปมีเพียงพอหรือไม่ จุดที่เหมาะสมคิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว รอยต่อของอำเภอพะโต๊ะ และอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งมีที่นับพันไร่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนรับเป็นผู้ประสานงานจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมาเป็นเจ้าภาพ และแก้ไขอย่างจริงจังก่อนจะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันระหว่างคนกับช้าง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.6%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    71.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement