'ช้างศึก' วัดคม 'โสมแดง' ชี้ชะตาศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ช้างศึก' วัดคม 'โสมแดง' ชี้ชะตาศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 06:42
14,611 ครั้ง


หลังจากประเดิมสนามในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2016 มา 2 นัด ทัพช้างศึกจะได้เวลาลงชี้ชะตาเข้าสู่รอบต่อไป เพื่อต่อความหวังในการลุ้นเข้าไปชิงตั๋วลุยโอลิมปิก บนดินแดนแซมบ้า ด้วยการหักด่านกับคู่ปรับเก่าในรอบคัดเลือกอย่าง "โสมแดง" เกาหลีเหนือ…

โดยในสองเกมแรก โชคชะตาของทั้งไทยและเกาหลีเหนือแทบไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่อมีสถิติเสมอ 1 และ แพ้ 1 เพียงแค่ลูกได้เสียเท่านั้นที่ลูกทีมของ "ซิโก้" เป็นรองอย่างชัดเจน ทำให้ในตอนนี้แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก และไม่ต้องยืมจมูกชาวบ้านหายใจ เมื่อต้องสะกดคำว่า "ชนะ" ให้ได้สถานเดียวในเกมนี้

แต่หากจะว่ากันอย่างละเอียด ทีมชาติไทยกลับต้องอาศัยโชคอยู่นิดหน่อย เพราะต้องภาวนาอีกหนึ่งต่อว่า หากสามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับทัพนักเตะหนุ่มแห่งโสมแดงได้แล้ว ต้องลุ้นกันแบบตัวโก่งให้ทัพ "ซามูไร" จูเนียร์ เก็บสามแต้มเหนือทีมเศรษฐีน้ำมันให้ได้ หรืออย่างน้อยแค่เสมอ ก็จะทำให้ไทยเข้ารอบได้เป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม บี ทะยานสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ทีมชาติไทย

จากฟอร์มการเล่นใน 2 เกมที่ผ่านมา เชื่อว่า "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม่ทัพใหญ่น่าจะเห็นอะไรบางอย่างว่า จุดอ่อนจุดแข็ง ของทีมชาติไทย ยู-23 ชุดนี้อยู่ตรงไหนบ้าง เพราะจากสภาพทีมล่าสุดผู้เล่นค่อนข้างสมบูรณ์ อาจจะมีเสียขวัญบ้างจากการพ่าย ญี่ปุ่น ไปแบบขาดลอย 4-0 ในเกมที่แล้ว แต่นั่นคืออดีตที่ต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง หากหวังที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อค้นหาความสำเร็จ

ทัพนักเตะช้างศึก ยังลงซ้อมอย่างมุ่งมั่นก่อนลงทำศึกนัดชี้ชะตา

สำหรับในเกมนี้ ตัวผู้เล่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าไร นับจากนายทวารยังกองหน้า แต่ เจนรบ สำเภาดี ที่โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างเยี่ยมในเกมแรก อาจจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากถูกดร็อปไปเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเกมพ่ายญี่ปุ่น ขณะที่อีกหนึ่งตำแหน่งที่มีข่าวหลุดออกมาจากแคมป์ว่า "เจ้าปิง" ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร กองกลางจาก อาร์มี ยูไนเต็ด อาจจะได้ลงสนามคุมแดนกลาง ซึ่งต้องลุ้นว่าจะได้ลงมาแทนใครระหว่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หรือ ชญาวัต ศรีนาวงษ์

ทีมชาติเกาหลีเหนือ

ทัพนักเตะของทีมโสมแดง ไม่ว่าจะในชุดใดก็แล้วแต่ ต่างขึ้นชื่อในเรื่องของสภาพความฟิต และระเบียบวินัยเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากในรอบคัดเลือกที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับไทย และพวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเกมอุ่นเครื่องหรือการเก็บตัวนอกประเทศเลยก็ตาม

ในส่วนของตัวผู้เล่นแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เริ่มตั้งแต่ จาง กุ๊ก โชล ปราการหลังจอมแกร่ง เบอร์ 5 ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม ซึ่งน่าจะรู้จักนักเตะของไทยเป็นอย่างดี จากการเห็นฟอร์มในรอบคัดเลือกและ 2 เกมก่อนหน้านี้ ขณะที่นายทวารอย่าง อัน แท ซอง ถึงแม้จะเสียไปถึง 3 ลูก ในเกมนัดเสมอกับซาอุฯ 3-3 แต่ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ได้ฝีมือการเซฟของมือกาวรายนี้ ทัพโสมแดงอาจจะเสียเยอะกว่านี้ก็ได้

ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ได้ลงดวลฝีเท้ากับทัพนักเตะ เกาหลีเหนือ มาแล้วในรอบคัดเลือก

นอกจากนี้ ผู้เล่นตัวหลักๆ อย่าง ริ อิล จิน, ริ อัน โชล, คิม จู ซอง, จาง อ๊อก โชล, ปาร์ก เมียง ซอง และ โซ เคียง จิน หากไม่มีการปรับหมาก น่าจะได้ออกสตาร์ตในตำแหน่งตัวจริงค่อนข้างแน่

ส่วนกุนซือจอมดีเดือดอย่าง ยุน จอง ซู ซึ่งเข้ามารับหน้าที่แทน รา ปอง จี ที่ถึงแม้จะไม่ได้คุมทีมเผชิญกับทีมชาติไทยในรอบคัดเลือก แต่ก็เชื่อว่าน่าจะศึกษาเกมของทัพช้างศึกมาเป็นอย่างดี

ความน่าจะเป็น

ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะพาลูกทีมไปได้ไกลเพียงใด คำตอบอยู่ใน 90 นาทีกับ เกาหลีเหนือ

เกมนี้ไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากคำว่า "ชนะ" สถานเดียว เพราะฉะนั้น จะเข้ารอบ หรือ ตกรอบ ลูกทีมของ "ซิโก้" คือผู้กุมชะตากรรมของตัวเองแทบทั้งสิ้น หากลบข้อผิดพลาดในแดนกลางรวมถึงเกมรับได้ เชื่อว่าโอกาสเก็บชัยมีค่อนข้างมากกว่า 2 เกมแรก แต่ต้องเล่นอย่างมีวินัย เพราะถ้าเปิดช่องเพียงนิดเดียว อาจจะโดนเกาหลีเหนือโต้กลับและฝากบทเรียนราคาแพงให้อีกครั้ง พร้อมกับดับความฝันในการลุยศึกโอลิมปิกไว้เพียงแค่รอบนี้เท่านั้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    55.9%
  • ไม่ชอบ
    0.6%
  • สนุก
    0.3%
  • ประหลาดใจ
    1.0%
  • เสียใจ
    5.1%
  • ให้กำลังใจ
    37.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement