ไม่แคร์2พรรค ต้านรธน.! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ไม่แคร์2พรรค ต้านรธน.!

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ม.ค. 2559 06:55
3,794 ครั้ง


‘บิ๊กตู่’ตอกแรง ให้ปชช.ตัดสิน ‘มาร์ค’แย้มไต๋! หนุนศาลรธน.

“บิ๊กตู่” ตอกหน้าฝ่ายการเมืองไล่บี้คว่ำร่าง รธน. แค่คนส่วนน้อยของประเทศ ให้ประชาชนตัดสินไม่แคร์สองพรรคใหญ่ ถามนักการเมืองจะไม่ฟังใครเลยหรือ ไม่ขัดติดดาบศาล รธน.ผ่าทางตันชาติ “บิ๊กป้อม” เตือนยังไม่เห็นเต็มร่างอย่าเพิ่งตีโพยตีพาย “มาร์ค” หยอดอีกขออนุญาต คสช.ประชุมพรรคถกเนื้อหาร่างฯ ติดเบรกยังเร็วเกินไปจะพูดว่ารับหรือไม่รับ หนุนศาล รธน.ชี้ขาดวิกฤติแต่ห้ามกำหนดทิศทางการเมือง “จุติ” ขอเป็นผู้เล่นที่ดีตามกติกา พท.อารมณ์ค้างฉะยับฉบับพิสดารย้อนเวลาหาวิกฤติ “ปึ้ง” จี้ใจจะขยายโรดแม็ปไปอีกกี่เดือน “วันชัย” หยันนักการเมืองได้แค่ขู่ “สมพงษ์” ชี้ 4 ปมที่ รธน.จะถูกคว่ำ โฆษก กรธ.ไม่สนท่าที พท.-นปช. “กษิต” ของขึ้นจวกวิป สปท.ทำแต่เรื่องอนุบาล ทั้งที่เวลามีจำกัด นายกฯสั่งคุมเข้มหวั่นมีโกงเวียนเทียนซื้อยาง รมว.เกษตรฯมั่นใจทุกขั้นตอนโปร่งใส

หลังจากทางฝ่ายการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จนหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านในขั้นการทำประชามตินั้น

“กษิต” จิกวิป สปท.ทำแต่เรื่องอนุบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเรื่องการปฏิรูประบบงานบริการประชาชนในการรับแจ้งความและงานสอบสวน โดยนายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. หารือว่า ขอให้วิป สปท.ทบทวนการทำงาน และระบุความหมายคำว่าปฏิรูปให้ชัดเจน ส่วนตัวคิดว่า การปฏิรูปหมายถึงต้องทำของเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น แต่ที่ผ่านมามีการเสนอจัดตั้งองค์กรใหม่ ขยายส่วนอำนาจหน่วยราชการ ต้องเพิ่มงบประมาณ อย่างเรื่องนี้จะบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนทำไม เด็กอนุบาลก็ทำได้ เพราะเป็นเรื่องภายในหน่วยงานที่ดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องถึงมือสปท. ขอให้วิป สปท.ทบทวนการทำงาน บรรจุวาระเจาะเรื่องสำคัญที่จำเป็นต่อการปฏิรูป เพราะเวลาการทำงานเหลือน้อยแล้ว

สปท.ไฟเขียวยกเครื่องสอบสวน

จากนั้นที่ประชุมจะเริ่มเข้าสู่วาระพิจารณาเร่งด่วน รายงานการปฏิรูประบบงานบริการประชาชนในการรับแจ้งความและงานสอบสวน ตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเสนอมา โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองประธาน กมธ. ชี้แจงว่า ปัญหางานสอบสวนที่ผ่านมาคือ การแบ่งแยกงานสืบสวนและสอบสวนออกจากกัน พนักงานสอบสวนแต่ละพื้นที่ต้องรับผิดชอบสำนวนคดีไม่สมดุลกัน บางพื้นที่พนักงานสอบสวนต่อคนต้องรับผิดชอบเป็นร้อยคดีต่อปี แต่บางพื้นที่รับผิดชอบเพียง 4 คดีต่อปีเท่านั้น และการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานที่มีน้อยกว่าสายงานอื่น กมธ.จึงเสนอแนวทางแก้ไขคือ ทบทวนแก้ไขกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบรายงานดังกล่าว

เร่งดันกฎหมายการเงินฐานราก

ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ สปท. แถลงว่า แนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทุนการเงินฐานรากซึ่งจะเป็นสถาบันการเงินระดับชุมชน โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะที่ผ่านมามีการจัดตั้งกองทุนชุมชนต่างๆจำนวนมาก แต่ยังมีปัญหาด้านความรู้ความสามารถทางการเงิน ตลอดจนขาดความมั่นคงและยั่งยืนต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงและด้านบัญชี อีกทั้งสถาบันการเงินไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล การปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินฐานราก จึงเป็นแนวทางสำคัญช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต กมธ.จึงเสนอรายงานการปฏิรูปเศรษฐกิจฐานราก และร่าง พ.ร.บ.การเงินฐานราก ซึ่งที่ประชุมสปท.มีมติเห็นชอบแล้ว หลังจากนี้ สมาชิกสามารถขอแปรญัตติและทบทวนภายใน 10 วัน ก่อนส่งไป ยังคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอให้ สนช.พิจารณาต่อไป

“วันชัย” หยันนักการเมืองได้แค่ขู่

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ จะจับมือกันคว่ำรัฐธรรมนูญในชั้นลงประชามติว่า คนที่ออกมาพูด ทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือพลพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ตัวแทนพรรคอย่างแท้จริง เป็นหน้าเดิมๆที่มาในนามส่วนตัว มีอคติต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ แม่น้ำ 5 สาย พูดเกินเลยความจริง ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าตารัฐธรรมนูญทั้งหมด ติเรือทั้งโกลน เอาความไม่พอใจส่วนตัวชี้นำสังคม ปากไวเกินกว่าเหตุผล เมื่อถึงเวลาทำประชามติรัฐธรรมนูญ เสียงประชาชนจะเป็นตัวชี้ขาด ไม่ใช่เสียงวิจารณ์ของคนพวกนี้ พอบทบัญญัติใดไม่ตรงใจ ก็ออกมาขู่โวยวายชักดิ้นชักงอจะเอาให้ได้ เป็นเพียงเสียงขู่เท่านั้น จริงๆแล้วนักการเมืองอยากเลือกตั้ง เพราะหากรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ การเลือกตั้งต้องยืดออกไป ซึ่ง กรธ.กับผู้เกี่ยวข้องไม่หวั่นไหวหรือกลัวคำขู่ เพราะถ้ากลัวคงไม่รัฐประหารเข้ามา

“สมพงษ์” ชี้ 4 ปมที่ รธน.จะถูกคว่ำ

นายสมพงษ์ สระกวี กรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า เท่าที่เห็นเนื้อหาภาพรวมในร่างแรกรัฐธรรมนูญ ถือว่าไม่ค่อยดี เพราะ กรธ.มีอคติกับนักการเมืองว่าจะเข้ามาโกง จนนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญป้องกันโกง ดูเหมือนตั้งแง่กับนักการเมืองตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเนื้อหาที่เห็นว่าเสี่ยงต่อการถูกคว่ำในชั้นการทำประชามติ มี 4 เรื่องคือ 1. นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง 2. ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมทั้งหมด 3.การให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป 4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปิดช่องให้ทำได้ยากมาก ทั้ง 4 เรื่องนี้ ทำให้มีปัญหาเรื่องการทำประชามติ ไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกพรรคการเมืองต้านหนักขนาดนี้ หากบอกว่าให้รับร่างไปก่อนแล้วไปแก้ไขเนื้อหาภายหลังนั้น คงไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะร่างรัฐธรรมนูญปิดช่องทำให้แก้ไขได้ยากมาก แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ พรรค การเมืองไม่มีทางยินยอมใช้กติกานี้ เพราะถ้ายอมรับก็ถือว่าเสียเปรียบ เข้าไปก็แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้

อดีต สปช.จวกความคิดไดโนเสาร์

นายทิวา การกระสัง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดบุรีรัมย์ (สปช.บุรีรัมย์) กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ กำหนดให้อำนาจทุกอย่างถูกวางไว้ที่องค์กรอิสระ ยิ่งการนำมาตรา7 ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้ประเทศถูกปกครองโดยคนเพียง 9 คนเท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบได้ทุกองค์กร ก้าวก่ายไปวินิจฉัยได้ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจใหญ่กว่าอำนาจทั้งสามเสาหลัก กรธ.มีเจตนารมณ์เดียวกับแนวทางของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ยังต้องการคงอำนาจไว้ และตั้งใจให้พรรคการเมือง รัฐบาล รัฐสภาอ่อนแอ เปิดทางให้คนนอกเป็นนายกฯ ถือเป็นความคิดยุคไดโนเสาร์ แต่กลับบอกว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทย ที่ผ่านมา สปช.อุตส่าห์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ไปแล้ว เพราะต้องการให้ร่างเนื้อหาขึ้นมาใหม่ดีกว่าเดิม แต่กลับแย่ลงไปอีก ยิ่งกว่ามี คปป. เป็นการทำลายระบบถ่วงดุล จึงเชื่อว่าจะทำประชามติไม่ผ่าน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยไม่รับแน่นอน

“บิ๊กหนุ่ย” ดอดถกปฏิรูปการศึกษา

ต่อมาช่วงบ่าย มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน เพื่อทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา จำนวน 261 มาตรา ซึ่งที่ประชุมได้เชิญ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา โดยนายมีชัยกล่าวว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้วางหลักการเกี่ยวกับการศึกษาไว้ในมาตรา 53 แล้ว รมว.ศึกษา-ธิการสามารถนำกลับไปพิจารณา และหากมีข้อเสนอให้เพิ่มประเด็นใด สามารถส่งความเห็นมายังกรธ.ได้ก่อนวันที่ 15 ก.พ.

โฆษก กรธ.ไม่สนท่าที พท.-นปช.

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า ไม่ได้แปลกใจเพราะส่วนตัวไม่เคยคิดว่า พรรคเพื่อไทยและ นปช.จะรับร่างรัฐธรรมนูญ หากจะรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นไร กรธ.จะทำตามหลักการที่วางไว้ แต่ขอย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญยังปรับแก้และทบทวนได้อยู่ แต่การวิจารณ์ทั้งที่ยังร่างไม่สำเร็จ แล้วบอกว่าไม่รับร่างถือว่าอคติ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยคัดค้านประเด็นที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแก้วิกฤติความขัดแย้ง และให้องค์กรอิสระเข้ามามีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร ต้องถามกลับว่า ถ้ามีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นมา จะให้ใครทำหน้าที่ชี้ขาด ก็ต้องเป็นศาลรัฐธรรมนูญที่จะชี้ขาด ส่วนตัวมองว่า ที่พรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์เพราะหลอนว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ถ้าทุกคนทำถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ต้องไปกังวลในเรื่องขององค์กรอิสระมามีอำนาจ

“บิ๊กตู่” ถามการเมืองจะไม่ฟังใครหรือ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญว่า ต้องถามประชาชน นักการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่งถ้าพูดถึงสัดส่วนก็ไม่มาก ถ้าเทียบกับประชาชนทั้งประเทศ ในเมื่ออาสาเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือมีความคิดในการแก้ปัญหาที่พรรคการเมืองมีส่วนร่วมทำให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ใช่อยู่ดีๆตนจะไปทำร้ายนักการเมืองเหล่านี้ ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้มีมาตรการ แล้วนักการเมืองจะไม่ฟังคนอื่น หรือจะเอาแต่การเมืองอย่างเดียวหรือ แล้วประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ที่ออกมาติติงตนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทุจริตเรื่องยาง เรื่องต่างๆ เขามีมาตรการที่คิดกันไว้หมดแล้ว ไม่ใช่สั่งโครมๆ

ให้ประชาชนตัดสินไม่แคร์ 2 พ.ใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ตัวแทนพรรคการเมืองประกาศว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พรรคการเมืองเป็นใคร ถ้าจะเข้ามาสู่การเมืองในอนาคตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหรือไม่ วันนี้แค่บางคนทำผิดกฎหมายชัดเจนยังไม่ยอมรับ สิ่งที่ร่างรัฐธรรมนูญมาถ้ามันดี รับเสียบ้าง ไม่ใช่ออกมาตีทุกวัน จะกลับไปที่เก่าแล้วพวกคุณจะไว้ใจให้คนแบบนี้เข้ามาบริหารต่อไป ก็เป็นเรื่องของพวกท่าน ตนไม่เกี่ยว เมื่อถามว่า 2 พรรคใหญ่แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นายกฯจะดึงแผนสำรองที่คิดไว้ในหัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ในหัวก็อยู่ในหัว พรรคการเมืองเหล่านี้มีคนกี่คน ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินดีกว่า อย่าให้ 2 พรรคนี้เป็นคนตัดสินเลย

ไม่ขัดติดดาบศาล รธน.ผ่าทางตัน

เมื่อถามว่า กรธ.จะบัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยผ่าทางตันทางการเมืองหากเกิดวิกฤติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของกรธ.คิด ไม่ใช่ว่ามันผิดหรือถูก ทุกเรื่องต้องไปดูที่ประเด็นปัญหาว่าเกิดขึ้นจากอะไร ความขัดแย้งทางกฎหมายใช่หรือไม่ เอากฎหมายมาขัดแย้งกันหรือเปล่า กระบวนการยุติธรรมไม่ได้รับความเชื่อถือใช่หรือไม่ เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ระบุว่า จะนิรโทษกรรมให้การกระทำที่ถูกต้องของ คสช. แต่ไม่นิรโทษให้ผู้ที่กระทำการทุจริต พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วทำทุจริตแล้วหรือยัง ตนไม่มีเจตนาทำอะไรทุจริตสักอย่าง และเชื่อมั่นว่า วันนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทุจริตอะไร นโยบายของรัฐบาลมีความรอบคอบ การปฏิบัติก็รอบคอบตามกฎหมาย วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างแล้ว เมื่อมีมาตรการแล้วก็เชื่อว่าศาลจะรับฟัง

พร้อมวิสัชนาในฐานะประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่กังวลกับข้อเสนอดังกล่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ไม่กังวล แต่ถ้าทำผิดก็ต้องรับผิดเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยังเชื่อมั่นว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่อย่าไปพูดไว้ก่อนว่าไอ้นั่นผิดไอ้นี่ผิด ที่พูดทุกวันนี้เพราะมีศาลอยู่แล้ว ความผิดที่ผ่านมามีหน่วยงานไปตรวจสอบการทุจริตหรือเปล่า เมื่อถามว่า คิดอย่างไรต่อภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่มีความคิดเห็น เพราะยังไม่ใช่ขั้นตอนของนายกฯ แต่ตนมีความคิดเห็นในฐานะประชาชน ถ้าถามตนในแง่ความคิดเห็นของประชาชนจะฝากบอกไป

อย่ามาเสี้ยมไม่เคยคิดคุยกับ “ปึ้ง”

เมื่อถามถึงกรณีนายสรุพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ โรดแม็ปจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขอถามกลับว่า ถ้าวันข้างหน้าเขากลับมาสู่วงการการเมือง จะยอมรับกฎหมายกันบ้างหรือเปล่า อย่าเอาคนพวกนี้มารบกับตน ไม่อยากคุยด้วย คนดีๆอีกตั้งเยอะแยะยังคุยไม่ครบเลย ส่วนคนพวกนี้จะดีหรือไม่ดีก็อยู่ในกระบวนการของศาล ส่วนกรณี คสช.ไม่อนุญาตให้นายพิชัย นริพทะ-พันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน บินไปร่วมประชุมกับสภาคองเกรสตามคำเชิญของสหรัฐอเมริกานั้น ถ้าไปแล้วพูดเสียหายก็ไม่ควรไป เขาไปพูดดีให้กับตนให้กับประเทศหรือเปล่า เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่ามาพูดกับตน พยายามไม่ไปละเมิดใครอยู่แล้ว เว้นแต่มาละเมิดกฎหมายก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย

“บิ๊กป้อม” เตือนอย่าเพิ่งตีโพยตีพาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ระบุจะรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในชั้นทำประชามติ ว่า ไม่ทราบ ไม่ใช่นักการเมือง เมื่อถามว่าหากพรรคการเมืองขออนุญาต คสช. จัดประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เวลานี้ไม่เห็นด้วย ส่วนอนาคตรอดูสถานการณ์ รัฐธรรมนูญเป็นกติกาของประเทศ ต้องทำให้คนยึดถือและยอมรับ เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ประชามติไม่ผ่าน หาก 2 พรรคจับมือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้ห่วงอะไร ไม่ได้ว่าถ้าจะจับมือกัน อย่างไรก็ได้ กรธ.คงชี้แจงว่าอะไรเป็นอะไร อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย เพราะยังไม่เสร็จ เมื่อถามว่าเมื่อถึงขั้นทำประชามติเกรงสถานการณ์วุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า กรธ.ยังไม่ได้ชี้แจงเลย จะออกมาทำไม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้รับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.แล้ว แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียด

“มาร์ค” หยอด คสช.เปิดพื้นที่อีกรอบ

ที่ จ.นครพนม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่แต่ละฝ่ายจะออกมาบอกว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ยังต้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติมของฝ่ายต่างๆก่อน อย่าด่วนสรุปว่า กรธ.จะไม่ฟังเหตุผลอะไรหรือจะไม่เปลี่ยนแปลง หากอยากให้การเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง กรธ.ก็ต้องฟังเสียงทักท้วง อีกฝ่ายก็อย่าตั้งป้อมคว่ำ ขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นครบทั้งร่าง ถ้ายังตั้งป้อมกันเช่นนี้ก็ทำให้การเมืองไม่ราบรื่น เชื่อว่าก่อนทำประชามติยังสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนได้อีก บางประเด็นเกี่ยวกับสิทธิประชาชนก็ต้องฟังเสียงเขาด้วย ทุกคนควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล คสช.ควรเปิดพื้นที่ให้มีการแสดงออกแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้การใช้สิทธิเสรีภาพมีความชัดเจน สังคมจะคุ้นเคยกับการใช้สิทธิเสรีภาพแบบมีความรับผิดชอบ หากปิดทุกอย่างตอนนี้ เมื่อถึงเวลาเปิดใช้ ใครจะรับรองได้ว่ามันจะไม่กลับไปยุ่งวุ่นวายเหมือนเดิม

หนุนศาล รธน.ชี้ขาดวิกฤติแต่ห้ามชี้นำ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดกรณีบ้านเมืองเกิดวิกฤติ หรือทางตันนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ชี้ขาดข้อกฎหมายอยู่แล้ว หากจะให้แก้ไขปัญหาวิกฤติที่สืบเนื่องจากกฎหมายมีความคลุมเครือก็เหมาะสม แต่ไม่ใช่ให้มากำหนดทิศทางการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ถ้าบัญญัติเช่นนี้ก็ไปได้ ดังนั้นทุกคนควรอ่านร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละเรื่องให้ชัดเจน ก่อนวิจารณ์จะดีกว่า ส่วนของการให้เสนอรายชื่อนายกฯ 3 คนตอนเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าไม่ตอบโจทย์ เป็นการคิดที่ไม่ครบถ้วนและไม่ยึดหลักการ อยากให้ทบทวนว่านายกฯต้องมาจาก ส.ส. แต่เมื่อเกิดวิกฤติที่ต้องมีนายกฯคนนอกก็ควรกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจน ทุกอย่างก็เดินไปได้ ยังมีหลายเรื่องที่ กรธ.ต้องทบทวน และเพิ่มเติมเงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กรธ.ต้องใจกว้างรับฟัง อย่ายึดถือว่าสิ่งที่ทำมาแก้ไขไม่ได้ ดีที่สุดแล้ว ซึ่งท่าทีของนายมีชัยก็ไม่เป็นเช่นนั้น


“จุติ” ขอเป็นผู้เล่นที่ดีตามกติกา

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่สนใจประเด็นที่มีการถกเถียงถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นห่วงว่าทำอย่างไรเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนได้ ซึ่งเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย จะมีดีหลายอย่างแต่ไม่มีคนพูดถึง ฝากถึงนายมีชัยว่าไม่ควรร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตอบสนองแต่ประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจทางการเมือง เพราะนักการเมืองเป็นคนแค่กลุ่มเดียว และมีจำนวนไม่มาก แต่ประเด็นที่ กรธ.ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดในช่วงวิกฤตินั้น ส่วนตัวมองว่าศาลรัฐธรรมนูญมีความน่าเชื่อถือ จึงเป็นความหวังสุดท้ายหากประเทศเกิดวิกฤติ และอาจไม่มีแนวทางที่ดีกว่านี้ เชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถออกกฎหมายที่ดี ที่จะประกันสิทธิของประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำประชาชนได้ สำหรับตนเปรียบเป็นนักกีฬายืนยันจะเล่นตามกติกาแน่นอน เรายังไม่เห็นรูปร่างหน้าตาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของนายมีชัย ดังนั้นจึงยังไม่ขอวิจารณ์อย่างที่หลายฝ่ายตั้งธงไม่รับร่างฉบับนี้

ฉะยับฉบับพิสดารย้อนเวลาหาวิกฤติ

นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เท่าที่ดูร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. ไม่ใช่กลไกสร้างสังคมให้เกิดความสันติสุขได้ เค้าโครงไม่เป็นสากล ฝ่ายบริหารอ่อนแอ ถูกล็อกหัวล็อกหาง เดินได้ไม่เต็มระบบ อาจนำไปสู่ภาวะสุญญากาศ เกิดวิกฤติซ้ำเก่า แม้ที่ผ่านมาจะเอาใจช่วย คสช.และ กรธ. แต่สิ่งที่ปรากฏรู้สึกผิดหวัง เสียดายโอกาส เป็นรัฐธรรมนูญฉบับพิสดาร หากไม่ผ่านการทำประชามติ คสช.ต้องทบทวนให้ดีว่าถ้าจะเขียนกันใหม่อีกรอบ ประชาชนจะรับได้ไหม จะรอไหวหรือไม่ เพราะวันนี้ต้องเผชิญวิกฤติหลายด้าน จะตายกันหมดแล้ว ทางที่ดีควรจัดให้มีเลือกตั้ง โดยหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งเช่นปี 40 หรือ 50 มาใช้ แล้วตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ 2 ปี ก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ตอนนี้พรรคการเมืองมีคำตอบในใจแล้วว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

“ปึ้ง” จี้ถามขยายโรดแม็ปอีกนานไหม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติหากเขียนแบบไม่ฟังเสียงประชาชน และไม่เป็นประชาธิปไตย แต่กรธ.ก็พยายามอ้างโพลว่าคนส่วนมากเห็นด้วย ในที่สุดจะเป็นการละเลงงบประมาณแผ่นดินเล่น แต่อาจเป็นเพราะตั้งใจจะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดก็ได้ เพราะ คสช. อาจมั่นใจว่าเก่งบริหารบ้านเมืองได้ และคงมั่นใจว่ายังไงประชาชนไม่อยากได้นักการเมืองทุจริตขี้โกง ต่อจากนี้ไปอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องตัดสินใจและตอบคำถามที่จะมีขึ้น คือ 1.หากไม่ผ่านประชามติจะต้องยกร่างฯกันใหม่หรือไม่ 2.ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ใช้เวลาอีกนานเท่าไร ใครจะมารับผิดชอบเป็นคนยกร่างฯ หรือจะเป็นเนติบริกรคนสุดท้าย คือนายวิษณุ เครืองาม 3.ต้องขยายโรดแม็ปออกไปอีกกี่เดือน จะชี้แจงประชาคมโลกอย่างไร ความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลกจะเป็นอย่างไร 4.คิดว่าเดินมาถูกทางและแก้ปัญหาประเทศได้ดีขึ้นจริงหรือ

นายกฯชมผลงานผลิตภัณฑ์ยาง

วันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นำรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ชมนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ทำจากยางพารา อาทิ พื้นยางสนามฟุตซอล ยางปูพื้น อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์ออกกำลังกาย อุปกรณ์ของเล่นสำหรับเด็ก เครื่องสำอาง ถุงมือยาง หมอนเคลือบยางพารา ยางปูพื้นรถยนต์ เป็นต้น โดยระหว่างเยี่ยมชม นายกฯกล่าวว่า อะไรที่ทำแล้วขายไม่ออกก็ไม่ต้องทำ ทุกอย่างต้องทำได้เอง โดย 8 กระทรวง ต้องรายงานที่ประชุม ครม.ว่าได้สั่งซื้ออะไรบ้าง และต้องได้มาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานนิทรรศการ บูธของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำตุ๊กตายางพาราที่มีรูปเหมือนนายกฯมาจัดแสดงด้วย

ให้กำลังใจ “ชราอย่างมีคุณภาพ”

จากนั้นตัวแทนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. ร่วมประชาสัมพันธ์ส่งมอบของขวัญวันปีใหม่ให้คนในครอบครัว พร้อมส่งรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย ด้วยการสนับสนุนซื้อเสื้อเพื่อการกุศล “ชราอย่างมีคุณภาพ” ในโครงการเพราะรัก ที่มีภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกันนี้ตัวแทนได้มอบพระพุทธปฏิมาสุวรรณภูมิ สิริโชคแบบจำลอง จากประเทศเนปาล มอบให้กับนายกฯ และ ครม. โดยนายกฯกล่าวว่า ต้องช่วยกันสนับสนุนให้กำลังใจผู้สูงอายุ เพราะในอนาคตข้างหน้าจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จำนวนแรงงานลดลง ดังนั้น เราต้องเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

สั่งคุมเข้มหวั่นมีเวียนเทียนซื้อยาง

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงการแก้ปัญหาราคายางว่า ต้องขอบคุณเกษตรกรชาวสวนยางที่มีความอดทนมากขึ้น และให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ส่วนที่เกรงจะมีปัญหาการทุจริตเรื่องยาง มีมาตรการหมด คิดกันเยอะต้องดูด้วยว่าซื้ออย่างไรให้สุจริต ไม่อยากให้โทษรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ข้าราชการเพียงอย่างเดียว เกษตรกรต้องรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ให้คนเข้ามาครอบงำ ก็กังวลเหมือนกันและได้สั่งไปแล้วให้ดูให้ดี กลไกการซื้อต้องรัดกุม ไม่อยากให้ซื้อแล้วนำมาเวียนกัน ไม่ใช่ไม่คิด ถ้าทุกคนไม่รักษาสิทธิ์ของตัวเองก็ลำบาก ตรงนี้ต้องตรวจสอบให้ดี มีทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คสช.หลายคนในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ต้องมีคลังเก็บรักษาที่ไม่ทับซ้อนกับของเดิม ระมัดระวังหมด ถึงขนาดย้อนไปตรวจคลังต่างๆเดิมที่มีอยู่แล้ว

กระเซ้าใครขายตุ๊กตา “ลุงตู่” เจ๊งแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าเห็นตุ๊กตายางรูปตัวเองที่ทำจากยางพาราที่นำมาจัดแสดงเมื่อช่วงเช้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าสงสัยก่อนถามกลับว่า “จริงหรือเปล่า ดูดีไหมล่ะ เพราะผมยังไม่เห็นเลย แล้วหน้าตาดูดีไหม เขาจะทำขายได้ตัวเดียวหรือเปล่าวะ เจ๊งแน่นอน” ทั้งนี้ ตุ๊กตารูป พล.อ.ประยุทธ์ที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเป็นตุ๊กตาประดิษฐ์จากยางพารา ที่จัดทำโดย สกว. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัท เจ.เจ.โมเดลฯ นำมาจัดแสดงที่ตึกสันติไมตรี จำนวน 2 ตัว สูง 10 ซม. อีกตัวสูง 30 ซม. ซึ่งได้รับความสนใจจากรัฐมนตรีหลายคนหยิบขึ้นมาดู อาทิ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นายดอน ปรมัตถ์–วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ

รมว.เกษตรฯมั่นใจทุกขั้นตอนโปร่งใส

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภาพรวมความต้องการใช้ยางของ 8 กระทรวงยังไม่เรียบร้อยดี ส่วนที่เสนอเข้ามาก่อนแล้วจะมีการรับซื้อ และทยอยนำไปใช้ โดยเริ่มต้นรับซื้อได้วันที่ 25 ม.ค. เป็นการเข้ามารับซื้อยางจากเกษตรกรเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ทั้งยางดิบ น้ำยาง ยางก้นถ้วย โดยรับซื้อจากเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ราคารับซื้ออยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม วงเงินงบประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยวันที่ 20 ม.ค. กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะพิจารณาดูว่าจะใช้งบฯจากส่วนไหนได้บ้าง จะพยายามผลักดันให้ใช้งบฯปกติ แต่ต้องมาดูว่างบฯปี 59 แต่ละกระทรวงมีเท่าไหร่ ซึ่งกรอบการรับซื้อจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.การยาง และให้คณะกรรมการ กยท.ดำเนินการ

กห.-มท.แจงยอดรับซื้อลอตแรก

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม มีแผนใช้ยางประมาณ 6 พันตัน เริ่มต้นรับซื้อ 1 พันตันก่อน นำไปใช้ทำยางรถยนต์ ที่นอนยาง รองเท้า และทยอยรับซื้อไปถึงปี 60 ซึ่งจะใช้ถึง 15,000 ตัน โดยนำไปทำหลายๆอย่าง

ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จะเป็นการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรงอย่างโปร่งใส ไม่ซื้อกับผู้ที่มีผลผลิตในมือ โดยกระทรวงมหาดไทย มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย ที่มีงบประมาณพอช่วยเหลือได้ จะนำไปใช้เป็นวัสดุสำเร็จรูป ทำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และลานกีฬา ซึ่งขั้นต้นกระทรวงมหาดไทยน่าจะรับซื้ออยู่ประมาณ 5 หมื่นตัน ของยางแผ่นที่รมควัน

ยั่ว คสช.ปิดประตูคน พท.ทัวร์นอก

อีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คสช.ไม่อนุญาตให้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เดินทางไปร่วมงาน 64th Annual National Prayer Breakfast ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามที่ Mr.Robert B. Aderholt เชิญในนามคณะกรรมาธิการ เจ้าภาพของสภาคองเกรสว่า เป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในการเดินทางของประชาชน ตอกย้ำปัญหาที่สหรัฐฯกำลังพิจารณายกเลิกจีเอสพีของไทย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาก และอียูอาจใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขพิจารณาหลายเรื่องที่ไทยยังมีปัญหาอยู่ นอกจากนายพิชัยแล้ว ยังมีแกนนำพรรคเพื่อไทยคนอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีแต่เฉพาะแกนนำพรรคเพื่อ-ไทย ตอกย้ำถึงสองมาตรฐานในการดำเนินงาน

“อภิสิทธิ์” สักการะพระธาตุพนม–เรณูนคร

เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะเดินทางไปกราบสักการะพระธาตุพนมที่วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร และมนัสการพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาส โดยเจ้าอาวาสมอบพระวัดพระธาตุพนม รุ่นรวยคูณพูนเพิ่มให้แก่นายอภิสิทธิ์ จากนั้นได้แห่ผ้าห่มพระธาตุพนมสามรอบและถวายชุดสังฆทาน ระหว่างนั้นมีประชาชนที่มากราบสักการะเข้าขอถ่ายรูปจำนวนมาก ต่อมาได้เดินทางไปเยี่ยมชมกลุ่มเกษตรกรบ้านน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม เพื่อพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชหมุนเวียนระยะสั้น ที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเลี้ยงชีพได้ตามแนวทางพระราชดำริ จากนั้นเดินทางมากราบสักการะพระธาตุเรณูนคร ที่ อ.เรณูนคร พร้อมแห่ผ้าห่มและร่วมดูดอุสาโทสินค้าขึ้นชื่อของชาวเรณูนครด้วย ทั้งนี้ ระหว่างเดินสาย มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ติดตามอย่างใกล้ชิด

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของกรุงเทพโพลระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมลดลงกว่าพรรคเพื่อไทยว่า คะแนนพรรคการเมืองมีขึ้น มีลง ตอนนี้ทุกพรรคลดลงหมด เมื่อถามว่ามาทำบุญกราบพระบรมสารีริกธาตุเพื่อเสริมดวงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธโดยกล่าวว่า ไม่ใช่ ต้องการมาทำบุญเท่านั้น

“วิษณุ” เผยคำสั่ง ม.44 แก้สาง สสส.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไข ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นการชั่วคราว โดยให้นายชำนาญ พิเชษฐพันธ์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 ว่า เมื่อแต่งตั้งให้นายชำนาญเป็นรองประธาน ทำให้คณะกรรมการที่มีอำนาจเต็มสามารถพิจารณางบประมาณได้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯต้องเร่งสรรหาตัวรองประธาน 1 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน โดยการสรรหาเป็นไปตามระเบียบของ สสส. ทั้งนี้กรรมการทั้ง 7 คนที่ถูกปลดยังสามารถที่จะสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการใน สสส.ได้

บอร์ด สสส.เดินหน้าประชุม 22 ม.ค.

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข รองประธานคณะกรรมการ สสส. กล่าวว่า ล่าสุดได้หารือกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ และประธานบอร์ด สสส. คาดจะประชุมบอร์ดฯวันที่ 22 ม.ค.นี้ อาจมีการพิจารณารับรองการปรับแก้ระเบียบต่างๆ ตามที่ นพ.เสรี ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาเสนอความเห็นปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทุน สสส.เสนอไว้

“หมอวิชัย” ชี้ปิดช่องกรรมการเก่า

นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและรองประธานฯ คนที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้ปล่อยวางแล้ว ไม่ติดใจอะไร เมื่อนายกฯเซ็นคำสั่งไปแล้ว และออกมาขอโทษ ก็ไม่รู้จะไปสอบถามป.ป.ท.เพื่อขอเข้าชี้แจงในกรณีที่ถูกปลดอีกทำไม ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯพูดว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกปลด 7 คนสามารถเข้ามาในบอร์ด สสส.ได้ นพ.วิชัยตอบว่า คำสั่งนี้ไม่สามารถปลดล็อกได้ เพราะคำสั่งดังกล่าวระบุตอนท้ายว่าให้พ้นจากการเป็นกรรมการและการดำรงตำแหน่งในกองทุน สสส. ทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆได้หรือไม่ คำสั่งนี้จึงยังไม่ปลดล็อก

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    1.6%
  • ไม่ชอบ
    80.6%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    3.2%
  • เสียใจ
    6.5%
  • ให้กำลังใจ
    7.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement