เปิดใจลูกในอุปการะ ปอ ทฤษฎี ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง แสนเสียดายไม่ได้ร่ำลา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เปิดใจลูกในอุปการะ ปอ ทฤษฎี ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง แสนเสียดายไม่ได้ร่ำลา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 13:15
277,281 ครั้ง


“พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”

ณ วันนี้ พระเอกในหัวใจใครหลายคนตลอดกาลได้จากพวกเราไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงรอยอาลัยรัก และคุณงามความดีให้ทุกคนได้จดจำ และพวกเราจะเก็บชายผู้นี้ไว้ในใจตราบนานเท่านาน ......

แต่......ปอ ทฤษฎี ผู้นี้ นอกจากจะครองความเป็นพ่อของน้องมะลิ หนูน้อยที่ชาวไทยทั้งชาติหลงรักแล้ว ยังมีเด็กอีกคนหนึ่ง ที่ยกย่องยอดพระเอกทั้งในจอและนอกจอของเราคนนี้ ว่าเป็น พ่อ อีกคน เหตุไฉน เค้าจึงเรียก ชายผู้เสียสละผู้นี้ว่า "พ่อ" ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณเปรียบประหนึ่งไม่ต่างจากบิดาที่แท้จริง วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาแฟนๆ ไทยรัฐทุกท่านไปฟังทุกถ้อยคำจากปากของเค้าผู้นี้ ชายผู้ได้รับความอุปการะจากพระเอกในหัวใจของชาวไทยตลอดกาล........

พระเอกภูธร ขวัญใจคนไทยตลอดกาล
ด้วยความช่วยเหลือของปอ ทำให้น้องเชน ได้มีโอกาสเข้าเรียนจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.เชียงใหม่

เพราะ...พ่อปอ ทำให้ผมมีโอกาสถึงวันนี้...

น้องเชน เด็กน้อยที่มีอนาคตสดใสได้ เพราะคุณงามความดี ที่ พ่อปอ ทฤษฎี ทิ้งไว้เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศชาติต่อไปในอนาคต...

นายยงยุทธ (ขอปกปิดนามสกุล) หรือ น้องเชน ปัจจุบัน อายุ 19 ปี ผู้ที่ได้รับการอุปการะทางการศึกษา จาก พระเอกขวัญใจชาวบ้าน มาตั้งแต่ 2551 ผ่านมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ตั้งแต่เรียนประถมศึกษาปีที่ 4 ฟื้นความทรงจำในวันเด็ก ก่อนเริ่มต้นการสนทนากับทีมของเรา ด้วยอาการตะกุกตะกักเล็กน้อย ตามประสาหนุ่มชนบท ผู้ไม่สันทัดการพูด เท่าใดนักว่า....

"พื้นเพ ผมเป็นคนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่บ้านฐานะค่อนข้างยากจน พ่อและแม่ทำงานรับจ้าง หาเงินมาส่งเสียครอบครัว ในช่วงแรกๆ ก็พอจุนเจือเรื่องการศึกษาได้ แต่พอเรียนในระดับสูงขึ้น ทางบ้านก็เริ่มไม่ค่อยจะไหว จนกระทั่งได้รับโอกาส จาก พ่อปอ ขออนุญาตเรียก พ่อปอ นะครับ"  

นายยงยุทธ หรือ น้องเชน ปัจจุบัน อายุ 19 ปี
มีโอกาสได้พบหน้าผู้มีพระคุณ เพียงครั้งแรกและครั้งเดียว

อย่างไรก็ดี น้องเชน มีโอกาสเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ได้พบกับผู้มีพระคุณ หลังจากได้รับอุปการะผ่านมูลนิธิศุภนิมิตฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยการพบกันในครั้งนั้น น้องเชน เรียนอยู่เพียงชั้นประถมศึกษา ได้แอบออกมาปรากฏตัว ทำเซอร์ไพรส์ พ่อปอ ในงาน One & Only with por's member ที่ โรงแรม Amari watergate ที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นงานพบปะกับแฟนคลับของพระเอกชื่อดัง เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2554

โดยในครั้งนั้น น้องเชน เล่าให้ทีมข่าวเราฟังด้วยความตื้นตันว่า ด้วยความตื่นเต้นที่ได้พบผู้มีพระคุณซึ่งเป็นถึงดาราดังเป็นครั้งแรก บวกกับความที่ยังเป็นเด็ก จึงจำได้เพียงคร่าวๆ ว่า พ่อปอ ได้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ และกำลังศึกษาอยู่ในระดับไหน เรียนเป็นอย่างไรบ้าง เรียนยากไหม เท่านั้น  

สุดแสนเสียดาย อยากขอบพระคุณ พ่อปอ ให้มากกว่านี้

"ทำให้มาจนถึงวันนี้ ก็รู้สึกเสียดายว่า ในวันนั้น น่าจะได้มีโอกาสพูดคุยรวมทั้งขอบพระคุณในความรักและกรุณาที่พ่อปอ เอื้อเฟื้อมาให้ ให้มากกว่านี้ เพราะโอกาสที่จะได้พบกับพระเอกชื่อดังและผู้มีพระคุณ มันไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ"   

ขอไปให้ถึงฝัน เข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาให้ได้

ปัจจุบัน ด้วยความช่วยเหลือของพ่อปอ ทำให้น้องเชน ได้มีโอกาสเข้าเรียนจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.เชียงใหม่ โดยตั้งความฝันเอาไว้ว่า จะพยายามเข้าเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาให้ได้ ส่วนอนาคตอยากจะเรียนสูงสุดถึงขั้นไหน นั้น เจ้าตัวยอมรับว่า ฐานะทางบ้านไม่ได้ดีมากมายอะไร จึงยังไม่กล้าที่จะตั้งเป้าอะไรไว้สูงมากนัก ณ เวลานี้ ขอฝันถึงเพียงแค่สามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้ได้เสียก่อน จากนั้น จึงค่อยคิดต่อว่า จะสามารถพาตัวเองไปได้ถึงระดับไหน

พระเอกคนดี ขวัญใจคนไทยตลอดกาล
น้องเชน เด็กน้อยที่มีอนาคตสดใสได้ เพราะคุณงามความดี ที่ พ่อปอ ทฤษฎี ทิ้งไว้

สำหรับผลการเรียนที่ผ่านมา นั้น น้องเชน ได้เกรดเฉลี่ย ช่วงจบการศึกษาในระดับประถม ถึง 3.97 ส่วนในระดับมัธยม นั้น ล่าสุด เกรดเฉลี่ย รวม 5 เทอม ที่ผ่านมา ได้ถึง 3.57 !

โดย น้องเชน เอ่ยถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะได้รับโอกาสจาก พ่อปอ ที่ทำให้เด็กบ้านนอก จนๆ คนหนึ่ง มีแรงบันดาลใจที่จะศึกษาเล่าเรียน เปิดโลกทัศน์ตัวเองให้กว้างขึ้น เพื่อนำเอาวิชาความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาทั้งตัวเองและประเทศชาติในอนาคต

หากขอให้เกิดปาฏิหาริย์ได้ อยากได้โอกาสพบพ่อปอ อีกสักครั้ง

สำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้น นั้น น้องเชน กล่าวกับทีมข่าวเอาไว้อย่าวซาบซึ้งว่า หาก ณ วินาที นี้ สามารถขอให้เกิดปาฏิหาริย์ได้  ก็อยากจะได้มีโอกาส พบพ่อปอ อีกสักครั้ง เพื่อขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ พ่อปอ ได้ให้ไว้ อยากมีโอกาสได้พูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันและกัน เพราะที่ผ่านเราสองคนมีโอกาสได้พบ ได้คุย กัน น้อยเกินไป........

หลังจากนี้ จะขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของพ่อปอ อย่าได้มีสิ่งร้าย ๆ ใดมารบกวนได้อีก และสามารถดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า อย่างราบรื่น มีความสุขกันทุกคน

หาก ณ วินาทีนี้ สามารถขอให้เกิดปาฏิหาริย์ได้ ก็อยากจะได้มีโอกาสพบพ่อปออีกสักครั้ง
เปิดใจถึงวันสูญเสีย รับสุดช็อก! เพื่อนๆ อาจารย์ ช่วยปลอบใจ

ขณะที่ในวันสูญเสียพ่อปอ ไปตลอดกาล นั้น จำได้ว่า ในคราวแรกที่มีกระแสข่าวตอนช่วงเช้าๆ ของวันที่ 18 ม.ค.2559 นั้น ส่วนตัวยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะที่ผ่านมามี มีข่าวลือในเรื่องที่ไม่ดีกับพ่อปอ มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่ง มีการแถลงของ รพ.รามาธิบดี อย่างเป็นทางการ ณ วินาที นั้น ยอมรับว่ารู้สึกช็อก กับเรื่องที่เกิดขึ้น คิดได้แต่ว่า ทำไมพ่อปอ ถึงได้จากไปเร็วขนาดนี้ เพราะที่ผ่านในช่วงที่พ่อปอ รักษาตัวอยู่นั้น คิดเพียงอย่างเดียวว่า พ่อปอ จะต้องหายกลับมาเป็นปกติ เท่านั้น ขณะที่บรรดา เพื่อนๆ และ อาจารย์ ซึ่งทราบข่าวที่เกิดขึ้น ก็ได้พยายามมาสอบถามและปลอบใจ ให้หายเศร้าอยู่ตลอดเวลา

พระเอกขวัญใจชาวไทย ยังรับอุปการะเด็กอีก 1 คน

ขณะที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรคริสเตียนเพื่อการพัฒนาและสาธารณกุศล ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2517 ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวฯ ว่า นอกจาก น้องเชน แล้วยังมีน้องอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า น้องสุรเดช (ขอปกปิดนามสกุล) อายุ 9 ปี มีภูมิลำเนาจาก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ในระดับประถมศึกษา ที่พระเอก ปอ ทฤษฎี ของเราให้การอุปการะอยู่ด้วย แต่ในรายของน้องสุรเดช ซึ่งมีฐานะยากจน ไม่ต่างจากน้องเชนนั้น เป็นที่น่าเสียดายว่า ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้พบหน้ากับผู้มีพระคุณท่านนี้แต่อย่างใด

ส่งพระเอกผู้ล่วงลับกลับบ้าน

สำหรับการทำงานของมูลนิธิฯ นั้น ทางทีมข่าวได้รับข้อมูลว่า การคัดเลือกเด็กแต่ละรายเพื่อให้การช่วยเหลือ ภายใต้โครงการอุปการะเด็กนั้น จะมีทีมงานลงพื้นที่สแกนตามจุดที่ได้ชื่อว่ายากจนต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน ทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีการทำงานครอบคลุมแล้วว่า กว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วน จาก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.4%
  • ไม่ชอบ
    0.8%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    70.7%
  • ให้กำลังใจ
    18.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement