สมคิด บี้ ทูตพาณิชย์ เพิ่มคนในตลาดศักยภาพ ตั้งเป้าส่งออกขยาย 5% - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สมคิด บี้ ทูตพาณิชย์ เพิ่มคนในตลาดศักยภาพ ตั้งเป้าส่งออกขยาย 5%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 20:38
257 ครั้ง


ประชุมทูตพาณิชย์เครียด “สมคิด” บี้ ปรับทัพทูตพาณิชย์ เพิ่มคนในตลาดที่มีศักยภาพ ลุยขายสินค้าเศรษฐีนำโอทอปวางขายถนนคนเดินตามเมืองดังของโลก พร้อมจัดโครงการสินค้าเกษตรไทยสู่โลก ขีดเส้น 3 เดือน มีเว็บไซต์กลางขายสินค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซให้ได้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายแก่หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ว่า ได้ให้กำลังใจทูตพาณิชย์ในการทำงาน เพราะแม้เศรษฐกิจโลกจะซบเซา แต่ยังทำให้ปี 58 มูลค่าการส่งออกไทยติดลบเพียง 5% เท่านั้น โดยขยายตัวติดลบเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน ฮ่องกง และเม็กซิโก ที่ติดลบน้อยกว่าไทย ส่วนปีนี้ ได้ตั้งเป้าหมายมูลค่าการส่งออกขยายตัว 5% จากปี 58 นั้น จะไม่ปรับลดลงแน่นอน ต้องพยายามทำให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้ฝากให้กระทรวงพาณิชย์ ผลักดันใน 4 เรื่องหลัก การปรับทัพการทำงานของทูตพาณิชย์ทั่วโลกใหม่, การเจาะตลาดเชิงลึกตามเมืองสำคัญๆ ของโลก โดยเน้นตลาดจีน ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการนำสินค้าไปจำหน่ายแหล่งถนนคนเดิน, การจัดทำโครงการสินค้าเกษตรไทยสู่โลก และผลักดันการส่งเสริมการค้าขายด้วยระบบอี-คอมเมิร์ช โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยกลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าโอทอป เพื่อให้ส่งออกสินค้าไทยขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ 5%

สำหรับการปรับทัพทูตพาณิชย์ใหม่ นั้น ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศ ควรเพิ่มคนท้องถิ่น (โลคอล สตาฟ) ให้มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาจ้างชั่วคราว 1-2 ปี จากปัจจุบันที่มีเพียง 2-4 คน ในแต่ละสำนักงาน เพื่อช่วยขยายตลาดสินค้าในแต่ละพื้นที่ รวมถึงอำนวยความสะดวกเอกชนให้ส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีเศรษฐี มากๆ เช่น อาเซียน จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น

“ยิ่งช่วงเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าไม่ดีทูตพาณิชย์ ต้องเพิ่มโลคอล สตาฟ หรือเพิ่มที่ปรึกษา เข้ามาช่วยขายของ เพราะหากมองว่า เศรษฐกิจไม่ดี แต่ต้องลดค่าใช้จ่ายก็ยิ่งทำให้การส่งออกของไทยเสียหายหนัก ส่วนสำนักงานทูตพาณิชย์ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เตรียมจะปิดสำนักงานนั้น ไม่เห็นด้วย แต่ก็จะไม่แทรกแซง เพราะมองว่า กรุงโรม เป็นเมืองแห่งดีไซน์ ควรจะมีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อเจาะตลาดเชิงลึก”

ส่วนการเจาะตลาดเชิงลึกตามเมืองสำคัญของโลกนั้น เบื้องต้นอยากให้ทูตพาณิชย์นำผู้ประกอบการสินค้าโอทอปของไทยไปศึกษาตลาดตามเมืองต่างๆ เช่น เส้นทางถนนคนเดิน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งในญี่ปุ่น จีน เป็นต้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องร่วมมือกับภาคเอกชนเช่าร้าน ที่ถนนคนเดินเพื่อนำสินค้าโอทอปมาจำหน่าย เพราะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้รู้จักและซื้อสินค้าไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือให้เอกชนไทยร่วมกันเข้าซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์) และการเข้าไปลงทุนสร้างแหล่งกระจายสินค้าในอาเซียน ยุโรป และสหรัฐฯ เพื่อให้สินค้าไทยสามารถเข้าไปจำหน่ายในตลาดต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น

สำหรับโครงการสินค้าเกษตรไทยสู่โลกนั้น มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย เพื่อกระจายสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะผักและผลไม้ไปจำหน่ายในต่างประเทศให้มากที่สุด เริ่มจากอาเซียน จีน ฮ่องกง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางมากนัก รวมถึงจะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยซื้อขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ ให้มากขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ให้เห็นผลที่ชัดเจนภายใน 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และวิสาหกิจชุมชน สามารถนำสินค้าขายผ่านออนไลน์ได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    6.1%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    60.6%
  • ประหลาดใจ
    30.3%
  • เสียใจ
    3.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement