ยื้อชีวิตข้าว! ชาวนาชัยนาท สูบน้ำบ่อสุดท้าย หวังเลี้ยงถึงเก็บเกี่ยว - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ยื้อชีวิตข้าว! ชาวนาชัยนาท สูบน้ำบ่อสุดท้าย หวังเลี้ยงถึงเก็บเกี่ยว

เขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท น้ำลดลงตามแผนระบายกรมชล แต่ยังไร้นโยบายเพื่อการเกษตร ขณะที่ นา อ.สรรคบุรี กว่า 20,000 ไร่ โดนพิษภัยแล้งด้วย ด้านชาวนาเร่งสูบน้ำบาดาลทั้งวันทั้งคืนยื้อชีวิตข้าวให้ถึงเก็บเกี่ยว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำที่จุดวัดน้ำ C13 เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ที่ 13.88 เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนต่ำกว่าตลิ่งถึง 2.46 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงจนเห็นสันทรายโผล่ขึ้นมาบริเวณท้ายเขื่อน แต่ระดับน้ำที่ลดลงนั้นเป็นไปตามแผนการระบายน้ำของกรมชลประทาน ที่กักเก็บน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภค และใช้สำหรับผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศเท่านั้น ส่วนเรื่องของการระบายน้ำเพื่อการเกษตรไม่มีนโยบาย เพราะมีการประกาศเตือนเกษตรกรล่วงหน้าแล้ว แต่จะมีการระบายน้ำไปช่วยเกษตรที่ทำนาไปแล้วบางส่วนเท่านั้น


ขณะที่พื้นที่ทำนา อ.สรรคบุรี กว่า 20,000 ไร่ ต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำทำนา บางส่วนที่ยังทำนาอยู่อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำสำรอง ทั้งจากบึงกักเก็บน้ำส่วนตัว และน้ำสูบจากบ่อบาดาลที่ขุดเจาะขึ้นภายในที่นาของตนเอง


ด้าน นายอาทิตย์ เข็มเพชร อายุ 54 ปี ชาวนา ม.9 ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท กล่าวว่า คลองส่งน้ำที่เคยสูบมาจากบริเวณท้ายเขื่อน ขณะนี้แห้งขอดมานานหลายเดือน รู้ว่าไม่มีน้ำแต่มีอาชีพทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อ ไม่รู้จะปรับไปทำอาชีพอะไร แต่โชคดียังมีบ่อบาดาลที่ขุดเจาะไว้ 2 จุด ตอนนี้ใช้งานได้แค่ 1 บ่อ เพราะอีกบ่อแห้งขอด ต้องเร่งสูบน้ำทั้งวันทั้งคืนจึงจะเพียงพ่อต่อที่นาทั้งหมดกว่า 20 ไร่ แต่การสูบน้ำจากบ่อบาดาลนั้นต้องสูบถึง 3 ทอด เนื่องจากบ่อที่ใช้ได้อยู่ตรงที่นาอีกฝั่งถนน จึงต้องเสียค่าน้ำมันวันละเกือบ 1,000 บาท และต้องสูบอีก 2 ครั้ง ข้าวถึงจะสามารถรอดจนถึงเก็บเกี่ยว


"ไม่ว่าจะขาดทุนหรือได้กำไรก็ต้องทำต่อไป เพราะการทำนาคืออาชีพหลักของครอบครัว แต่หลังจากนี้จะชะลอการทำนาออกไป เพราะน้ำในบ่อบาดาลค่อยๆ แห้งขอดลง กลัวว่าเมื่อปลูกแล้วจะไม่คุ้ม โดยจะรอจนกว่าภัยแล้งหมดไป และมีประกาศจากกรมชลประทาน ว่ามีน้ำเพียงพอต่อการปลูกข้าวเท่านั้น จึงจะปลูกครั้งต่อไป" ชาวนาอำเภอสรรคบุรี กล่าว.