ไฮไลต์ “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ไลฟ์สไตล์เฟสติวัลใส่ใจโลกงานแรกของไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ไฮไลต์ “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ไลฟ์สไตล์เฟสติวัลใส่ใจโลกงานแรกของไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2559 11:45
871 ครั้ง


โชว์สุดตระการตาจากกลุ่มนักแสดงแนวเซิร์ค Lucent Dossier Experience บน Living Stage ออกแบบโดย Joel Dean Stockdill

ส่งท้ายปีไปอย่างสวยงาม และยังคงเป็นงานที่ถูกพูดถึงกันจนถึงวันนี้ สำหรับปีที่ 2 ของ “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ไลฟ์สไตล์เฟสติวัลระดับโลก จากฝีมือการสร้างสรรค์ของคนไทย นำโดยสองผู้ก่อตั้ง​ ประณิธาน พรประภา และ มณฑล จิรา ​ในนามของบริษัทสแครทช์ เฟิร์สท์ จำกัด โดยงานปีที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 - 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ​เป็น 4 วันที่คุ้มค่าและน่าจดจำของเราทุกคนที่ไปร่วมงาน รวมถึงทีมงาน ด้วยความแน่นของคอนเทนต์คุณภาพ ​ผสานแนวคิดใส่ใจโลก รวมทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามของพื้นที่จัดงาน ในบรรยากาศแคมป์ปิ้งใกล้ชิดธรรมชาติ ที่ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลั​บ ​พัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

วันเดอร์ฟรุ๊ต ประสบความสำเร็จเป็นปีที่ 2 ในฐานะงานระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ​มอบประสบการณ์หลากหลายที่รวมไว้อย่างความลงตัว ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ไปเยือน ตั้งแต่ ศิลปะ, ดนตรี, การทำฟาร์มสู่การปรุงอาหาร, กิจกรรมสำหรับครอบครัว, การร่วมวงสนทนาและเวิร์คช็อป, กิจกรรมกลางแจ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย

พีท-ประณิธาน พรประภา และ เจ-มณฑล จิรา สองผู้ก่อตั้งวันเดอร์ฟรุ๊ต ในนามของบริษัทสแครทช์ เฟิร์สท์ จำกัด

พีท-ประณิธาน พรประภา หัวเรือใหญ่ของวันเดอร์ฟรุ๊ต ได้ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ที่ทำให้เกิดวันเดอร์ฟรุ๊ตว่า “ตอนเด็กๆ ​ผมมีโอกาสได้เข้าไปใกล้ชิดกับโครงการ Think Earth ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคม หรือ CSR ของคุณพ่อของผม ซึ่งเมื่อผมโตขึ้น ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยว และเจอความน่าสนใจของผู้คน ผลงาน สถานที่ที่ให้ความหมายลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ผมจึงเล็งเห็นความเป็นไปได้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่เราอยู่ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ชอบลุยเที่ยวติดธรรมชาติ และบรรยากาศความสนุก ผมก็ไม่ลืมที่จะทำมันออกมาควบคู่กัน ผมพูดถึงการนำเสนอวิถีแห่งความยั่งยืน (sustainability) ผ่านศิลปะและกิจกรรมสนุกๆ แขนงต่างๆ มันจึงเกิดเป็น “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ขึ้นนั่นเอง ผมเริ่ม​​จากการตั้งบริษัทสแครทช์ เฟิร์สท์ ขึ้นมา ก็เหมือนเป็นจุดเริ่ม​ต้น​ของการสร้าง​ความเคลื่อนไหวในสังคมไปในทางที่สร้างสรรค์ โดยผมตั้งใจจะใช้ศิลปะรูปแบบ​ต่างๆ ​เป็นสื่อกลาง และ​เป็น​การเปิดพื้นที่ให้​ผู้ที่มีความสนใจ พร้อมเปิดใจได้​มารวมตัวกัน ได้ร่วมสนุก และมีโอกาสซึมซับวิถีชีวิตแบบยั่งยืนผ่านทุกสิ่งที่เรานำเสนอ​ตลอดปี จนจบงานวันเดอร์ฟรุ๊ต​”

ด้าน เจ-มณฑล จิรา ผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญ กล่าวว่า “วันเดอร์ฟรุ๊ต เกิดขึ้นเพราะเราอยากให้มีพื้นที่สำหรับนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากสิ่งที่มีอยู่ในบ้านเรา อย่างในเรื่องของดนตรี เราคัดเลือกศิลปินและแนวดนตรีให้มีความหลากหลาย แต่อยู่ในงานเดียวกันอย่างลงตัว ทั้งศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยที่มีคุณภาพ ซึ่งตรงกับบรรยากาศของวันเดอร์ฟรุ๊ต ที่เป็นการรวมตัวของผู้ร่วมงานจากหลายประเทศ แต่คอนเทนต์ในงานจะทำหน้าที่เชื่อมทุกคนเข้าหากัน”

ไฮไลต์ในฝั่งดนตรีของวันเดอร์ฟรุ๊ตครั้งที่ 2 ล้วนแล้วแต่เป็นโชว์คุณภาพหาดูยากจากทั่วโลก ขึ้นแสดงบน 4 เวทีหลักผสมศิลปะสุดอลังการ จาก Living Stage ต้องขอยกให้โชว์ที่สะกดทุกคนบนไซต์ กับการเปิดตัว the iy_project การร่วมงานกันครั้งแรกของ Chris Levine นักออกแบบผลงานไฟระดับโลก และ composer ชื่อดังอย่าง Jon Hopkins หรือจะอินกับเพลงและเสียงอันไพเราะของ Submotion Orchestra และ Rhye โชว์สุดตระการตาจากกลุ่มนักแสดงแนวเซิร์ค Lucent Dossier Experience ศิลปินไทยระดับตำนาน ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, Greasy Cafe และ Polycat ด้านเวที Soi Stage นำโดย Jacques Greene, Daedelus และโปรดิวเซอร์รุ่นเก๋า Howie B ทางฝั่งเวทีกระโจมไผ่กลางป่า The Quarry with Absolute คอปาร์ตี้แนวเทคโน และ แนวเฮาส์ ได้มันกันสุดๆ กับโชว์ Live Set ของ HVOB, Dapayk Solo และ Heartthrob แล้วมาเต้นกันต่อยันเช้ากับ Goldroom และ Viceroy บนเวที Solar Stage แต่ที่สร้างสีสันตลอดงานคือดนตรีแนวอีสานพื้นบ้านจากดีเจและศิลปินวงไทยพื้นบ้านที่มากับรถบัสหมอลำ ผลงานจากหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน แต่ความคุ้มค่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตยังขนไลน์อัพศิลปินและดีเจอีกมากมายมาผลัดเปลี่ยนคิวแสดงแบบไม่หยุดพักตลอด 4 วัน 4 คืน

บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ของงาน เรายังได้สัมผัสกับผลงานศิลปะสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ ตั้งแต่เวทีที่ผสานศิลปะสุดอลังการ จากการดีไซน์และสร้างโดยศิลปินและสถาปนิกระดับโลก ที่เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ มีความยั่งยืน รวมทั้งจากการรีไซเคิลขยะ นอกจากนี้ ในงานยังรายล้อมไปด้วยศิลปะอินสตอลเลชั่น งานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ศิลปะการแสดง สีสันของแฟชั่นที่แปลกตา และบางพื้นที่ถือเป็นเซอร์ไพรส์ อย่าง Shingo Shack with Chivas บาร์ลับๆ ของ Mixologist ระดับโลก Shingo Gokan ที่มองเผินๆ จากด้านนอกจะเป็นบ้านพักมุงจากทั่วไป หรือ Enpheria by Zieght หนึ่งในจุดชิลบนเกาะกลางงานวันเดอร์ฟรุ๊ต ที่ครอบด้วยอินสตอลเลชั่นไฟ

วันเดอร์ฟรุ๊ต ถือเป็นงานไลฟ์สไตล์ที่ไปได้ทั้งครอบครัว ด้วยการจัดไลน์อัพกิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ไปจนเด็กเล็ก ตั้งแต่การนั่งสมาธิ และเต้นระบำ ที่ Goddess Camp บริการนวดและทรีตเมนต์ ที่ Healing Village with Jim Thompson ดูแลการออกแบบโดย อู้-นพปฎล พหลโยธิน นักออกแบบไทยชื่อดังระดับสากล หรือเวิร์คช็อปที่ The Sharing Neighbourhood with SC ASSET นอกจากนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตยังเนรมิต Camp Wonder โซนสนามเด็กเล่น พร้อมจัดไลน์อัพกิจกรรมเพื่อให้เด็กๆ ได้วางมือจากโลกดิจิตอลและหันไปใช้เวลากับกิจกรรมที่สนุกสนานอย่างคุ้มค่าท่ามกลางสิ่งแวดล้อม อาทิ เวิร์คช็อป Free Running แบบเบสิกกับ Team Farang โยคะสำหรับเด็ก เรียนการใช้หุ่นมือจากคณะเจ้าขุนทอง

ผู้รักการกินยังได้อร่อยอย่างจุใจกับขบวนร้านอาหารชั้นนำมากมาย และความพิเศษอีกเช่นเคย อยู่ที่ Theatre of Feasts ผลงานสถาปัตยกรรมถาวร งดงามด้วยโครงสร้างไม้ไผ่ พื้นที่จัดเลี้ยงที่เปิดโอกาสให้นักชิมได้มาสัมผัสความอร่อยของเมนูเอ็กซ์คลูซีฟโดยเชฟมือรางวัล นำโดย เชฟกากั้น เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ และเชฟดิลลัน โจนส์ แห่งร้านโบ.ลาน และเชฟบิล มาริเนลลี่ แห่ง TheOysterBar พร้อมนั่งชมทัศนียภาพสวยงามรอบงานในสไตล์ Wonder Feasts ซึ่งปีนี้ แชมป์-ศิรเดช โทณวณิก หนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หัวใจรักษ์โลก หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของวันเดอร์ฟรุ๊ต รับอาสาดูแลโซนนี้โดยเฉพาะ ซึ่งความพิเศษเพิ่มเติมของ Wonder Feasts คือเชฟแต่ละท่านได้แสดงฝีมือปรุงอาหารโดยใช้ผลิตผลออร์แกนิคที่เก็บจาก Wonder Farm อีกหนึ่งโซนน่าสนใจกลางงาน ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีเกษตรกรรมแบบยั่งยืนจากการดูแลเพาะบ่มโดยกลุ่ม Thailand Young Farmers

ปีนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ต ได้เปิดตัว Scratch Talks พื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการรับฟังและพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดที่น่าสนใจในหัวข้อต่างๆ กับบุคคลที่เป็นผู้นำทางความคิดจากหลากหลายสาขาทั่วโลก อาทิ จอห์น ฮาร์ดี้ จาก Green School องค์กรในบาหลี ที่มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากวิถีชีวิตแบบยั่งยืน

วันเดอร์ฟรุ๊ต นับเป็นงานที่หลอมรวมแรงบันดาลใจของนักสร้างสรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง ถือเป็นความตั้งใจอันแรงกล้าของทีมวันเดอร์ฟรุ๊ตทุกคน ที่จะจุดประกายพลังความคิดสร้างสรรค์ สร้างประสบการณ์อันแปลกใหม่ ปลุกจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมกับเอ็นจอยธรรมชาติรอบตัว หลังจากที่ผ่านการจัดงานมาแล้วถึงสองปี วันนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตยังคงมุ่งหน้าต่อไปเพื่อรังสรรค์พื้นที่แห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อต้อนรับการเดินทางมาของทุกคนในปีนี้


ภาพไฮไลต์จากวันเดอร์ฟรุ๊ต 2015

เปิดตัวครั้งแรกในโลกกับโชว์ Jon Hopkins x Chris Levine present the iy_project

Blossom Poetica โดย Aligna ศิลปินลูกครึ่งลาว-ฝรั่งเศส ผู้สร้างสวนดอกไม้ประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิล
เครดิตภาพ Gilles Bonugli Kali
บรรยากาศชิลๆ ของ Enpheria by Zieght บนเกาะกลางงานวันเดอร์ฟรุ๊ต ที่ครอบด้วยอินสตอลเลชั่นไฟ
บรรยากาศกิจกรรมสำหรับครอบครัวใน Healing Village with Jim Thompson และ Camp Wonder
เวิร์คช็อปใน Wonder Farm
บรรยากาศ Wonder Feasts

สองผู้ก่อตั้งวันเดอร์ฟรุ๊ต ร่วมฟัง Scratch Talks และก่อนปิดท้ายงานปีนี้ กับบรรยากาศพาเหรดที่ทำให้ชาววันเดอร์ฟรุ๊ตมารวมตัวกันอย่างสนุกสนาน
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    70.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    10.0%
  • ประหลาดใจ
    10.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    10.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement