MAZDA อวบอ้วนเติบโต 15% เตรียมส่งรถ 7 รุ่นลุยต่อปี 59 เล็งเป้าเพิ่ม 10% - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

MAZDA อวบอ้วนเติบโต 15% เตรียมส่งรถ 7 รุ่นลุยต่อปี 59 เล็งเป้าเพิ่ม 10%

โดย อาคม รวมสุวรรณ 20 ม.ค. 2559 10:13
9,672 ครั้ง


บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด เผยถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปี 2558 ที่ผ่านมา จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆมากถึง 5 รุ่น พร้อมกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้าด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ส่งผลให้ยอดขายทะลุกว่า 40,000 คัน เติบโตสูงสุดในตลาดถึง 15% ในขณะที่ปีนี้มาสด้ายังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จด้านยอดขาย เตรียมพร้อมการเป็นพรีเมียมแบรนด์และถือเป็นการร่วมพัฒนายานยนต์ให้ก้าวไปอีกขั้นให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยเตรียมเปิดตัวเข้าสู่ตลาดมากถึง 7 รุ่น พร้อมงัดกลยุทธ์การตลาดมาใช้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี คาดว่าการแข่งขันของตลาดรถยนต์ในปีนี้จะดุเดือดมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตัวเองให้เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งแคมเปญส่งเสริมการขาย ไปจนถึงการปรับราคาตามโครงสร้างภาษีใหม่ เป็นบทพิสูจน์ความแกร่งของทุกแบรนด์อย่างแท้จริง

ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับตลาดรถยนต์ไทยในปี 2559 นั้น ในช่วงไตรมาสแรกยังคงได้รับอิทธิพลจากภาวะเศรษฐกิจของปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่กำลังฟื้นตัว โดยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง และจะเห็นแววความสดใสชัดเจนขึ้นในตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สอง โดยจะเป็นการเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมาแม้ว่ากำลังซื้อจะมีน้อยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากยอดขายของปีที่ผ่านมา มาสด้ายังสามารถเดินหน้าได้ตามแผนงานอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม มาสด้ายังคงเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้จะมียอดขายทะลุถึง 8 แสนคัน อันเนื่องมาจากกำลังซื้อยังมีอยู่อีกมากโดยเฉพาะรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์เอสยูวี ซึ่งมาสด้าได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากยอดการขายรถเก๋งที่สามารถก้าวขึ้นมาครองอันดับ 3 ของตลาด ในขณะที่ปีนี้ มาสด้ามองว่าเซ็กเมนต์ของรถอเนกประสงค์เอสยูวีจะเป็นอีกรุ่นที่สอดแทรกเข้ามาโดยเฉพาะ มาสด้ามั่นใจว่าจะสามารถครองก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์นี้

ตลาดรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีความต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์กับการใช้งานอย่างครบครัน มีการค้นหาเปรียบเทียบข้อมูล ไตร่ตรองมากขึ้น และไม่บริโภคสินค้าตามเทรนด์กระแสของตลาด ทำให้มาสด้าเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารในรูปแบบดิจิตอลที่สามารถเจาะถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายจนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญและเข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากยอดขายรวมของตลาด พบว่ารถยนต์ที่มีราคาตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปจนถึงราคาที่สูงระดับ 1 ล้านบาท มียอดจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันมีรถยนต์อีโคคาร์เข้ามาทำตลาดหลากหลายค่าย โดยทำการเสนอขายในราคาสบายกระเป๋า เพื่อรับกับสถานการณ์รัดเข็มขัดแต่กลับต้องอัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างหนักเพื่อจูงใจผู้บริโภค ทำให้เกิดภาพที่ชัดเจนว่าปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อไม่ใช่เพียงสินค้าราคาถูกหรือแคมเปญส่งเสริมการขายเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการซื้อขายในยุคปัจจุบัน คือ สินค้าที่สามารถตอบสนองได้ครบทุกความต้องการที่มาพร้อมกับราคาที่เหมาะสมซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่มาสด้าใช้ในการสร้างยอดในปี 2558 ที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม


สำหรับปี 2558 ที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นปีแห่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของมาสด้า จากยอดจำหน่ายรถยนต์รวมจำนวนทั้งสิ้น 797,000 คันโดยประมาณ เป็นยอดขายรถยนต์มาสด้าที่ทะลุเป้าถึง 39,471 คัน ซึ่งมาสด้าเป็นค่ายเดียวที่ยอดขายพุ่งขึ้นได้สูงสุดถึง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 ที่ผ่านมา ที่มียอดขายอยู่ที่ 34,326 คัน และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ตามเป้าหมาย คือ 5% โดยยอดขายในแต่ละรุ่นประจำปี 2558 มีดังนี้

All New Mazda 2 จำนวน 19,091 คัน เพิ่มขึ้น 181% ส่วนแบ่งการตลาด 8.9%

New Mazda BT-50 PRO จำนวน 8,054 คัน ลดลง 38% ส่วนแบ่งการตลาด 2.5%

All New Mazda 3 จำนวน 7,143 คัน ลดลง 20% ส่วนแบ่งการตลาด 17.3%

All New Mazda CX-5 จำนวน 3,832 คัน ลดลง 32% ส่วนแบ่งการตลาด 3.1%

All New Mazda CX-3 จำนวน 1,321 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 1.1%

Mazda MX-5 จำนวน 28 คัน

Mazda CX-9 จำนวน 2 คัน

อีกหนึ่งที่มาของความสำเร็จของมาสด้าในปี 2558 กับการเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดประเทศไทยมากถึง 5 รุ่น มาสด้าใช้ความพยายามในการที่จะทำให้เกิดเป็นความแปลกใหม่และความแตกต่างซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างคาดไม่ถึง รถยนต์มาสด้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถยนต์แต่ละเซ็กเมนต์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งรถยนต์ที่ได้เปิดตัวในปี 2558 ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย All New Mazda2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ คลีนดีเซล 1,500 ซีซี และสกายแอคทีฟเบนซิน 1,300 ซีซี โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และรุ่นซีดาน 4 ประตู มีการเพิ่มรุ่นเข้ามาโดยการเพิ่มไฟหน้า LED และกล้องมองหลัง รวมทั้งการเพิ่ม Daytime Running Light ส่งผลให้มาสด้า 2 กลายเป็นรถยนต์ที่ให้ความคุ้มค่า คุ้มราคา อัตราการประหยัดน้ำมันในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลต่ำที่ 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Mazda2 กลายเป็นรถยนต์นั่งสปอร์ตพรีเมียมขนาดซับคอมแพ็คหนึ่งเดียวในคลาส สร้างภาพลักษณ์ให้มีความชัดเจน พร้อมแนะนำแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของรถมาสด้า 2 สกายแอคทีฟ นั่นคือ น้องนาย ณภัทร เสียงสมบุญ นายแบบ นักแสดงคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถรอบตัว

New Mazda BT-50 PRO นับเป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญที่เพิ่มความสปอร์ตให้แกร่งมากขึ้นอีกระดับภายใต้คอนเซปต์ Tough as Life ที่มาพร้อมเครื่องดีเซล คอมมอนเรล อันทรงพลัง สร้างความคึกคักให้กับตลาดรถปิกอัพ และบรรลุยอดขายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 700 คัน

All New Mazda CX-3 ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ สร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ให้กับคนไทยด้วยดีไซน์และรูปแบบอเนกประสงค์ของตัวรถขนาดกะทัดรัด เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์แหวกแนวไม่ชอบซ้ำกับใคร CX-3 จัดเต็มทั้ง โคโดะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 1,500 ซีซี และสกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2,000 ซีซี ซึ่งสร้างสีสันให้กับตลาดนี้เป็นอย่างมากและสามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

All New Mazda MX-5 ที่เป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับไอคอนที่เอาใจผู้ที่หลงใหลความสปอร์ตของยนตรกรรมมาสด้า การกลับมาของ New MX-5 ND พร้อมรูปลักษณ์ใหม่หมดทั้งคัน หวังปลุกชีพคนรักความสปอร์ตให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง สมรรถนะขั้นเทพที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่การตอบสนองได้ทันใจ ให้ความแม่นยำในการควบคุมในแบบ จินบะ-อิตไต และเสน่ห์ของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่มีบทพิสูจน์จากการตอบรับของผู้ใช้ทั่วโลกกับการเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนสองที่นั่งที่ขายดีที่สุดในโลกจากการบันทึกของกินเนสบุ๊กเวิลด์ออฟเรคคอร์ด

ในส่วนของสายการผลิตนั้น ในปีที่ผ่านมา มาสด้าสามารถผลิตได้ตามเป้าทั้งการขยายสายการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งขายทั้งภายในไทยและต่างประเทศมีการเริ่มเปิดสายการผลิตทั้งเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัติ ณ โรงงานแห่งใหม่มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ได้อย่างราบรื่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมาสด้าที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าทั่วโลก นอกเหนือจากที่เมืองฮิโรชิมา และเมืองโฮฟุประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับมีการลงทุนในประเทศจีน และเม็กซิโก เพื่อขยายธุรกิจ และตอบรับกับยอดขายที่มาสด้าที่คาดว่าจะโตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 44,000 คัน และตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 5.5% ซึ่งจะเป็นเป้าที่สูงที่สุดที่เคยมีมาสำหรับยอดรวมของตลาดรถยนต์ของไทยในปีนี้คาดว่าจะจบที่ 800,000 คัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สิ่งที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และมียอดจำหน่ายทะลุเป้าในปีที่ผ่านมานั้นเกิดจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาสด้า ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง ประกอบกับความเป็นแบรนด์พรีเมียมที่ลูกค้าสัมผัสและรับรู้ได้ในทุกองค์ประกอบของมาสด้า ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ในทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์สวยงามภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ บ่งบอกถึงความมีรสนิยมของผู้ขับขี่ เครื่องยนต์พลังแรงให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมให้ความรู้สึกเร้าใจ เชื่อมต่อออนไลน์ด้วยระบบ MZD Connect พร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันการเกิดเหตุกับระบบ i-ACTIVSENE และประหยัดน้ำมันกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ให้ทั้งความแรงและความประหยัดในรถยนต์คันเดียวกัน การนำเสนอราคาที่เหมาะสมคุ้มค่า

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการยกระดับคุณภาพของโชว์รูมและศูนย์บริการ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกๆ หน่วยที่ได้มาตรฐานการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย อีกหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ คือ จากนโยบายการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมาซึ่งคิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แทนการคิดตามความจุกระบอกสูบ ส่งผลให้ราคารถยนต์ของมาสด้าในปี 2559 มีการปรับทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง หรือบางรุ่นมาสด้ายืดอกรับภาระบางส่วนแทนลูกค้าพร้อมมอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าเพิ่มเติมด้วยการเพิ่มอุปกรณ์เสริมโดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังนี้

1. All New Mazda 2 : ได้ประกาศปรับราคาใหม่ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาโดยปรับลดลง 21,000 บาทหลังจากที่รถยนต์รุ่นนี้เข้าร่วมโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลระยะที่ 2 หรือโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 ที่มีข้อกำหนดทั้งเรื่องสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานด้านความปลอดภัย จากเดิมที่มีอัตราภาษีที่ 17% ลดลงเหลือ 14% เนื่องจากมีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร ส่งผลให้ราคาขายรถยนต์รุ่นนี้โดยรวมปรับลดลงทุกรุ่น

2. New Mazda BT-50 PRO : แม้ว่าอัตราภาษีใหม่ของรถปิกอัพจะมีการปรับขึ้นในบางรุ่นรูปแบบตัวถังพร้อมกับการนำเอาเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้เพื่อกำหนดอัตราภาษีใหม่ มาสด้ายังคงยืนยันที่จะจำหน่ายในราคาเดิมโดยไม่มีการปรับขึ้นหรือปรับลงแต่อย่างใดในทุกรุ่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถปิกอัพได้ง่ายขึ้น

3. All New Mazda CX-5 : ในขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาใหม่ โดยการประกาศราคาใหม่จะมาพร้อมกับการเปิดตัวรุ่นใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้

4. All New Mazda CX-3 : มาสด้ายืนยันจำหน่ายในราคาเดิมตั้งแต่ในช่วงการเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85 และผ่านเกณฑ์การปล่อยไอเสียตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ช่วยให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ที่โฉบเฉี่ยวในราคาที่จับต้องได้

5. All New Mazda 3 : มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มเพียง 5,000 และ 14,000 บาท แต่ทางมาสด้าได้เพิ่มความคุ้มค่าด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ไม่เพียงสามารถช่วยเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกเหนือไปจากการรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85 อีกด้วย ประกอบด้วย เพิ่มระบบประหยัดน้ำมัน i-Stop เพิ่มกล้องมองหลัง (Rear View Camera) ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ตั้งแต่ในรุ่น 2.0C เป็นต้นไป และเปลี่ยนสีเบาะนั่งและแผงประตูในรุ่น 2.0SP จากสีครีม-ดำ เป็นสีดำ

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ มาสด้าเตรียมเปิดตัวและเผยโฉมใหม่มากถึง 7 รุ่นเพื่อเพิ่มความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการให้มากยิ่งขึ้น หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการเจาะกลุ่มลูกค้าสำหรับรถยนต์นั่งในทุกรุ่นในปีที่ผ่านมาในปีนี้มาสด้าได้วางแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยจะพุ่งเป้าไปที่ลูกค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่น มีประสบการณ์ที่ดี มุ่งเน้นการเอาใจใส่ดูแล สร้างความพึงพอใจ เพื่อให้เกิดความจงรักภักดีและก่อให้เกิดเป็นภาวะลูกค้าเก่าเป็นผู้สร้างลูกค้าใหม่ในที่สุด ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากความประทับใจที่เกิดขึ้นจริง นอกเหนือจากนี้ การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความโดดเด่นแตกต่าง สร้างจุดแข็งกับสินค้าทุกรุ่นให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถก็เป็นสิ่งสำคัญโดยมุ่งสื่อสาร 4 Key Pillars อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ, โคโดะ ดีไซน์, MZD Connect และ i-ACTIVSENSE และการสร้าง Brand Loyalty ด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ

ในส่วนของงานบริการหลังการขายนั้น มาสด้าได้เปิดโครงการศูนย์กลางอะไหล่ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน พร้อมพัฒนาบริการหลังการขายที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยมาตรฐานที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากมาสด้าไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์ที่ลูกค้าเลือก แต่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารักและแนะนำให้กับคนรู้จักต่อไปอีกด้วย และจะขยายใหญ่จนกลายเป็น "สังคมคนรักมาสด้า" ขนาดใหญ่ สำหรับแผนเพิ่มยอดขายในปีนี้นั้นจากการสังเกตในปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ จึงมีการปรับกลยุทธ์ให้มีความชัดเจน และเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของแต่ละพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวของกระบวนการทำงาน ในด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าซึ่งเป็นเสมือนประตูใหญ่ของแบรนด์ทั่วประเทศมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ให้สามารถเดินหน้าธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างยอดขายและให้ทุกโชว์รูมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์มาสด้าให้แข็งแกร่ง ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมสมบูรณ์แบบและเติบโตในอนาคต และเตรียมวางนโยบายการบริหารของผู้จำหน่าย เพื่อสร้างมาตรฐานและควบคุมคุณภาพให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากลทั่วประเทศ

เตรียมพบกับรูปแบบภาพลักษณ์โชว์รูมใหม่ ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความทันสมัย และการเป็นพรีเมียมแบรนด์ตอบรับกับการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว ความสำเร็จที่กล่าวมาข้างต้น มาสด้าจะไม่ลืมที่จะตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมโดยจะเน้นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น โดยจะมุ่งเน้นให้ความรู้ถ่ายทอดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในด้านการใช้รถยนต์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมการจราจรของประเทศไทย ทั้งหมดที่ผู้บริหารมาสด้าได้แถลงถึงแนวทางของธุรกิจประจำปี 2559 คือ ยุทธศาสตร์เพื่อการขับเคลื่อนครั้งสำคัญของมาสด้าที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จและมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจตลอดไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    94.6%
  • ไม่ชอบ
    2.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    1.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    2.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement