สั่งเด้งผู้คุมคุกอำนาจเจริญ หลังผู้ต้องขังถูกซ้อมดับ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สั่งเด้งผู้คุมคุกอำนาจเจริญ หลังผู้ต้องขังถูกซ้อมดับ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 23:15
3,472 ครั้ง


ผบ.เรือนจำ จ.อำนาจเจริญ สั่งย้ายผู้คุมไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคนใหม่ทำหน้าที่แทน ปัดขังรวมนักโทษทั่วไป แต่รับถูกทำร้ายจริง ยันให้ความเป็นธรรม ...

วันที่ 20 ม.ค. จากกรณีที่ นายบรรหยัด ยั่งยืน ผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับ ที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญ จับกุม แล้วไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ ถูกผู้ต้องขังด้วยกันกระทืบจนเสียชีวิต แม่ของผู้ตายจะดำเนินคดี กับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (แม่โวยลูกชายถูกผู้ต้องขังคุกอำนาจเจริญ ซ้อมดับ ลั่น เอาเรื่องเจ้าหน้าที่)

ต่อมา เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 20 ม.ค. นางสมัย ยั่งยืน อายุ 77 ปี แม่ของ นายบรรหยัด ยั่งยืน ผู้ตาย และนางรัตนา ยั่งยืน อายุ 45 ปี ชาวออสเตรเลีย พื่สาวและญาติ จำนวน 10 คน ได้เดินมาพบ ร.ต.ท.เนติธร พรมรักษ์ พงส.สภ. เมืองอำนาจเจริญ แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จำเลยที่ 1 นายสมบุญ มาศประทุม ผบ.เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ นายภัทระ เคนอ่อน เจ้าหน้าที่ผู้คุม และผู้ต้องขัง ที่ทำร้ายร่างกายลูกชาย จนถึงแก่ความตาย โดยทาง พงส.ได้รับเรื่องไว้ แต่จะต้องรอผลพิสูจน์ของนิติเวช จึงจะสามารถตั้งข้อหาได้

นางสมัย กล่าวด้วยน้ำตา ว่า หากทางเรือนจำเอาใจใส่มากกว่านี้ ลูกชายของตนจะไม่เสียชีวิต สำหรับลูกของตน ถูกจับกุมคดีเมาแล้วขับเป็นคดีเล็กน้อย แต่ทำไมทางตำรวจ ไม่กักขังไว้ที่ สภ. ทำไมจึงรีบเร่งส่งไปฝากขังที่เรือนจำที่มีผู้ต้องขังจำนวนมาก ทางเรือนจำก็น่าจะแยกขังเดี่ยว เพื่อความปลอดภัย แสดงว่าทางเรือนจำปล่อยปละละเลย ตนเห็นว่า การตายของลูกตนขอเป็นคดีตัวอย่าง และขอเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นคนสุดท้ายของเรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ กับขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย

นายสมบุญ มาศประทุม ผบ.เรือนจำ จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้นิ่งนอนใจได้ตั้งกรรมการสอบสวนผู้คุมที่เข้าเวร และได้มีคำสั่งย้ายไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ และได้แต่งตั้งคนใหม่ปฏิบัติหน้าที่แทน กรณีที่เป็นข่าวว่า ทางเรือนจำ ได้กักขังรวมไว้กับนักโทษทั่วไป ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงทางเรือนจำได้ขังไว้กับผู้กักขัง ประมาณ 30 คน ยอมรับว่า ถูกทำร้ายจริง แต่เจ้าหน้าที่ก็ดูแลอยู่ แต่ไม่ทันการณ์ เนื่องจากการกักขังในตอนเย็น กุญแจห้องต้องนำไปเก็บไว้กับพัสดี กว่าจะนำมาไขกุญแจจะต้องใช้เวลา

"กรณีที่ถูกทำร้าย เนื่องจากผู้ตายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง คลุ้มคลั่งเอะอะโวยวาย ปีนป่ายห้องขังเอาหัวโขกกำแพงและอาจตกลงมา จนได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างไร ทางเรือนจำก็ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องขังที่เป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจำนวน 4 คน และจะให้ความเป็นธรรมกับแม่และญาติผู้ตายอย่างดีที่สุด ส่วนแม่และญาติผู้ตายจะดำเนินคดีกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตน ผู้คุม และผู้ต้องขัง ทั้ง 4 คน ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของแม่ผู้ตายที่สามารถกระทำได้.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    76.9%
  • ไม่ชอบ
    7.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    3.8%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    11.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement