'บิ๊กตู่' แจง มุ่งแก้ปมยางยั่งยืน วอน ปชช. ร่วมมือ ขู่คนปลุกม็อบระวัง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'บิ๊กตู่' แจง มุ่งแก้ปมยางยั่งยืน วอน ปชช. ร่วมมือ ขู่คนปลุกม็อบระวัง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 21:12
963 ครั้ง


"ประยุทธ์" ขอบคุณ "ช้างศึก" สร้างชื่อให้ประเทศ ก้าวแรกของการพัฒนาสู่อนาคตลูกหนังไทย แจงมุ่งแก้ปมยางให้ยั่งยืน เตือนชาวไร่อ้อยผลผลิตล้นตลาด ส่อเกิดปัญหาอีก ห่วงภัยแล้งมาเร็ว โบ้ยพฤติกรรมชาวบ้านแย่งน้ำจนกระทบส่วนรวม พ้อห้ามไม่ได้แต่ต้องคิดหลักความสมดุลด้วย เปรียบโรดแม็ป คสช. เหมือนประโยค "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว"

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยได้แสดงความชื่มชมทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทยชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี ที่เสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี U-23 แชมเปียนชิพ 2016 ว่า ขอเป็นตัวแทนพี่น้องปวงชนชาวไทย ในการแสดงความยินดีและชื่นชมกับทีมช้างศึกไทย ที่ได้แสดงฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ในการแข่งขัน แม้จะไม่ได้เข้าสู่รอบต่อไปก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งในระยะเริ่มต้น เป็นก้าวแรกของการพัฒนาทีมลูกหนังไทยที่มีอนาคตสดใส

"ขอขอบคุณนักเตะ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมงานทุกคน ที่ได้ช่วยกันนำความสุข ความตื่นเต้น รอยยิ้ม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ที่จดจ่ออยู่กับการเชียร์และเป็นกำลังใจ ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน ผมเองก็ดูด้วย ขอบคุณที่สอนให้คนไทยรู้ว่าคนไทยนั้น เราไม่เป็นรองชาติใด เพียงแค่เรามุ่งมั่นตั้งใจจริง รวมทั้งให้ชาวไทยตระหนักว่า ตราบใดที่กรรมการยังไม่เป่านกหวีดนั้น เราก็ยังมีความหวัง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหายางพาราแบบยั่งยืน และครบวงจรว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐ นำยางพาราตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เข้าสู่การผลิตให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย การสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรของฝ่ายเศรษฐกิจ รวมทั้งวิจัยและพัฒนานำเข้าสู่การผลิต ที่จะตรงกับความต้องการของประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างนวัตกรรม ทำให้วัสดุต้นทุนมีราคาสูงขึ้น ไม่เพียงแต่ยางเท่านั้น รวมทั้งพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นด้วย ซึ่งสิ่งที่ผลิตออกมาต้องมีประโยชน์ บางอย่างไม่มีประโยชน์ไม่ต้องไปคิด โดยความเร่งด่วนตอนนี้ คือ เอาผลผลิตในประเทศที่มีล้นตลาด มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจ สำหรับเรื่องพื้นที่การปลูกยางพารา ที่มีการร้องขอรับการอุดหนุนจากรัฐบาล ก็ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งคณะกรรมการการยางแห่งชาติ (กยท.) หารือแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แต่ต้องเริ่มต้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย ใครที่ทำผิดกฎหมายจะให้รัฐบาลยอมรับให้ถูกต้องไม่ได้ แต่เราจะต้องหามาตรการในการช่วยเหลือไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งข้อกฎหมาย วันนี้ก็จะได้นำมาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มาร่วมกันพิจารณาด้วย เพราะที่ผ่านมามีการบุกรุกป่า ทำให้ป่าเสียหาย ลดจำนวนลง แล้วผลผลิตก็เกินความต้องการ จึงต้องเร่งลดปริมาณในการเพาะปลูก

"ขอให้ผู้ที่ปลุกระดมให้มีการเรียกร้อง บรรดาแกนนำต่างๆ ระมัดระวังด้วย เคารพกฎหมายกันบ้าง แล้วอย่าพาประชาชนเขาไปเดือดร้อนด้วย ถ้าตัวเองอยากจะทำผิดกฎหมายก็ทำไป ถูกดำเนินคดีนะ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ แสดงความเป็นห่วงถึงปัญหาการปลูกอ้อยเกินความต้องการด้วยว่า ที่ผ่านมาพออะไรราคาดี ก็ปลูกกันจนเยอะไปหมด ราคาก็ตก จากมาตรการเดิม กฎหมายที่เราออกไปในสมัยรัฐบาลนี้ ก็คือการมีมาตรการที่เข้มงวดในการที่จะก่อตั้งหรือสร้างโรงน้ำตาล จากเดิมที่ว่า 80 กิโลเมตรในสมัยก่อนๆ ก็ได้ปรับลดลงเป็น 50 กิโลเมตรแล้ว แต่ก็ยังมีหลายบริษัทพยายามที่จะขอให้ลดลงไปอีก โดยให้ใกล้กว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งทำไม่ได้ เพราะได้กำหนดกติกากันแล้ว ตอนนี้ต้องมองว่าทำอย่างไรจะลดพื้นที่การปลูกลง เพราะพออ้อยผลผลิตมาก ก็มีปัญหาอีก โรงงานผลิตไม่ทัน รัฐบาลต้องการทำให้ยั่งยืน จึงขอให้เคารพกติกากันบ้าง เช่นเดียวกับการสร้างโรงน้ำตาล ถ้ามากเกินไปผลเสียในการที่ผลผลิตน้ำตาลออกมามากเกินไป ราคาก็ตกอีกอยากให้นึกถึงกฎหมาย นึกถึงกระบวนการผลิตที่ต้องสมดุลกันตลอดเวลา

ในส่วนของการช่วยเหลือผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอด มีมาตรการออกมาเป็นสิบๆ มาตรการ แต่ประชาชนต้องร่วมมือทุกโครงการเหล่านั้น ไม่ใช่ทุกคนก็จะเอาหมดทุกอย่าง ท้ายสุดจะต้องเอาเงินอีก ต้องพยายามเข้าใจข้อกฎหมาย เข้าใจนโยบายรัฐบาล การปลูกพืชเกินความต้องการ ปลูกในพื้นที่บุกรุก แล้วก็จะให้รัฐบาลรับผิดชอบทุกเรื่อง ก็ทำให้วงจรการแก้ไขปัญหาจับต้นชนปลายไม่ถูก วนไปวนมา กลับที่เดิมหมด วันนี้เราต้องแก้ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง โดยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในลักษณะของประชารัฐ ขณะที่การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งรัฐบาลประกาศให้ทราบมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ปีนี้น้ำจะแล้ง ปรากฏฝนไม่ตก แล้งจริงๆ ปีหน้าก็อาจจะแล้งอีกก็ได้ ประมาทไม่ได้ รัฐบาลเตือนมาตลอด แต่อาจไม่ค่อยได้ฟัง ไม่สนใจ มุ่งแต่การจะปลูกพืชให้ได้ บางที่ก็แย่งน้ำกัน จนน้ำที่จะต้องปล่อยไปข้างล่างหายหมด ปัญหาน้ำเค็มเข้าในพื้นที่เพาะปลูกก็ตามมา เนื่องจากมีการผลิตโดยการเลี้ยงปลา กุ้ง ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในพื้นที่ตอนในโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขภัยแล้ง รัฐบาลเข้าใจดีว่า น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการบริโภค อุปโภค โดยทำน้ำประปาเป็นหลัก ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตร/พืชผัก/ผลไม้ น้ำอุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศนั้น รัฐบาลมีมาตรการต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว เรื่องการสร้างการเรียนรู้ ปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว การทำไร่นาสวนผสม การเลี้ยงสัตว์ ก็มีเกษตรกรปรับตัวจำนวนหนึ่ง ร่วมมือพัฒนาใช้เทคโนโลยี Smart Farmer ที่ว่า ก็ได้รับผลดีมาตลอด แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยร่วมมือ เพราะว่าเคยชินกับการปลูกพืชแบบนั้น ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง จึงเกิดปัญหา โดยการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งจะให้ไปตรวจสอบว่า จังหวัดใดได้รับผลกระทบอย่างไร หรือเฉพาะพื้นที่ปลูกพืชการเกษตร ต้องประกาศให้ตรงกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่เหมารวมทั้งจังหวัด เพราะบางพื้นที่ไม่ได้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร แต่เดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค แหล่งน้ำประปา บางพื้นที่เรื่องการเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมต่างกัน รัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลประชาชน จัดหาน้ำให้ได้ การทำไร่นาสวนผสม ตอนนี้ต้องทำ รัฐบาลจะปรับเรื่องแหล่งน้ำ ปรับงบประมาณ ปรับแผนมาให้มากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาประเทศไทยคือขัดแย้งกันเอง ผลประโยชน์ตัวเอง สร้างความมีตัวตน จาก No body เป็น Somebody ทั้งหมดคือ ปัญหาของชาติทั้งสิ้น ต้องช่วยกันกลับมามองตนเองว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไร ในคำว่าประชารัฐ ขอเวลาให้รัฐบาล และ คสช. ทำงานอีกปีครึ่ง จะได้ร่วมมือกันในเรื่องการปฏิรูปประเทศด้วย อยากให้เข้าใจร่วมกันว่า ตั้งแต่ คสช. เข้ามา เราอยู่ในแผนที่ 11 ต่อไปแผน 12 ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป การปฏิรูปก็ต้องสอดคล้องกันไปกับยุทธศาสตร์ประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สำคัญที่สุดคือ น้ำใจเป็นส่วนผสมที่สำคัญ น้ำใจแห่งความร่วมมือ น้ำใจความเสียสละ ไม่ใช่บอกว่า คสช. ทำไม่สำเร็จเสียของ กลายเป็นโทษกลับมา คสช.-รัฐบาล ทำผิด คัดค้านทุกเรื่อง บางเรื่องแค่คิดก็ผิดแล้ว คือไม่เคยคิดใหม่เลย ที่ต่อต้านกัน

"ประเทศไทยจะเข้มแข็งประชาชนจะมีรายได้สูง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความขัดแย้ง เพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันนั้น ไม่อาจจะสร้างได้ ภายในปีเดียว ใช้เวลาอีกเนิ่นนาน ผมจำได้ผมอ่านหนังสือเห็นคำว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ประวัติศาสตร์โบราณกาล ก็เช่นเดียวกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    40.4%
  • ไม่ชอบ
    47.7%
  • สนุก
    6.9%
  • ประหลาดใจ
    2.3%
  • เสียใจ
    2.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement