วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสทช. ผนึกแบงก์ชาติ คุ้มครองเงินในซิม ปชช.

สำนักงาน กสทช. จับมือแบงก์ชาติ ดูแลเงินในซิมประชาชน เผย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จากการใช้เงินที่อยู่ในซิม ทั้งชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โมบายล์เพย์เมนท์  (Mobile Payment) เนื่องจากปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคหากเกิดความเสียหายจากการใช้เงินที่อยู่ในซิมและชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่

ปัจจุบัน โมบายล์เพย์เมนท์ ในประเทศไทยอยู่ภายในกรอบการดูแลของ ธปท. ภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 ซึ่งอยู่ในส่วนของบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด โดยจะเน้นเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเงินของธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันนวัตกรรมทางการเงินและการใช้ช่องทางของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการให้บริการมีรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น มีการเติมเงินในซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งเปลี่ยนจากเงินในซิมเป็นแต้มเพื่อแลกซื้อสินค้า ซึ่งในแต่ละวันจะมีประชาชนเติมเงินในซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนมาก

ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินกว่า 80 ล้านเบอร์ หากมีการเติมเงินซิมละ 50 บาท เท่ากับจะมีเงินที่เข้าไปอยู่ในซิมรวมทั้งสิ้นวันละ 400 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคต จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ธปท. และสำนักงาน กสทช. จึงหารือร่วมกันมาโดยตลอด เพื่อเตรียมความพร้อมของการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลร่วมกันของทั้งสองฝ่ายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็ว ๆ นี้

“ในอนาคตก็มีความเป็นได้ที่จะเห็นธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แข่งขันให้บริการ Mobile Payment เพราะปัจจุบันคนไม่ได้เติมเงินในโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้โทรศัพท์อย่างเดียวอีกต่อไป การเติมเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำนวนและความถี่ในการเติมเงินจะมีนัยสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันเข้ามาดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค นี่คือความปลอดภัยของผู้บริโภคที่สำนักงาน กสทช. กำลังสร้างขึ้น โดยเป็นการต่อยอดจากงานลงทะเบียนซิมซึ่งปัจจุบันสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แล้ว และส่งผลให้สำนักงาน กสทช. สามารถยกระดับการดำเนินงานในเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในเรื่องเงินในซิม และการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้อย่างดี และถือเป็นรากฐานในการพัฒนาไปสู่ยุคดิจิทัล อีโคโนมี อย่างแท้จริง” นายก่อกิจ กล่าว