รู้จัก 'โดนัลด์ ทรัมป์' จากเศรษฐีฝีปากกล้า สู่ผู้ท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รู้จัก 'โดนัลด์ ทรัมป์' จากเศรษฐีฝีปากกล้า สู่ผู้ท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2559 05:30
7,533 ครั้ง


โดนัลด์ ทรัมป์ (ภาพ: AP)

โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันวัย 69 ปี กำลังเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ ด้วยทั้งบุคลิกภาพที่เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และฝีปากคมกริบที่พร้อมจะตอบโต้ทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้คะแนนนิยมของเขายังคงนำอย่างมั่นคง จนหลายคนเชื่อว่า ตำแหน่งผู้แทนพรรครีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ผู้นำแดนลุงแซมคงตกเป็นของเขาแน่

แต่ก่อนที่ทรัมป์จะมาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่โด่งดังและมีสีสันที่สุดในอเมริกาอยู่แล้ว มาดูกันว่า ต้นกำเนิดของชายคนนี้เป็นอย่างไร และเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง

ตุ๊กตารูปโดนัลด์ ทรัมป์ (ภาพ: AFP)

กำเนิด โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ปี ค.ศ. 1946 ในเขตควีนส์โบโร ในนครนิวยอร์ก เป็นลูกคนที่ 4 ของนาย เฟรด ทรัมป์ (1905-1999) เจ้าของบริษัทพัฒนาที่ดิน 'เอลิซาเบธ ทรัมป์ แอนด์ ซัน' (ปัจจุบันคือ ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น) และนาง แมรี แอนน์ (1912-2000) ขณะที่พี่น้องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก่ เฟรด จูเนียร์ พี่ชายคนโต (1938-1981) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วด้วยอาการแทรกซ้อนจากโรคพิษสุราเรื้อรัง, แมรีแอนน์ พี่สาวคนโต (เกิด 1937), เอลิซาเบธ พี่สาวคนรอง (เกิด 1942) และโรเบิร์ต น้องชาย (เกิด 1948)

ในวัยเด็ก ทรัมป์เข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเอกชน 'คิว-ฟอเรสต์' ในย่านจาเมกา เอสเตตส์ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของคนมีฐานะ ในควีนส์โบโร แต่เมื่ออายุได้ 13 ปี ทรัมป์ถูกพ่อของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดการโรงเรียนคิว-ฟอเรสต์ ส่งไปอยู่โรงเรียนทหาร 'นิวยอร์ก มิลิทารี อคาเดมี' (NYMA) เนื่องจากเริ่มประพฤติตัวไม่เหมาะสม โดยทรัมป์จบการศึกษาชันมัธยมปลายจากโรงเรียนแห่งนี้

ทรัมป์เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย 'ฟอร์ดแฮม' เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะไปเข้าเรียนที่โรงเรียนธุรกิจ 'วาร์ตัน' ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งในขณะนั้นเป็นหนึ่งในสถาบันเพียงไม่กี่แห่งในสหรัฐฯ ที่มีการสอนเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทรัมป์จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1968

ทรัมป์เป็นเจ้าของงานประกวดนางงามหลายเวที (ภาพ: AFP)

ธุรกิจและการล้มละลาย

หลังจบการศึกษา โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เริ่มอาชีพสายธุรกิจของเขาโดยทำงานให้กับบริษัท เอลิซาเบธ ทรัมป์ แอนด์ ซัน ของพ่อของเขา ซึ่งหนึ่งในโครงการแรกๆ ที่เขาได้รับมอบหมายคือการ คืนชีพให้แก่หมู่บ้าน สวิฟตัน ในเมืองซินซินนาติ ในรัฐโอไฮโอ ที่พ่อของเขาซื้อมาเมื่อปี 1962 และกำลังจะปิดตัวลง โดยเขาทำโครงการนี้ร่วมกับ เฟรด จูเนียร์ พี่ชาย และใช้งบประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในหมู่บ้านแห่งนี้เพิ่มจาก 34% เป็น 100%

ไม่นานต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นผู้สืบทอดหมายเลขหนึ่งของ เฟรด ทรัมป์ เนื่องจากเฟรด จูเนียร์ตัดสินใจไปประกอบอาชีพนักบิน โดยนายทรัมป์ช่วยขยายและดูแลอพาร์ตเมนต์ของบริษัทกว่า 14,000 แห่ง ในบรูกลิน, ควีนส์ และ สตาเตน ไอส์แลนด์ ก่อนจะได้เป็นผู้บริหารและเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ในปี 1971

จากนั้น ทรัมป์ได้ขยายธุรกิจของครอบครัวจากหน่วยที่อยู่อาศัยในบรูกลินและควีนส์ ไปทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในเมืองแมนฮัตตัน ซึ่งผลงานชิ้นแรกของเขาคือการแปลงสภาพโรงแรมเก่า 'คอมโมดอร์ โฮเทล' ให้กลายเป็นโรงแรม 'แกรนด์ ไฮแอท นิวยอร์ก' ที่มีความทันสมัย และสร้าง 'ทรัมป์ ทาวเวอร์' ตึกที่พักอาศัยสูง 68 ชั้น และอสังหาริมทรัพย์ของทรัมป์ (Trump property) อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งไปสร้างโรงแรมในต่างประเทศอย่างมุมไบ, อิสตันบูล และฟิลิปปินส์ด้วย

เปิดตัวรายการเรียลิตี้ 'ดิ แอพเพรนทิซ' (ภาพ: AFP)

ทรัมป์ยังสร้างอาณาจักรธุรกิจบันเทิงขึ้นมา โดยนับตั้งแต่ปี 1996 ถึงปี 2015 เขาเป็นเจ้าของการจัดงานประกวดนางงามเวทีต่างๆ ทั้ง มิส ยูนิเวิร์ส, มิส ยูเอสเอ และ มิส ทีน ยูเอสเอ บิวตี้ ในปี 2003 ทรัมป์เปิดตัวรายการเรียลิตี้ 'ดิ แอพเพรนทิซ' (The Apprentice) ซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันประชันความสามารถเพื่อชิงตำแหน่งงานบริหารใน ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ซึ่งรายการนี้จัดต่อเนื่องถึง 14 ซีซั่น

อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งในชีวิต โดนัลด์ ทรัมป์ เคยประสบวิกฤติทางการเงินถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลายทางธุรกิจ โดยเมื่อปี 1988 ทรัมป์ได้รับ 'ทัจ มาฮาล กาสิโน' จากการติดต่อทางธุรกิจกับ เมิร์ฟ กริฟฟิน เจ้าพ่อสื่อชาวอเมริกัน (1925-2007) และบริษัท รีสอร์ต อินเทอร์เนชันแนล ทำให้เกิดหนี้มหาศาล และในปี 1989 ทรัมป์ก็ไม่สามารถจ่ายหนี้เงินกู้ได้ทันเวลา แม้จะสามารถขอผ่อนผันเลื่อนการจ่ายหนี้ออกไปได้ แต่สุดท้ายในปี 1991 หนี้ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ทรัมป์ต้องล้มละลายทางธุรกิจ

ซุปเปอร์ ยอชต์ 'ทรัมป์ ปรินเซส' (ภาพ: AFP)

ถึงกระนั้น ทัจ มาฮาล กาสิโน ก็ฟื้นจากสถานะล้มละลายได้ในช่วงปลายปีเดียวกัน โดยทรัมป์โอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกาสิโนแห่งนี้ 50% ให้แก่เจ้าหนี้เพื่อแลกกับการลดดอกเบี้ยหนี้สินและขยายเวลาจ่ายหนี้ ช่วงวิกฤติการเงินครั้งนี้ยังทำให้ทรัมป์ต้องขายสายการบิน 'ทรัมป์ ชัตเติล' ซึ่งกำลังเสี่ยงเกิดปัญหาการเงิน และเรือยอชต์ยักษ์ยาว 282 ฟุต ชื่อว่า 'ทรัมป์ ปรินเซส' ด้วย

สถานการณ์การเงินของทรัมป์ฟื้นตัวหลังจาก เฟรด ซีเนียร์ บิดาของเขาเสียชีวิตในปี 1999 โดยทิ้งพินัยกรรมแบ่งมรดกของเขาที่มีประมาณ 250-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ลูกๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 4 คน โดยในปัจจุบัน นิตยสารธุรกิจ 'ฟอร์บส์' ของสหรัฐฯ ประเมินว่าทรัมป์มีทรัพย์สินสุทธิประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.6 แสนล้านบาท) แต่ทรัมป์ยืนยันว่า ทรัพย์สินของเขามีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.6 แสนล้านบาท)

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ อีวานา ภรรยาคนแรก (ภาพ: AFP)

แต่งงาน 3 ครั้ง

นอกจากนี้ ด้านธุรกิจแล้ว ชีวิตคู่ของทรัมป์ก็เป็นที่สนใจของสังคมและสื่อต่างๆ เช่นกัน เนื่องจากเขาแต่งงานถึง 3 ครั้ง และทุกครั้งคู่ครองของเขาก็มักเป็นดาราและนางแบบทั้งหมด

ภรรยาคนแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ คือ อีวานา เซลนิกโควา นักกีฬาและนางแบบชาวเช็ก ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 1977 ในนครนิวยอร์ก มีลูกด้วยกัน 3 คน คือ โดนัลด์ (เกิด 31 ธ.ค. 1977), อีวานกา (เกิด 30 ต.ค. 1981) และ เอริค (เกิด 6 ม.ค. 1984) อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 1990 หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ในสหรัฐฯ ต่างรายงานข่าวเรื่อง ปัญหาเรื่องชีวิตคู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ และเรื่องที่เขาแอบคบชู้กับนักแสดงสาว มาร์ลา เมเปิลส์ อย่างกว้างขวาง จนสุดท้าย ทรัมป์และอีวานา ตัดสินใจหย่ากันในปี 1991

2 ปีต่อมา มาร์ลา เมเปิลส์ ชู้รักของนายทรัมป์คลอดลูกสาว ทิฟฟานี ในวันที่ 13 ต.ค. 1993 ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันในวันที่ 20 ธ.ค. ปีเดียวกัน แต่ชีวิตคู่ของทั้งสองก็ไม่ยืดยาว โดยพวกเขาแยกกันอยู่อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค. 1997 และหย่าขาดจากกันในเดือนมิ.ย. 1999

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ มาร์ลา เมเปิลส์ ภรรยาคนที่ 2 (ภาพ: AFP)

หลังจากเป็นโสด โดนัลด์ ทรัมป์ เคยคบกับนางแบบสาว คารา ยัง ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 และมีรายงานด้วยว่าเขาส่งช่อดอกไม้ไปให้เจ้าหญิงไดอานา หลังจากพระองค์ทรงหย่ากับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เมื่อปี 1996 โดยนายทรัมป์ระบุไว้ในหนังสือที่เขาเขียนในปีต่อมาด้วยว่า สิ่งที่เขาเสียใจเพียงอย่างเดียวในเรื่องผู้หญิงคือ เขาไม่มีโอกาสได้จีบเลดี้ ไดอานา สเปนเซอร์ พระนางเป็นเจ้าหญิงตัวจริง และเป็นสุภาพสตรีในฝัน

ในปี 1998 นายทรัมป์เริ่มต้นความสัมพันธ์กับ เมลาเนีย นอส นางแบบสาวชาวสโลวีเนีย ก่อนที่ทั้งสองจะหมั้นกันในเดือน เม.ย. 2004 และแต่งงานกันในวันที่ 22 ม.ค. 2005 ที่โบสถ์บนเกาะปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คนคือ บาร์รอน วิลเลียม (เกิด 2006)

โดนัลด์ ทรัมป์ กับเมลาเนีย นอส นางแบบชาวสโลวีเนีย ภรรยาคนที่ 3 (ภาพ: AFP)

เข้าสู่เส้นทางการท้าชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความสนใจที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 1987 แล้ว และเคยลงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคปฏิรูป (Reform Party) ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2000 ด้วย และหลังจากปี 2008 ทรัมป์ก็กลายเป็นสมาชิกฝีปากกล้าที่สุดของขบวนการ 'birther' ซึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับชาติกำเนิดของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ว่าเขาเกิดในสหรัฐฯหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่านายโอบามาเกิดในรัฐฮาวาย

แม้จะแสดงความต้องการมานานเกือบ 30 ปี แต่นายทรัมป์เพิ่งประกาศเข้าร่วมศึกชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิ.ย. 2015 โดยระบุว่า "เราต้องการใครสักคนที่นำพาและทำให้ประเทศนี้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแท้จริง เราทำเรื่องนี้ได้" เขายังให้คำมั่นด้วยว่า เขาไม่ต้องการการระดมทุนหาเสียง เขาไม่ตอบรับต่อเสียงกดดันรัฐบาล และเป็นผู้สมัครคนนอกที่เหมาะสมที่สุด

เท็ด ครูส หนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญของทรัมป์ในการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดี (ภาพ: AFP)

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน และเขามีคะแนนนำในผลสำรวจความคิดเห็นหลายครั้ง และล่าสุดก็เพิ่งชนะการดีเบตกับคู่แข่งร่วมพรรครีพับลิกันอย่าง นายเท็ด ครูส ที่นิวแฮมป์เชียร์เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) โดยมีคะแนนโหวตนำถึง 20% อย่างไรก็ตาม ผลโหวตยังระบุด้วยว่า มีสมาชิกรีพับลิกันเพียง 31% เท่านั้นที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทนพรรค

ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการเสนอนโยบายต่างๆ ที่ถูกมองว่า 'สุดโต่ง' เกินไป เช่น จะสร้างกำแพงกั้นบริเวณชายแดนประเทศเม็กซิโกกับสหรัฐฯ เพื่อสกัดการลักลอบขนยาเสพติด หรือการแบน ห้ามชาวมุสลิมอพยพเข้าประเทศชั่วคราว จนกว่าสหรัฐฯ จะหาทางรับมือผู้ก่อการร้ายที่อาจแฝงมากับผู้อพยพได้อย่างไร ทำให้เส้นทางสู่การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของผู้สมัครที่สร้างสีสันที่สุดในชั่วโมงนี้ผู้นี้ยังไม่สดใสเท่าที่ควร

ซาราห์ เพลิน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ประกาศสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรคไปชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯในการเลือกตั้งปี 2016 (ภาพ: AP)
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    36.1%
  • ไม่ชอบ
    8.3%
  • สนุก
    52.2%
  • ประหลาดใจ
    0.1%
  • เสียใจ
    0.1%
  • ให้กำลังใจ
    3.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement