ทหารรุดสอบบ้าน น้องสาว 'จอย ลิ้นจี่หน้าหอ' ไม่พบมาเฟียคุกคาม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทหารรุดสอบบ้าน น้องสาว 'จอย ลิ้นจี่หน้าหอ' ไม่พบมาเฟียคุกคาม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 23:50
2,281 ครั้ง


ทหารรุดสอบบ้าน น้องสาว 'จอย ลิ้นจี่หน้าหอ' ที่ขอนแก่น พบอยู่สุขสบายดีกับลูก ไม่มีมาเฟียคุกคาม ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ด้านน้องสาว วอนทั้งน้ำตา ขอให้นักร้องสาวออกมาพูดความจริง ...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 59 พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น พ.อ.รณกร ปานกุล เสนาธิการ มทบ.23 พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หน.ชป.กกล.รส.จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 77/10 ถ.สามัคคีอุทิศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า นางสาวนันทนา หรือ อิ๋ว ปรัชญาวิจิตร อายุ 43 ปี อาศัยอยู่จริงหรือไม่ และเพื่อตรวจสอบว่า มีมาเฟียคุกคาม ข่มขู่ หรือยึดครองที่ดินหรือไม่ ปรากฏว่า พบอิ๋ว พร้อมลูกสาว 2 คน อยู่ที่บ้านอย่างมีความสุขกับญาติ ชื่อ นางตุ๊ ริวน อายุ 82 ปี ส่วน ส.ท.โตโต้ นั้น ถูกเรียกให้มาพบที่บ้านหลังดังกล่าวในภายหลัง ซึ่งก็เดินทางมาพบและพูดคุยกับฝ่ายทหาร ยืนยันว่าไม่ใช่มาเฟีย


พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ. 23 เผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่ของ 3 แม่ลูกในครั้งนี้ว่า เนื่องจากว่า มทบ.23 ก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานของศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดขอนแก่น โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2558 ได้มี นางชนัล ธนบุญ หรือ จอย ชนัล ปฐมวงศ์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม ในเรื่องของน้องสาวและหลาน 2 คน ถูกผู้มีอิทธิพลอุ้มไป และเรื่องการซื้อที่ดิน ราคา 3 ล้าน ที่คุ้มหนองคู แต่ไม่สามารถเข้าไปในที่ดินได้ เพราะผู้มีอิทธิพลข่มขู่ไม่ให้เข้า ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่อง และประสานให้ตำรวจ ทหาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

จากการตรวจสอบไม่พบผู้มีอิทธิพล ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของสามแม่ลูก คือ ส.ท.โตโต้ หรือ นายภาสกร กาญจนวรางกูร อายุ 33 ปี ก็เรียกมาสอบ และตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ไม่มีชื่อในบัญชี หรือมีพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่ามีอิทธิพล หรือเป็นมาเฟียแต่อย่างใด ส่วน 3 แม่ลูกที่ถูกร้องเรียนว่าถูกอุ้ม ก็ไม่เป็นความจริง เพราะจริงๆ แล้ว 3 แม่ลูก อยู่ดีสบายในบ้านหลังดังกล่าว และ 3 แม่ลูกก็เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หน.ชป.กกล.รส.จ.ขอนแก่น เผยว่า ลงพื้นที่มาที่บ้านของอิ๋ว เพราะผู้บังคับบัญชาระดับสูงโทรศัพท์สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะผู้ร้อง ร้องเรียนว่าทหารอยู่พวกเดียวกับมาเฟีย จึงนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทราบตามขั้นตอนต่อไป แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ทุกคนพร้อมที่จะพบกับ จอย โดยให้ทหารเป็นคนกลางในการพบปะพูดคุย ซึ่งจะรีบประสานงานให้ทั้งสองฝ่ายพบกันเร็วที่สุด

ในขณะที่ นายภาสกร กาญจนวรางกูร หรือ ส.ท.โตโต้ เผยถึงการที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมาเฟียผู้มีอิทธิพล ว่า ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า การทำหน้าที่ ส.ท.นั้น พบประชาชนในทุกระดับชั้น ชาวบ้านเดือดร้อนมาปรึกษา อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย เช่นเดียวกับเรื่องที่ดิน จำนวน 1 งาน 36.1 ตารางวา ที่นางจอย บอกว่าซื้อจากนางอิ๋ว ในราคา 3 ล้านบาทแล้วเข้าที่ดินตัวเองไม่ได้นั้น น้อง 4 คน ซึ่งเป็นญาติกันมาขอความช่วยเหลือก็ต้องช่วย แต่เป็นการช่วยในด้านการให้คำแนะนำ ส่วนการดำเนินการต่างๆ พี่น้องเขาจัดการเอง เพราะเห็นว่าทั้งจอย และน้องๆ ก็เป็นญาติกันทั้งนั้น ขณะนี้ไม่ขอออกความเห็นใดๆ มากกว่านี้ เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ที่ศาลแล้ว ขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาความถูกต้อง เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย


นางสาวนันทนา หรือ อิ๋ว พูดทั้งน้ำตาว่า ไม่ได้รับเงิน 3 ล้านบาทจากนักร้องสาว รับเพียง 670,000 บาทเท่านั้น ขั้นตอนทุกอย่างนักร้องสาวดำเนินการเอง ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลหรือมาเฟีย ที่ไหนอยู่เบื้องหลัง ปัญหาทั้งหมดเกิดจากนักร้องสาวคนเดียว จนลูกทั้งสองคนไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอยากให้นักร้องสาวออกมาพูดความจริง

ในกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ นายขจรศักดิ์ สอนหาจักร หน.ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดขอนแก่น เพื่อสอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบ กรณีที่ นางชนัล หรือ จอย ธนบุญ เข้าร้องเรียน เมื่อเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่ง หน.ศูนย์ดำรงธรรม เผยว่า ขณะนี้ทางศูนย์ฯ ได้สรุปผลการทำงานตรวจสอบ สืบสวนรายละเอียดข้อเท็จจริงครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คือ เรื่องที่นักร้องสาวร้องเรียนว่า น.ส.นันทนา ปรัชญาวิจิตร, ด.ญ.รัชธิดา ประสงค์เต และ ด.ญ.รัชดาภรณ์ ประสงค์เต ซึ่งเป็นน้องสาวและหลาน ถูกนาย ภาสกรณ์ กาญจนวรางกูล และพวกลักพาตัวไป เกรงว่าบุคคลทั้งสามจะได้รับอันตราย ด้วยเหตุนี้จึงขอความช่วยเหลือ และกรณีที่มีบุคคลลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลเข้าไปครอบครองอยู่อาศัยภายในที่ดินของตน คือ ที่ดินเลขที่ 558 โฉนดที่ดินที่ 168564 จึงเข้าร้องทุกข์เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ฉะนั้นเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ดังกล่าวได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ได้ให้ สภ.เมืองขอนแก่น ทำการสืบสวนสอบสวน ผลสรุปว่า น.ส.นันทนา ปรัชญาวิจิตร และบุตรสาว ไม่ได้ถูกลักพาตัวแต่อย่างใด แต่เกิดจาก น.ส.นันทนา ได้ขายมรดกให้แก่ นางชนัล ธนบุญ แล้วถูกญาติพี่น้องฟ้องร้องโต้แย้งสิทธิ์ และ น.ส.นันทนา ได้พาครอบครัวหลบไปเช่าบ้านอยู่ตามลำพัง ไม่ติดต่อผู้ใด ไม่ให้ใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหน นานๆ จึงจะติดต่อกับบิดาสักครั้ง

ต่อมา เมื่อ น.ส.ชนัล ถูกฟ้องร้องจึงตามหา น.ส.นันทนา เพื่อให้ไปเป็นพยานศาล แต่เมื่อตามหาไม่พบจึงเข้าแจ้งความว่า น.ส.นันทนา ถูกลักพาตัวพร้อมบุตรสาว ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมา น.ส.นันทนา ถูกเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมตัวตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ 480/2558 ในคดีแจ้งความเท็จ และในวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าให้ถ้อยคำที่ศูนย์ดำรงธรรม ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ถูกลักพาตัว ไม่มีผู้ใดกักขังหน่วงเหนี่ยว ไม่ได้เป็นคนหาย ยังสบายดีเพียงแต่ไม่ประสงค์จะติดต่อผู้ใด จึงเห็นควรยุติเรื่อง

ส่วนกรณีเด็กหาย ศดธ.จ.ขก. ร่วมกับ กกก.รส.จ.ขก. พร้อมด้วย จนท.ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ได้ออกติดตามหาเด็กหาย ณ ร.ร.เทศบาลคุ้มหนองคู อ.เมืองขอนแก่น โดยสอบถามอาจารย์ประจำชั้นที่เคยสอนแล้ว พบว่าเด็กไม่ได้ไปเรียนหนังสือนานแล้ว ต่อมาได้สืบหาจนพบเด็กและมารดา ส่วนกรณีมีบุคลลักษณะพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพลเข้าไปครอบครองอยู่อาศัยในที่ดิน ได้ไปตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏบุคคลตามกล่าวอ้าง จึงแนะนำให้ผู้ร้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก และผู้ร้องก็สามารถที่จะเข้าไปในที่ดินตนได้ ผลสรุปการทำงานทั้งหมด จะส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้นจะแจ้งให้ผู้ร้องทราบภายใน 7 วัน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    100.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement