ยิ่งกว่าเว่อร์วังอลังการ! เปิดคฤหาสน์หลายร้อยล้าน 'ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ' มหาเศรษฐีค้าเพชร (ชมคลิป) - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ยิ่งกว่าเว่อร์วังอลังการ! เปิดคฤหาสน์หลายร้อยล้าน 'ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ' มหาเศรษฐีค้าเพชร (ชมคลิป)

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 06:05
103,592 ครั้ง


หากพูดถึงเซเลบฯ ในวงการตลาดค้าเพชร และอัญมณี หลายคนอาจนึกถึงอภิมหาไฮโซชื่อคุ้นหู 'ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ' ที่หลงใหลในแสงระยิบระยับของเพชรนิลจินดาขึ้นมาทันควัน ซึ่งไม่เพียงเขาจะเป็นเจ้าของร้านเพชร 'เจมส์ พีซ บาย ชูชัย' ที่โด่งดังมานับทศวรรษ ทว่าล่าสุดยังเปิดโปรเจกต์พันล้านใน 'โครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา' สร้างไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้แห่งใหม่ พร้อมรีสอร์ตสุดหรูภายในขึ้นด้วย…

'ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ' มหาเศรษฐีค้าเพชร

ในวันที่ฤดูพระอาทิตย์ทอแสงวิบวับไม่แพ้ประกายเพชร ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสเปิดบ้านสุดหรูของเขา อาณาจักรใจกลางเมืองบนเนื้อที่กว่า 500 ตร.ว. ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ที่มองเผินๆ รอบกำแพงอาจดูเหมือนรีสอร์ตกว้าง หากแต่ภายในกลับหรูหราราวกับคฤหาสน์ไม่มีผิดเพี้ยน เราเดินสำรวจไปตามห้องนั้น ห้องนี้ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างอลังการ ซึ่งทุกห้องล้วนแต่มีชื่อเรียกขานสุดเก๋ไก๋ตามสไตล์คอนเซปต์การตกแต่ง ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และฝรั่งเศส เห็นแล้วต้องบอกเลยว่า รสนิยมมากกว่าคำว่าเว่อร์วังอลังการซะจริงๆ

พร้อมเปิดคฤหาสน์กันรึยัง?!

สำรวจคฤหาสน์หลายร้อยล้าน!

ก่อนจะนั่งคุยกันยาวๆ เจ้าของบ้านพาเราเดินสำรวจรอบบ้าน เรียกว่าได้อารมณ์เหงื่อซึมๆ เพราะความใหญ่โตโอ่อ่า สักพักสะดุดตาสวนน้ำตก บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ทอดอารมณ์ ทอดสายตาฟังเสียงน้ำซู่ซ่าได้ไม่นาน

เราเลยขออนุญาตเจ้าของบ้านมานั่งเม้าท์มอยในอิริยาบถสบายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ส่วนตัว สไตล์การแต่งตัว ตลอดจนการตกแต่งบ้านสุดเก๋ ตามสไตล์ล้วงลึกเช่นเคย

ทางเข้าสวนจากหน้าบ้าน

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ผู้คร่ำหวอดในวงการค้าเพชรมาตั้งแต่เด็กๆ เผยกับเราอย่างเป็นกันเองว่า ปกติส่วนใหญ่เวลาอยู่บ้านจะดูชิลๆ ขัดกับเวลาทำงานข้างนอกที่จะดูเครียด และเคร่งขรึมตลอดเวลา "เวลาอยู่บ้านเราจะชอบเล่นกับสุนัขมาก ที่บ้านนี้มีเกือบ 10 ตัวเลย บางครั้งเราก็จะออกกำลังกาย ฟิตเนส เข้าสปาบ้าง ว่ายน้ำบ้าง คือทุกอย่างมันมีอยู่ในบ้านหมดเลย เราก็จะได้ใช้วันทั้งวันรีแลกซ์ให้เต็มที่ แต่ถ้าเวลาทำงานเราก็จะทำงานแบบจริงจังเลยเหมือนกัน ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ก็มีช่วงหลังที่ทำงานน้อยลงหน่อย"

วันหยุดชิลๆ ก็เล่นกับน้องหมาตัวโปรด

เมื่อพูดถึงการสไตล์การแต่งตัวในวันสบายๆ หลายคนอาจมองว่า เขาคงจะแต่งตัวเว่อร์วังอลังการเหมือนตอนออกงานข้างนอก ทว่าแท้จริงแล้ว ใครจะรู้เขากลับชอบที่จะใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามชิลๆ ตัวเดียวซะมากกว่า เขาพูดให้เราฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า คนภายนอกอาจมองว่าเขาดูเว่อร์ แต่จริงๆ เขาเป็นคนแต่งตัวเรียบง่าย สบายๆ และไม่เยอะเลย ถ้าใครที่รู้จักเขาจริงๆ จะรู้ว่าเขาชอบแต่งตัวแบบไหน

"ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวจริงๆ แล้ว เป็นคนชอบแต่งตัวเรียบๆ นะ ชอบอะไรที่เรียบโก้ เท่ และมีกิมมิกนิดหน่อย อย่างลายดอกไม้อะไรเยอะแยะ เราจะไม่ชอบเลย หรืออะไรที่มันปะไปปะมานู่นนี่นั่น ดูเลอะเทอะ มันจะไม่ใช่ (ตัวตน) เราเลย เราจะไม่แต่งแบบนั้นเด็ดขาด เราชอบใส่เสื้อผ้าโทนสีพาสเทล สีขาว สีฟ้า และสีดำจะชอบมากที่สุด จะสังเกตได้ว่า พวกสีแจ๊ดๆ สดมากๆ เราแทบจะไม่มีเลย มีน้อยมาก และไม่ค่อยหยิบมาใส่ด้วย เราจะใส่เฉพาะเวลาออกงานจริงๆ เพราะบางครั้งเวลาไปงานมันจะมีธีมสี สีแดง สีส้ม สีชมพูอะไรแบบนี้ มันเลยทำให้เราต้องซื้อเสื้อผ้าสีสดๆ มาเก็บไว้ และต้องจัดเต็มนิดหนึ่งให้มันถูกกาลเทศะ นั่นก็เลยอาจทำให้หลายคนมองว่า เราเป็นคนแต่งตัวโอเว่อร์เมื่อเห็นตามสื่อฯ ต่างๆ"

ขอจัดเต็มเสื้อผ้า-แอคเซสเซอรี่นิดนึง
ถ่ายรูปชิลๆ เล่นไปกับตากล้อง =)

หากพูดถึงกระแสจะมาในทางลบ-มีคนแอนตี้แรงขนาดไหน แต่เขาก็รู้สึกโอเค และยินดีไม่น้อย ด้วยความคิดที่ว่า มันเป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะนั่นหมายถึงยังมีคนคิดถึงเขาอยู่ เขายังอยู่ในเทรนด์ที่ใครหลายคนนึกถึง ทว่าวันใดไม่มีคนพูดถึงเขาแล้ว นั่นให้ทำใจไว้เลยว่า คนได้หมดความสนใจในตัวเขาแล้ว" เราไม่สนกับกระแสแอนตี้อะไรหรอก ใหม่ๆ มันอาจจะมีผลกับเรา เราก็อาจจะรู้สึกเอ๊ะ...มันเกิดอะไรขึ้น? แต่ตอนนี้เรากลับคิดว่า มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีซะอีกที่ยังมีคนนึกถึงเรา พูดถึงเรา นั่นแสดงว่าเรายังไม่เอาต์"

ถ้าใครที่รู้จักเราจริงๆ ชูชัยเว้นวรรคและย้ำด้วยว่า จะรู้ว่าเราไม่ใช่คนเว่อร์อะไรเลยนะ เป็นคนชอบอะไรเรียบๆ ใช้ชีวิตซิมเปิ้ลไลฟ์ด้วยซ้ำ อยู่ก็ง่าย ทานก็ง่าย หลายคนเห็นเราตามสื่อฯ ก็คิดว่าเราเป็นคนจับต้องยาก เข้าถึงลำบาก เรื่องเยอะ-เรื่องมาก หรืออาจจะจู้จี้จุกจิก แต่ถ้าได้มาสัมผัสจริงๆ จะรู้ว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้นเลย

'ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ' มหาเศรษฐีค้าเพชร


สไตล์แต่งบ้านแบบนี้…ใช่เลย!

มหาเศรษฐีเพชรเล่าให้เราฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า เขาชอบใช้เวลาอยู่กับบ้าน (โดยเฉพาะในห้องนอนส่วนตัวสุดหรู) มากกว่าการออกไปข้างนอกบ้านเจออากาศร้อนๆ อย่างที่เห็นนอกจากมันจะมีขนาดกว้างแล้ว มันยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ ส่วนตัวแล้วเขาชอบแต่งบ้านสไตล์ยุโรป ให้ความรู้สึกรีแลกซ์ๆ เป็นธรรมชาติหน่อย และชอบโทนสีแบบเอิร์ธโทน ที่ให้ความรู้สึกว่ามันไม่เอาต์ หรือเห็นแล้วเบื่อง่าย ไอเทมทุกชิ้นที่ตกแต่งล้วนแต่เป็นของเก่าแท้ที่ซื้อสะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อมาในแถบยุโรปเยอะ ถ้าเป็นเอเชียก็จะมีแนวจีน บาหลี และอินเดีย…

อันนี้เพิ่งซื้อล่าสุดเลย ราคาแพงเอาเรื่องอยู่นะเนี่ย

"จริงๆ ถ้าถาม ของเก่าโบราณมันเป็นอะไรที่สวยหมดเลย แต่เราชอบที่เป็นฝั่งยุโรปมากกว่านะ ส่วนมากถ้าเราไม่ไปซื้อที่ยุโรป เราก็จะไปซื้อตามร้านขายของเก่า-ของโบราณๆ ในไทยที่ขึ้นสินค้า Ancient จากยุโรป ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ประมาณ 20-30 เจ้าที่เราไปช็อปปิ้งเป็นลูกค้าประจำเลย ไปทีก็ไปซื้อชิ้นใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ อย่างเช่น งาช้าง นาฬิกา โคมไฟระย้า หรือเป็นพวกรูปปั้นหินอ่อนเราจะชอบมาก แต่ถ้าเป็นของจุกจิกอะไรเล็กๆ เราจะซื้อเวลาไปยุโรป-ลอนดอน เพราะมันสามารถหิ้วกลับมาเองได้ ที่นั่นเราไม่มีร้านประจำนะ เพราะกลับไปทีหาไม่เคยเจอ (หัวเราะ) ร้านมันมีเยอะมากจริงๆ และทุกร้านมีของตกแต่งสวยหมด ไปทีไรก็เป็นอันต้องซื้อกลับมาทุกครั้งเลย โดยเฉพาะภาพวาดซื้อกลับมาตลอด"

เสน่ห์ของเก่า ราคาแพงระยับ

เขาได้ให้เหตุผลที่ชอบของเก่าแท้ว่า มันมีแต่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้าน เวลา Build-in ทำใหม่ มันมีแต่จะทำให้มูลค่าบ้านเพิ่มขึ้น-แพงขึ้น ผิดกลับไอเทมที่โมเดิร์นทันสมัย ไม่นานประมาณ 5-6 ปี มันก็เอาต์ ทำให้เริ่มเบื่อ และต้องคอยอัพเดตอยู่ตลอดเวลา ทำให้มูลค่าบ้านลดลง "ลองคิดดูสิ การสะสมของเก่าโบราณไว้ในบ้าน มันมีแต่จะทำให้มูลค่าแพงขึ้น แต่ถ้าเราซื้อของใหม่ แค่แป๊บเดียวไม่กี่ปีก็ต้องเอาไปทิ้งแล้ว มันไม่คุ้มกันเลย มีแต่เสียเงินเพิ่มขึ้น แถมมูลค่าราคาก็ต่ำลงไปด้วย อีกทั้งคุณค่าทางใจก็เทียบกันไม่ได้เลย ของเก่าโบราณมีแค่ชิ้นเดียวและหายาก ในขณะที่ของใหม่ทันสมัยถูกก๊อบปี้ออกมาเป็นร้อยๆ ซ้ำกันไปหมด ใช้ได้แป๊บๆ ก็เอาต์ มันไม่ได้มีคุณค่าทางใจอะไรขนาดนั้น"

ขนาดห้องน้ำก็ยังหรูหรา
น่าใช้สุดๆ ไปเลย

หากเดินเข้าไปในละแวกร้านขายของเก่า โบราณๆ เขาจะมุ่งตรงไปเลือกไอเทมที่มีดีเทลไม่เหมือนใคร มีความเป็นเอกลักษณ์ (Unique Piece) และหายากมากๆ เรียกว่ามีสิ่งเดียวบนโลกนี้เลยก็ได้ หากแต่เป็นไอเทมที่ซ้ำๆ กัน กิมมิกโหล่ๆ เห็นได้บ่อย เขาจะเดินเชิดใส่มองข้ามทันที!

โคลัมบัส (Columbus) - ห้องรับแขกด้านหน้าที่ตกแต่งสไตล์สเปน
เลอบิตี้แวร์ซาย (Lerbity Versailles) - ห้องดินเนอร์สไตล์ฝรั่งเศส 6 ที่นั่ง


บ้านหลังงามกับ 20 เซ็กชั่น อ่านไม่ผิด 20 เซ็กชั่น

นอกจากนี้ภายในบ้านของเขายังแบ่งเป็นประมาณ 20 เซ็กชั่น ซึ่งจะมีชื่อเรียกขานแตกต่างกันไปตามสไตล์การตกแต่ง อาทิ โคลัมบัส (Columbus) ชื่อห้องรับแขกด้านหน้าที่ตกแต่งสไตล์สเปน, เวนีเซีย (Venezia) ชื่อห้องรับแขกตรงกลางที่ตกแต่งสไตล์ เวนิส อิตาลี, เลอบิตี้แวร์ซาย (Lerbity Versailles) ห้องดินเนอร์ที่ตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส เน้นสีทองอลังการเว่อร์ๆ, โมกุล (Mughal) ห้องรับแขกแนวจีนผสมออร็อคคิด หรือแม้แต่ห้องนอนของเขาเองก็มีชื่อเรียกสุดเลิศไม่แพ้กัน นิวยอร์ก นิวยอร์กกี้ (Newyork Newyorky) กับการตกแต่งแบบ East&West ผสานผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน

เออซู (Ur Chu) - ห้องดินเนอร์ขนาดใหญ่ 12 ที่นั่ง
ยูนิเวอร์แซล (Universal) - ห้องเอนเตอร์เทนเมนท์ (คาราโอเกะ ฉายหนัง) สำหรับให้เพื่อนๆ มาปาร์ตี้สังสรรค์กัน

"เหตุผลที่แต่ละห้องต้องมีชื่อเรียก เพราะเราเห็นว่ามันง่ายต่อการบอกคนอื่นๆ ให้ไปที่ห้องนั้นห้องนี้นะ ถ้าไม่งั้นมันก็อธิบายลำบาก เพราะอย่างชั้นล่างชั้นเดียวก็มีห้องรับแขกถึง 3 ห้อง และห้องดินเนอร์อีก 2 ห้อง แต่ถ้าเราบอกเป็นชื่อห้องไปเลย อย่าง ยูนิเวอร์แซล (Universal) คนเขาก็จะรู้ว่าเป็นห้องอะไร ซึ่งห้องนี้มันเป็นห้องเอนเตอร์เทนเมนท์ ห้องคาราโอเกะ ห้องฉายหนัง ให้เพื่อนๆ ได้มาปาร์ตี้สังสรรค์กัน จริงๆ แล้วแต่ละห้องเราไม่มีคอนเซปต์ตกแต่งอะไรนะ เอาตามความชอบเราเป็นหลักเลย เพียงแค่เอาสไตล์เดียวกันมาวางอยู่ในห้องเดียวกันให้มันดูสวยลงตัวแค่นั้น ซึ่งของก็เป็นของเก่าแท้ที่เราซื้อเก็บสะสมมาตลอดๆ แต่ละห้องจะมีดีเทลเยอะมาก เพราะเราเป็นคนชอบมีนู่นมีนี่ ใส่องค์ประกอบเยอะแยะ ทว่าทุกอย่างต้องลงตัว และไม่ดูรกนะ… เยอะ แต่ดูเนี๊ยบ!"

อลังการใช่เล่นเลย!
ทางเดินขึ้นไปชั้น 2 ของบ้าน แค่โคมไฟระย้าก็อลังการเว่อร์แล้ว!
ห้องพระ...
บันไดวน ทางลงไปห้องฟิตเนสด้านล่าง
ครบครันไปด้วยเครื่องออกกำลังกาย
ซิตอัพ เล่นกล้ามก็มีหมด เลิศป่ะล่ะ!

ห้องนอนอลังการจนไม่กล้านอน

ถ้าถามว่าชอบห้องไหนมากที่สุด เขาตอบเร็วทันควันแบบไม่ต้องคิดเลยว่า ชอบห้องนอนตัวเองมากที่สุด เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เพนเฮ้าส์ แบ่งเป็นหลายโซน มีทั้งสปา เคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งดริ๊งค์ เลาจน์ขนาดกลาง ห้องอบเซาว์น่าบำรุงผิว ตลอดจนมีอ่างจากุซซี่ให้นอนแช่เล่นสบายตัว "ในห้องนอนเราชอบทุกมุมเลยนะ รู้สึกว่ามุมนี้ก็สวย มุมนั้นก็สวย ส่วนใหญ่เราก็ใช้เวลาอยู่ในนี้นี่แหละ อยู่ได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกอยากออกไปไหนเลย มันสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัวดี"

ห้องนอนสุดเว่อร์วัง แอบอิจฉาเล็กๆ นะเนี่ยย
เห็นแล้วน่านอนสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ!
หมอนจากเวนิส ราคาเบาๆ แค่ใบละ 500 ยูโร -1,000 ยูโรเอง
ห้องทำงานส่วนตั๊ว ส่วนตัว

"ห้องนอนเราจะตกแต่งเป็นสไตล์ East&West มีทั้งฝรั่งผสมจีนผสมโมร็อคเคียน แอบมีบาหลีนิดๆ หลากหลายสไตล์เลย ซึ่งเราเป็นคนออกแบบเองทุกอย่าง ไอเทมต่างๆ เราก็ดูว่าควรจะวางตรงนี้ หรือตั้งตรงไหนดี มุมนี้จะเหมาะไหม หรือแม้แต่วอลเปเปอร์เราก็คิดเอง เลือกเองหมด ห้องนี้ตกกลางคืนพอเปิดไฟแล้วยิ่งสวยนะ" เขาพูดด้วยสีหน้าอมยิ้มแบบภูมิใจเล็กๆ

Lounge ขนาดกลางในห้องนอนสุดหรู
อ่างจากุซซี่ในห้องนอน แช่เล่นสบายตัวได้ทั้งวัน =)
ตู้โชว์ในห้องนอน มีแต่ไอเทมเล็กๆ กิ๊บเก๋

อย่างไรก็ดี ในห้องนอนยังมีอีกหนึ่งโซนที่เขาภูมิใจพรีเซนต์เอามากๆ นั่นคือ 'โซนห้องน้ำ' ที่ติดกับบันไดแก้วพาขึ้นไปยังห้องแต่งตัวสุดหรู เพราะไม่เพียงมันจะเป็นจากุซซี่แบบยืนอาบได้แล้ว เพดานด้านบนยังทำเป็น Sky มีแสงเหมือนฝนดาวตกพุ่ง (เปิดไฟตอนกลางคืนจะสวยมาก) แถมแม่บ้านยังคอยจุดกลิ่นหอมๆ อบอวลไปทั่วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่สปาตลอดเวลา เปลี่ยนไปวันละกลิ่นไม่ซ้ำกัน ชวนให้บรรยากาศในห้องน้ำน่าใช้เข้าไปอีก โดยกลิ่นที่เขาชอบมากที่สุด คือกลิ่นหอมเบาๆ ของ White Tea…

บันไดแก้วขึ้นไปห้องแต่งตัว (ลองเดินแล้ว บอกเลยว่าชันสุดๆ)

เดินขึ้นมายังห้องแต่งตัวสุดหรู หลายคนอาจจะจินตนาการไม่ถึงว่ามันอลังการสักแค่ไหน ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าหลากหลายแบบแขวนเรียงราย อีกทั้งแอคเซสเซอรี่ทั้งรองเท้า กระเป๋า หรือแม้แต่เข็มขัดจากหนังพรีเมี่ยม รวมนับ 100 กว่าชิ้น ก็ถูกวางจัดสรรไว้เป็นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงแหวนเพชรเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ประมาณกว่า 10 วง มูลค่าหลายล้านบาทที่ส่องเป็นประกายระยิบชวนสะดุดตา เห็นแล้วทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เขาได้ใช้มันครบหมดทุกอย่างแล้วรึยัง? "(หัวเราะ) จริงๆ ก็ใช้ครบหมดแล้วนะ เพียงแต่นานๆ จะหยิบอันนี้มาใช้ที อันโน้นมาใช้ที เราเหมือนโรคจิตอย่างหนึ่งเลย คือมีแล้วก็ยังจะซื้ออีก ซื้อเรื่อยๆ ชอบอะไรก็ซื้อหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะรองเท้า กระเป๋า หัวเข็มขัด จะชอบซื้อมากๆ ทั้งๆ ที่มีจนล้นห้องแล้วทว่ามันก็อดซื้อไม่ได้จริงๆ"

อลังการอย่างที่บอกรึเปล่า ไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองเลย
เอาไปเลย 3 คำ...เรียบ หรู แพง!

เคยคิดว่าบ้านเว่อร์อลังการไปไหม ถ้าเทียบกับบ้านเซเลบฯ คนอื่น? "ไม่เลยนะ เพราะนี่มันคือตัวตนเรา องค์ประกอบทุกอย่างในบ้านมันคือตัวเรา ตั้งแต่การดีไซน์ การออกแบบ ไปจนถึง Gimmick ตกแต่งทุกอย่าง มันคือสไตล์ของเรา ซึ่งคนอื่นอาจจะมีสไตล์ไม่เหมือนเราก็ได้ เคยมีลูกค้าต่างชาติมาเห็นบ้านเรา เขาก็บอกว่าไม่เคยเห็นบ้านอะไรที่เป็นแบบนี้เลย บ้านคนอื่นมันจะเบา และดูเหมือนบ้านที่ไปในทิศทางเดียวกันหมด แต่บ้านของเรามันมีองค์ประกอบเยอะ แล้วมันดูลงตัว-สวย อย่างในห้องนอน เราก็มีบันไดแก้วขึ้นไปห้องแต่งตัวชั้น 3 ซึ่งทั้งชั้นเป็นห้องแต่งตัวของเราเลย หรือมีสปาจากุซซี่ในห้องนอน มันก็เก๋ไม่เหมือนใคร เราจะทำอะไรที่คนอื่นไม่ค่อยทำกัน หรือแทบจะไม่มีเลยดีกว่า แต่เราทำได้ เพราะทั้งหมดทุกอย่างมันคือตัวตนของเราจริงๆ"

เสื้อผ้าเยอะเว่อร์ ทุกอย่างถูกจัดไว้เป็นระเบียบ
เพชรเม็ดงามระยิบระยับน่าหลงใหล แพงสุดก็ประมาณไม่กี่ล้าน (ว้าวว!)

กระแสแอนตี้ชูชัย?

ส่วนตัวแล้วเขาไม่เคยกลัวกระแสแอนตี้ในเรื่องความเว่อร์ ความเยอะ หรือฟีดแบ็กในทางลบสักนิด เขากลับคิดว่า มันดีซะอีกที่มีคนให้ความสนใจในตัวเขา เวลามีรายการมาถ่ายที่บ้าน หรือถ่ายละครกันที่นี่ เขาไม่คิดถึงกระแสแอนตี้ต่างๆ ที่จะตีกลับมา เพราะกระแสต่างๆ เหล่านั้นมันจะทำให้บ้าน และตัวเขาดังขึ้นไปอีก อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้คิดว่าจะต้องมาโชว์บ้านอวดความเว่อร์วัง เพียงแต่อยากให้เพื่อนฝูงรู้จักบ้านของเขา เพื่อเวลาที่จะติดต่อค้าขายอะไร เพื่อนๆ จะได้มาบ้านของเขาถูกแค่นั้น…

"หลังจากที่บ้านเปิดตัวตอนแรก มันกลายเป็นที่ฮือฮา ทอล์กออฟเดอะทาวน์มากเลย ซึ่งเราเองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน มันมีทั้งกระแสที่ดีและกระแสที่ไม่ดี แต่ส่วนมากก็จะชมนะ ว่าบ้านเก๋ดี มีดีไซน์เฉพาะตัว แล้วก็มีหลากหลายอารมณ์อยู่ในตัวตนของเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นคนที่วาไรตี้มากกับชีวิต (หัวเราะ)"

ฟังเสียงน้ำตก ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศธรรมชาติ
ให้ความรู้สึกเสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ

ถามถึงเรื่องการดูฮวงจุ้ยของบ้าน เขายืนยันกับเราด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ไม่ได้มีการดูฮวงจุ้ยมาก่อนเลยจริงๆ ทั้งหมดเป็นการจัดบ้านตามใจชอบเสียมากกว่า "ก่อนตกแต่งจัดบ้าน ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วตอนที่สร้างใหม่ๆ เราไม่ได้ให้ซินแสมาดูฮวงจุ้ยอะไรเลย เพราะเราไม่ได้เชื่ออะไรกับเรื่องพวกนี้ แต่หลังจากนั้นก็มีพาซินแสมาบ้าน คือเขาเป็นลูกค้า เขาก็เดินดูรอบๆ บ้าน แล้วก็บอกว่าเราวางถูกฮวงจุ้ยหมดแล้ว บ้านก็หันถูกด้าน มีน้ำล้อมรอบ ถูกหลักถูกอะไรหมดเลย ถึงได้ร่ำรวยขึ้นตลอดๆ แบบนี้ เราก็ฟังนะแต่ยังรู้สึกเฉยๆ เราเพิ่งมาเริ่มเชื่อตอน 7-8 ปีให้หลัง เพราะรู้สึกว่ามันมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาจริงๆ ร่ำรวยขึ้น ค้าขายอะไรก็ขึ้น รู้สึกว่ามันดีนะที่เราสร้างอะไรแบบนี้ขึ้นมา แล้วปรากฏว่ามันตรงหลักฮวงจุ้ย ทำให้เราอยู่เย็นเป็นสุขมาตลอด"

ทางเดินไปสระว่ายน้ำ เหมือนในรีสอร์ตไม่มีผิดเพี้ยน...
ชอบอะไรที่ ancient เก่าแก่ ลึกลับ และน่าค้นหา
สระว่ายน้ำใหญ่เว่อร์อ่ะ ใสด้วย!

เคล็ดไม่ลับการแต่งบ้านสไตล์ชูชัย

หลังจากคุยเรื่องบ้านสุดหรูราวกับคฤหาสน์ของเขามาถึงช่วงท้าย เชื่อแน่ว่า หลายคนอยากจะรู้เทคนิค และการหาอินสไปร์ในการตกแต่งบ้านบ้าง เขาได้แง้มคำตอบให้เราฟังว่า ก่อนอื่นควรจะค้นพบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ชอบบ้านแนวไหน ชอบการตกแต่งสไตล์ไหน ที่จะทำให้เราสามารถอยู่ได้ไปตลอดโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญเลย แล้วเราก็เลือกกิมมิกให้เข้ากับบ้าน ทุกอย่างที่เลือกมันจะต้องเป็นตัวตนของคนที่อยู่จริงๆ หลายคนอาจคิดว่า ยิ่งซื้อเยอะยิ่งดี แล้วเอามาจัดวางให้มันเข้ากัน บางทีมันอาจไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก เพราะมันจะทำให้ห้องดูรกเกินไป ซื้อมาเยอะทว่าหัวไม่ครีเอต ไม่มี Taste ไม่รู้จะตกแต่งไว้ตรงไหน กลายเป็นบ้านจับฉ่าย วางๆ แต่ไม่มีความสวย ไม่ใช่สไตล์เดียวกัน มันก็จบ!

บรรยากาศร่มรื่น น่าอยู่สุดๆ

"ทางที่ดีเพื่อให้บ้านออกมาดูสวย ลงตัวที่สุด เราแนะนำให้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน แล้วมาร์กแบบสไตล์ หรือดีไซน์ไหนที่ชอบไว้ เป็นไปได้ลงทุนซื้อหนังสือนิดนึง หลายๆ เล่ม 100 กว่าเล่มเลยก็ได้ เพื่อจะได้มีรีเฟอเรนซ์หลายแบบหลายสไตล์ให้คุณเลือก ถ้าคุณเป็นคนตกแต่งบ้านไม่เก่ง อาจลองใช้ดีไซเนอร์ช่วยก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว แล้วพรีเซนต์ให้เขาฟังว่าคุณอยากได้แบบนี้ แบบนั้น หรือชอบแบบไหน อยากให้บ้านออกมาเป็นสไตล์ไหน พร้อมเอารีเฟอเรนซ์ภาพจากในหนังสือที่คุณมาร์กๆ ไว้ให้เขาดู มันจะช่วยดึงตัวตนคุณออกมาได้ และเขาก็สามารถออกแบบให้ถูกใจคุณได้ง่ายมากขึ้น เราว่ามันช่วยได้เยอะจริงๆ นะ แต่คุณอย่าไปบอกว่าต้องการแบบนี้ แบบนั้นโดยไม่มีภาพนะ ไม่งั้นเขาอาจจะงงเอาได้ ที่สำคัญที่สุด ต้องเลือกดีไซเนอร์ที่โอเคกับความคิดคุณ ไม่ใช่คุณเสนออะไรไปก็ไม่ได้ นั่นจะทำให้ไม่ได้บ้านที่เป็นตัวตนคุณจริงๆ"

จำไว้ว่า 'บ้าน' เราไม่ได้อยู่แค่คืนสองคืน หากแต่อยู่กับมันไปตลอดชีวิต ฉะนั้นต้องให้ความใส่ใจกับมันมากๆ ใส่ใจเยอะๆ กับทุกสเต็ปขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการเลือกซื้อของตกแต่งต่างๆ เลือกที่เราชอบ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้านได้…

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    75.0%
  • ไม่ชอบ
    20.7%
  • สนุก
    1.2%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    0.6%
  • ให้กำลังใจ
    1.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement