เจ้าของร้านนวด จ.ชุมพร ร่วมพวก หลอก-ขู่บังคับ หญิงลาว ค้าประเวณี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เจ้าของร้านนวด จ.ชุมพร ร่วมพวก หลอก-ขู่บังคับ หญิงลาว ค้าประเวณี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 17:40
1,912 ครั้ง


ตำรวจ ปคม.รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันค้ามนุษย์ หลอกหญิงสาวจากประเทศลาว อายุ 17 ปี ค้าประเวณีร้านนวดแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชุมพร ก่อนหนีออกมาขอความช่วยเหลือ จนท.รวบรวมพยานหลักฐานตามจับกุมได้สำเร็จ ส่วนอีก 4 ราย ยังลอยนวล

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเช้าเมือง จ.ระนอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร แถลงข่าวการจับกุม น.ส.กฤษติกาญจน์ หรือ แม็กกี้ คนซื่อ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 102/2559 ลงวันที่ 19 ม.ค. 59 จับกุมได้ที่หน้าร้านนวด ส.สุเวช 188/65 ถ.ศาลาแดง ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร และ นายจักรพงษ์ หรือ ป๊ะป๋า ราหลุ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 103/2559 ลงวันที่ 19 ม.ค. 59 จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 121/4 หมู่ 6 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร

ข้อหา 1. ร่วมกันค้ามนุษย์ 2. สมคบคิดโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน 3. ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ 4. ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อลวงพาไป ซึ่งบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม

5. เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป ชักพาไป ซึ่งบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี 6. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ทำร้ายร่างกาย หรือขู่เข็ญด้วยประการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นค้าประเวณี 7. ข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน ของผู้ข่มขืนใจ นั้นเองหรือของผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น หรือไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น 8. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาวลาว ผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อประมาณเดือน เม.ย. 57 ได้ถูกหญิงชาวลาว (ขอสงวนนาม) อายุ 30 ปี หลอกลวงว่าจะพามาทำงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร เมื่อเดินทางมาถึง จ.ชุมพร พบ นายจักรพงษ์ มารับตัวและพาไปกักขังไว้ยังสถานที่แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นเวลา 3 วัน

"จากนั้นจึงถูกส่งตัวไปทำงานที่ร้านนวด ชื่อร้าน ส.สุขเวช ใน อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อมาถึงร้านดังกล่าว ปรากฏไม่ได้ทำงานตามที่ตกลงไว้ น.ส.กฤษติกาญจน์ เจ้าของร้านบังคับให้ค้าประเวณี โดย น.ส.เอ ต้องรับแขกสูงสุดวันละ 5-6 ครั้ง อย่างต่ำวันละ 2-3 ครั้ง ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด หากวันใดมีประจำเดือนจะถูกบังคับให้ใส่ฟองน้ำไว้ซับเลือดแล้วทำงานรับแขก หากไม่ทำงานหรือเข้างานช้าจะถูกทำร้ายร่างกาย น.ส.เอ ถูกบังคับให้ทำงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวเป็นเวลา 5-6 เดือน จนทนไม่ไหวจึงหลบหนีมาทำงานที่ จ.เพชรบุรี เพื่อหาเงินเดินทางกลับบ้าน"พล.ต.ต.กรไชย กล่าว

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเดือน ต.ค. 58 น.ส.เอ ได้เดินทางกลับประเทศลาว ก่อนร้องขอความช่วเหลือ ตำรวจ ตม.จ.หนองคาย จากนั้น กก.5.บก.ปคม. จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้กระทำความผิดในคดีนี้รวม 6 คน จับกุมตัวได้ 2 คน คือ น.ส.กฤษติกาญจน์ และ นายจักรพงษ์ เหลือผู้ต้องหา 4 คน เป็นชาวไทย 2 คน และ ชาวลาวอีก 2 คน กำลังเร่งตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่

"จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.กฤษติกาญจน์ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ระนอง จับกุมในข้อหาความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 58 และวันที่ 3 พ.ย. 58 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ระนอง จับกุมในข้อหาเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการสถานค้าประเวณี เป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไป เพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหรือหญิง ดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีฯ ส่ง สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล"พล.ต.ต.กรไชย กล่าว

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า  นายจักรพงษ์ หรือ ป๊ะป๋า ราหลุ เคยถูกจับกุมในข้อหารับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 56 ปคม.ขอประกาศสงครามกับการค้าประเวณีทุกรูปแบบ พบเบาะแสโทรแจ้งสายด่วนได้ที่ 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง" พล.ต.ต.กรไชย กล่าว

ด้าน น.ส.กฤษติกาญจน์ เผยว่า ตนเปิดร้านอาหาร-เครื่องดื่มทั่วไปไม่ใช่ร้านคาราโอเกะ โดยก่อนหน้านี้ชั้น 2 ของร้านเคยเปิดบริการนวด ซึ่งได้เปิดมาเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว ยอมรับว่ามีการค้าประเวณีเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้เป็นคนบังคับให้เด็กภายในร้านกระทำการดังกล่าว ซึ่งเดิมแต่ละคนจะตกลงพูดคุยกับทางลูกค้า และออกไปกระทำการดังกล่าวที่โรงแรมต่างๆ

"ทางร้านจะได้ส่วนแบ่ง ประมาณ 300-500 บาท สำหรับ น.ส.เอ นั้น มีคนพามาที่ร้านพร้อมทั้งยื่นพาสปอร์ต ซึ่งระบุว่ามีอายุ 19 ปี จึงรับเข้าทำงาน และ น.ส.เอ เข้าทำงานกับทางร้านไม่ถึง 1 เดือนอีกด้วย" น.ส.กฤษติกาญจน์ กล่าว 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    45.9%
  • ไม่ชอบ
    27.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    2.7%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    24.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement