ทยอยขายหุ้นไร้ธรรมาภิบาล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทยอยขายหุ้นไร้ธรรมาภิบาล

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ม.ค. 2559 05:45
722 ครั้ง


บลจ.กรุงศรีเผยเลือกลงทุนไม่ได้ดูแค่กำไร

บลจ.กรุงศรี ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไร้ธรรมาภิบาล (CG) จากเดิมติดอันดับ 1 ใน 5 หุ้นที่ถือไว้เยอะที่สุด เผยให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนรับปัจจุบันถืออยู่แค่บางส่วน รอความชัดเจน คาดดัชนีสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,432 จุด กำไร บจ.โต 10% ขณะที่ประเมินจีดีพีปี 59 โต 3.2% ด้าน บลจ.กรุงเทพ ปฏิเสธไม่ได้ซื้อหุ้นซีพีออลล์เพิ่ม

นางสุภาพร ลีนะบรรจง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทได้ลดการถือครองหุ้นที่มีข่าวผู้บริหารมีความผิดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) เพื่อหาผลประโยชน์ลง จากเดิมที่มีสัดส่วนถือครองติดอันดับ 1 ใน 5 ของหลักทรัพย์ที่ถือครองมากที่สุด โดยปัจจุบันยังเหลืออยู่บางส่วน แต่หากภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ คณะกรรมการบริษัทยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ให้ชัดเจนอาจทยอยลดน้ำหนักการลงทุนลงอีก เนื่องจากการเลือกลงทุนของบริษัทไม่ได้ดูเพียงผลตอบแทนหรือกำไรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลด้วย

สำหรับแนวทางการบริหารกองทุนของ บลจ.กรุงศรี ยังคงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนแบบรายตัว โดยจะใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และการวิเคราะห์ทั้งในแง่ของคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมไปถึงการติดตามผลการดำเนินงานของ บจ.อย่างสม่ำเสมอ

นางสุภาพรกล่าวต่อว่า บลจ.กรุงศรีประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยปี 59 จะอยู่ที่ 1,432 จุด และคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ 10% โดยมีอัตราส่วนของราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 14 เท่า ถือเป็นระดับที่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเหมาะสม โดยบลจ.กรุงศรีมีมุมมองว่าดัชนีหุ้นไทยจะยังคงมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้นจากเงินทุนไหลออก แต่ในระยะยาวยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น โดยเชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าไทย เมื่อเห็นการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐชัดเจนขึ้นช่วงปลายไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 2 ทั้งนี้ บริษัทแนะนำหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว แต่ควรลดการถือครองหุ้นในกลุ่มน้ำมัน และไม่เพิ่มน้ำหนักในการลงทุนของหุ้นในกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากต้นทุนการประมูล 4 จีอยู่ในระดับสูง

สำหรับมุมมองด้านเศรษฐกิจนั้น บลจ.กรุงศรี คาดการณ์ว่า จีดีพีปี 59 จะเติบโตที่ระดับ 3.2% ปัจจัยหลักยังมาจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายการลงทุนภาครัฐบาล โดยการใช้จ่ายภาครัฐและการบริโภคภาคเอกชน ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้น แต่ไทยยังมีความเสี่ยงที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจต่ำกว่าที่คาดไว้ เป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง

นางสุภาพรกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ปี 58 ทำได้ 320,000 ล้านบาท โดยเป็นผลเติบโตจากกองทุนหุ้นต่างประเทศ (FIF) ที่ทำได้ราว 39,000 ล้านบาท เติบโต 220% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นผลเติบโตจากกองทุนหุ้นไทยที่มีเงินไหลเข้ากองทุนสุทธิสูงสุด 3 ปีติดต่อกัน โดยมาอยู่ที่ 3,800 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมที่ 4,900 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ปฏิเสธกระแสข่าวลือในไลน์ที่ระบุว่า กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.บัวหลวงได้เข้าซื้อหุ้น บมจ.ซีพีออลล์ (CPALL) เพิ่ม โดยเทียบจำนวนหุ้นในเดือน พ.ย.58 กับเดือน ธ.ค.58 แล้ว พบว่ามีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น “หลังมีเรื่องผู้บริหารอินไซด์ออกมา และผู้บริหาร CPALL ยืนยันไม่ลาออก กองทุนของ บลจ.บัวหลวงก็ไม่เคยซื้อหุ้น CPALL เพิ่มอีกเลย ส่วนจำนวนหุ้นที่อ้างในข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลนั้น ยังมีส่วนไม่ถูกต้อง ซึ่งการส่งข้อมูลเผยแพร่เช่นนี้ ชัดเจนว่ามีเจตนาทำให้เราเสียหาย ดังนั้น บลจ.บัวหลวง จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    50.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement