‘บิ๊กหอย’ ร้อง ‘เสธ.โต’ เลือกตั้งส่อไม่สุจริต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

‘บิ๊กหอย’ ร้อง ‘เสธ.โต’ เลือกตั้งส่อไม่สุจริต

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ม.ค. 2559 12:30
2,701 ครั้ง


“บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ผู้สมัครเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ เข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการกลาง “เสธ.โต”พลเรือเอก สุรวุฒิ มหารมณ์ เพื่อแสดงการคัดค้านการกระทำที่ส่อเจตนาไม่สุจริตและไม่ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางราย ขณะที่ “เสธ.โต” ยินดีส่งข้อกังขาของ “บิ๊กหอย” ให้ฟีฟ่าพิจารณาอีกครั้ง

ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 19 ม.ค. “บิ๊กหอย ”ธวัชชัย สัจจกุล หนึ่งในผู้สมัครเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ “เสธ.โต” พลเรือเอกสุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯเพื่อคัดค้านการกระทำที่ส่อเจตนาไม่สุจริต และไม่ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง

โดยใจความในหนังสือคัดค้านของ “บิ๊กหอย” มีเนื้อความว่า “ท่านประธานครับ ฝ่ายบริหารของท่านบางคนใช้วิธีการไม่เหมาะสม ขาดความยุติธรรม รวมทั้งการออกระเบียบที่ไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ทำให้ผู้สมัครหลายรายประสบปัญหามากมายในการเสนอตัวลงสมัคร ขณะที่มีผู้เสนอตัวเพียงรายเดียวที่ได้รับความสะดวก ทราบข้อมูลล่วงหน้าเป็นการส่อเจตนาไม่สุจริต และขาดความยุติธรรม”

“ตามธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งใช้ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯที่ผ่านๆมาไม่น้อยกว่า 50 ปี ผู้เสนอตัวลงสมัครในตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯเท่านั้นที่จะต้องมาสมัครด้วยตนเองพร้อมกับแฟ้มรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นอุปนายกและกรรมการกลาง”

“ทีมงานของท่านกำหนดให้ทุกคนต้องมาสมัครด้วยตนเอง สร้างความยุ่งยากไม่มีในข้อบังคับ และผิดจรรยาบรรณทางวิชาชีพของฟีฟ่า ทีมงานของท่านแจ้งเป็นทางการว่าเจ้าหน้าที่ของ กกต. พร้อมรับใบสมัครวันศุกร์ที่ 8 ม.ค. แต่ปรากฏว่าวันเสาร์ที่ 9 และวันอาทิตย์ที่ 10 เป็นวันหยุดราชการ มารับสมัครอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 ม.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้าย”

“ผู้สมัครของผมพักอาศัยอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ต้องมารายงานตัวกับทีมงานของท่านด้วยตัวเองและพบว่าเอกสารที่พวกผมนำมาสมัคร ไม่เป็นไปตามระเบียบการที่วางไว้ ผู้สมัครท่านอื่นส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับทีมผม ยกเว้นทีมของท่านอดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ประพฤติตนอย่างที่ผมกล่าวหา”

“นอกจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แนบเอกสารมอบอำนาจ ระบุให้กรรมการผู้มีอำนาจของสโมสรสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมากระทำการแทน ได้ทุกๆกรณี ข้อบังคับลักษณะการปกครองสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย 2558 ข้อ 22.4 ได้ระบุชัดเจนว่าห้ามไม่ให้มีการมอบอำนาจไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น”

“ถึงแม้ว่า กกต.จะสามารถกระทำการใดๆก็ได้ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งตามหนังสือของฟีฟ่าลงวันที่ 16 ตุลาคม 2558 ลงนามโดย มร.มาคุต แคทเนอร์ รักษาการเลขาธิการฟีฟ่า แต่มิได้รวมถึงการแก้ข้อบังคับของสมาคมฯ สิ่งที่ฟีฟ่าในยุคปัจจุบันเกรงกลัว และรังเกียจที่สุดคือการคอร์รัปชัน”

“กกต.กำลังดำเนินการให้มีการซื้อขายหนังสือมอบอำนาจกันอย่างมโหฬารจากการเพิกเฉยไม่นำข้อบังคับข้อนี้มาใช้ ฟีฟ่าเลื่อนกำหนดเลือกตั้งจากวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ก็มีสาเหตุอันเนื่องมาจากการร้องเรียนของ พล.ต.ท.พิสัณฑ์ จุลดิลก กล่าวหาคุณวรวีร์ มะกูดี ว่าจัดการประชุมใหญ่พิเศษ ไม่เป็นไปตามข้อบังคับรวมถึงการใช้หนังสือมอบอำนาจ ซึ่งฝ่าฝืนข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยปี 2556”

“ถ้าทีมงานของท่านยังดึงดันจะใช้หนังสือมอบอำนาจ โปรดกรุณาดูจรรยาบรรณทางวิชาชีพของฟีฟ่า ข้อ 4.3 ฟีฟ่าก็คงสั่งว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะ เสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกเปล่าๆ”

ขณะที่ทาง “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลางฯ ยินดีที่จะส่งข้อร้องเรียนของ “บิ๊กหอย” เรื่องการมอบอำนาจของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนให้ฟีฟ่าพิจารณาอีกครั้ง แม้จะยืนยันว่าตามระบบที่หารือกับฟีฟ่า ก่อนหน้านี้คือการแต่งตั้งตัวแทนภายในองค์กรให้มาทำหน้าที่ซึ่งไม่ได้ขัดกับระเบียบข้อบังคับก็ตาม

ส่วนทางด้านความเคลื่อนไหวของ “อ.หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน หนึ่งในผู้สมัครนายกสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน และมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล อีกทั้งยังเข้าใจคนลูกหนังด้วยกันอย่างแท้จริง ได้เผยถึงอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่ตนเองเตรียมนำมาใช้เพื่อพัฒนาและยกระดับวงการฟุตบอลไทยทั้งระบบหากได้รับการเลือกตั้ง

โดยในเรื่องนี้ “อ.หรั่ง” ที่เคยเป็นทั้งโค้ชและนักเตะทีมชาติไทยได้กล่าวว่า ตนเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มาตลอด และแน่นอนว่าถ้ามีสิทธิรับใช้คนลูกหนัง จะก่อตั้ง “กองทุนสวัสดิการนักฟุตบอลไทย” ขึ้นมาเป็นอย่างแรกๆที่จะทำ ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยเหลือพี่น้องนักเตะที่เดือดร้อนทั้งการใช้ชีวิต หรือด้านสุขภาพ ให้ได้มีช่องทางการพึ่งพายามยากในอนาคต

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การช่วยเหลือกลุ่มคนนักเตะทีมชาติรวมถึงอดีตทีมชาติไทยยังทำได้ไม่สัมฤทธิผล เนื่องจากยังไม่มีการก่อตั้งกองทุนในส่วนนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคนลูกหนังไทยได้อย่างชัดเจน

พร้อมกันนั้น “อ.หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ยังได้เผยยืนยันอย่างชัดเจนในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของกลุ่มขั้วอำนาจเก่า ซึ่งเจ้าตัวยืนยันอีกครั้งว่า ตนมาสมัครเพื่อหวังที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย และตนไม่ได้เป็นร่างทรงของใครและไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจเดิมด้วย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.3%
  • ไม่ชอบ
    8.3%
  • สนุก
    8.3%
  • ประหลาดใจ
    8.3%
  • เสียใจ
    8.3%
  • ให้กำลังใจ
    58.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement