เดือดร้อน! ภัยแล้งทำมะพร้าวขาดตลาด ราคากะทิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เดือดร้อน! ภัยแล้งทำมะพร้าวขาดตลาด ราคากะทิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 13:05
3,604 ครั้ง


สถานการณ์ศัตรูมะพร้าวระบาดหนัก ชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ หวั่น มะพร้าวออกลูกน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด พ่อค้ากะทิสด เผย ราคากะทิสูงสุดในรอบ 30 ปี ร้านข้าวแกงลดปริมาณการใช้กะทิ...

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 59 สถานการณ์ศัตรูมะพร้าวระบาดในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มายาวนานนับสิบปี ส่งผลให้มะพร้าวออกลูกน้อยลง ประกอบกับเกิดภาวะภัยแล้งยิ่งกระหน่ำซ้ำเดิม ปัญหาผลผลิตไม่เพียงพอในตลาด กระทบต่อชาวสวนผู้ปลูกมะพร้าวและราคามะพร้าวที่ขายส่งให้กับผู้ผลิตกะทิ ทำให้ประชาชนผู้บริโภคปลายทางต้องซื้อกะทิในราคาที่แพงขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศ

ด้าน นายทนง ขาวคง อายุ 53 ปี พ่อค้ากะทิสดในตลาดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า มีอาชีพขายกะทิสดเกือบ 30 ปี ครั้งนี้ถือว่า ราคากะทิสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเป็นพ่อค้า ปัจจุบันราคากะทิอยู่ที่กิโลกรัมละ 53 บาท ซึ่งราคารับซื้อมะพร้าวลูกใหญ่ตกลูกละ 29 บาท เมื่อกะเทาะกะลาเหลือเพียงเนื้อมะพร้าวจะได้น้ำหนัก 5 ขีด ซึ่งต้องใช้มะพร้าวถึง 2 ลูกกว่า จึงจะได้เนื้อมะพร้าวที่ขูดแล้ว ทำให้บางครั้งต้องซื้อเป็นเนื้อมะพร้าวกะเทาะเปลือก หรือมะพร้าวกะเทาะดำ ในราคากิโลกรัมละ 43 บาท จากล้งมะพร้าวซึ่งได้ราคาถูกกว่าซื้อทั้งลูก

นายทนง ขาวคง อายุ 53 ปี พ่อค้ากะทิสดในตลาดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์


ต้นทุนราคามะพร้าวดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันพ่อค้ากะทิสดอยู่ยาก เนื่องจากกำไรน้อยมากแทบจะไม่พอกับค่าครองชีพ เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการผลิตกะทิสดทั้งค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ หากเป็นราคาที่คุ้มต้นทุน ราคาขายปลีกกะทิสดจะอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดไม่มีใครกล้าขึ้นราคา เนื่องจากเกรงว่าลูกค้าจะหดหายไป จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ขายของลำบากเข้าไปอีก แต่ก็ต้องกล้ำกลืนยืนราคานี้ต่อไป ในขณะที่อำเภอปราณบุรีและหัวหิน ขายกะทิสดอยู่ที่ราคา 60–70 บาท จากราคาที่สูงสุดนี้ ทำให้ร้านข้าวแกงลดปริมาณการซื้อกะทิลง โดยหันไปทำกับข้าวชนิดอื่นที่ไม่ต้องใช้กะทิ เช่น ทำแกงเผ็ดแทนแกงกะทิ ส่วนแม่ค้าขนมหวานยังต้องซื้อกะทิเหมือนเดิม เนื่องจากขนมไทยส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้กะทิ

เนื้อมะพร้าวที่ขูดแล้ว


ขณะที่ นายน้อย พงษ์รักษา อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการในสังกัดกองบิน 5 พ่อค้า “งบป้าเจือ อ่าวมะนาวกองบิน 5” กล่าวว่า ตนและภรรยาทำงบหรือห่อหมกทะเลมาเกือบ 20 ปี ต้องใช้กะทิวันละ 100 กิโลกรัม ผลิตงบได้ 1,200 ห่อ โดยทำส่งขายที่กรุงเทพฯ ราคามะพร้าวเช่นนี้ทำให้มีต้นทุนสูงแต่ก็จำเป็น ต้องใช้กะทิเพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้งบอร่อย เพียงแต่ทำให้ปัจจุบันมีกำไรลดน้อยลง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    12.0%
  • ให้กำลังใจ
    80.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement