หารือกฤษฎีกาใช้ ม.44 ผุดกรมวิชาการ “ดาว์พงษ์” ลั่นปรับโครงสร้าง ศธ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หารือกฤษฎีกาใช้ ม.44 ผุดกรมวิชาการ “ดาว์พงษ์” ลั่นปรับโครงสร้าง ศธ.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ม.ค. 2559 06:01
553 ครั้ง


เชื่อมรัฐธรรมนูญ-พ.ร.บ.ศึกษาใหม่

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้ตนได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอหารือแล้ว โดยเสนอขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้มีการจัดตั้งกรมวิชาการ และรวมอาชีวศึกษาเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกาว่ามีผลกระทบอะไรแค่ไหน โดยตนคงต้องไปสร้างความเข้าใจกับกฤษฎีกา ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถอธิบายให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นถึงเหตุผลและความจำเป็นได้อย่างแน่นอน

ต่อข้อถามถึงการปรับโครงสร้างใหม่ในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่อยากให้เรียกว่าโครงสร้างใหม่ แต่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างแน่ ซึ่งยังไม่ทำในขณะนี้เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และอาจจะส่งผลกระทบกับคนเป็นจำนวนมาก อะไรที่มีผลกระทบกับคนจำนวนมากทำแล้วมีคนได้และเสียประโยชน์ ต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนในทุกๆเรื่อง อย่างไรก็ตามการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเกิด และทำให้แล้วเสร็จตามโรดแม็ปภายใน 1 ปี 6 เดือนแน่นอน เพราะโครงสร้างจะต้องเชื่อมโยงตั้งแต่รัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีข้อเสนอให้ปรับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นองค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการนั้น คงต้องย้อนกลับไปดูปัญหาว่าโครงสร้างเดิมที่ผ่านมามีปัญหาอะไร หรือมีช่องว่างอยู่ตรงไหนและสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าแก้ไขด้วยโครงสร้างเก่าไม่ได้ก็คงต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ เหมือนกับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการที่ตนต้องขอดูว่าปัญหาในการทำงานมีอะไรบ้างแก้ไขได้หรือไม่ เมื่อระบบเก่าแก้แล้วไปไม่รอดก็ต้องแก้ด้วยระบบใหม่ โดยต้องดูด้วยว่าจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็ปรับโครงสร้างเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตนไม่อยากจะเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการให้มากมายจนเจอกับปัญหาอีก.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    50.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement