"บอกมะลิว่าพ่ออยู่บนฟ้า..." จิตแพทย์ แนะถ้อยคำปลอบลูกน้อย ในวันที่พ่อจากไป - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

"บอกมะลิว่าพ่ออยู่บนฟ้า..." จิตแพทย์ แนะถ้อยคำปลอบลูกน้อย ในวันที่พ่อจากไป

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 17:44
167,157 ครั้ง


วงการบันเทิงไทยมีข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่เข้ารับการรักษาโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 58 ก่อนที่ล่าสุดพระเอกหนุ่ม มีภาวะปอดขวาที่ติดเชื้อลุกลาม ทำให้อาการทรุดตัวมาโดยตลอด จนไม่สามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ จนท้ายที่สุด แพทย์ไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ หนุ่มปอเสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 18 ม.ค. 59 เวลา 11.50 น.

สำหรับการเยียวยารักษาจิตใจของคนในครอบครัว รวมทั้งตัวของน้องมะลิ ด.ญ.พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาววัย 2 ขวบของปอ ครอบครัวจะดูแล หรือบอกกล่าวกับเด็กอย่างไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ร่วมพูดคุยกับจิตแพทย์ชื่อดัง และให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวสหวงษ์ต่อไป

ครอบครัวสหวงษ์
พ่อจ๋า มะลิคิดถึงพ่อ
พ่อจ๋า... มะลิคิดถึงพ่อ

เปิดสูตรเยียวยาเด็ก บอกความจริง หรือ เลี่ยงไม่ตอบ?

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำเรื่องของเด็กว่า เด็กวัย 2 ขวบนั้น จะยังไม่สามารถเข้าใจความหมายของการเสียชีวิตได้ โดยจะรับรู้ว่าการเสียชีวิตคืออะไรช่วงขึ้นชั้นประถมศึกษา ซึ่งเด็กจะรับรู้ไม่ต่างกับการที่พ่อนอนหลับ จะสังเกตได้จากเมื่อตอนที่พ่อเข้าโรงพยาบาลทุกคนมีความเศร้าโศก แต่เด็กจะวิ่งเล่นร่าเริง เนื่องจากเด็กยังไม่รู้ว่าการเจ็บป่วย หรือ เสียชีวิตไปแล้ว เป็นอย่างไร แต่หากครอบครัวดูแลเด็กได้ดี เด็กก็จะสามารถจับสังเกตได้ว่า ทำไมแม่ร้องไห้ ทำไมคนในครอบครัวร้องไห้ แต่ยังเชื่อมโยงสภาวะการเสียชีวิตหรือพรากจากได้ไม่ชัดเจน

นพ.ทวีศิลป์ จึงแนะนำว่า ครอบครัวควรจะบอกไปตามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะการบอกออกไปตรงๆ ด้วยความจริงถึงแม้ว่าตัวเด็กจะไม่เข้าใจ แต่วันหนึ่งเด็กก็จะรับรู้ได้ว่า การเสียชีวิต คือ การที่ไม่สามารถจะกลับมาได้อีกแล้ว ร่างกายที่เคยเห็น ปฏิสัมพันธ์ที่เคยมีจะไม่มีอีกแล้ว แต่เด็กเองก็รับรู้ไม่ได้ และจะเกิดความสงสัยอีกว่า “เมื่อไหร่พ่อจะกลับมา ตื่นขึ้นมาแล้วทำไมพ่อยังไม่มา วันนี้ทำไมไม่เจอพ่อ พ่อไปไหน” ซึ่งครอบครัวจะได้ยินคำถามแบบนี้ซ้ำๆ แต่เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะเข้าใจ

วิธีที่จะบอกน้องมะลิ คือ พ่อไปอยู่บนฟ้า
เด็กวัย 2 ขวบ กำลังเป็นวัยที่ไร้เดียงสา

ด้าน นพ.ชิโนรส ลี้สุวรรณ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า สำหรับการเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กนั้น โดยทั่วไปแล้ว เด็กวัย 2 ขวบ จะเป็นวัยที่ไร้เดียงสาอยู่ เพราะฉะนั้นเด็กวัยนี้จะยังไม่เข้าใจว่า การเสียชีวิต หรือการจากลานั้นคืออะไร ซึ่งเด็กจะคิดว่า พ่อเขานอนหลับเท่านั้นเอง ฉะนั้น วิธีการที่คนรอบข้างหรือคนใกล้ชิด จะบอกให้เด็กวัยนี้รับรู้ ก็คือ การบอกให้เขารู้ว่า พ่อเขาไปอยู่บนฟ้าหรือสวรรค์แล้ว ดังนั้น เด็กวัยนี้ จะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสภาพจิตใจมากนัก

ทั้งนี้ เมื่อเด็กโตขึ้น วัย 5-6 ขวบ โดยทั่วไปพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ จะเริ่มรับรู้ว่าพ่อเขาหายไปไหน เพราะฉะนั้นคนรอบข้างเด็กหรือแม่ ก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่า เพราะเหตุใดพ่อถึงไม่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นแทบจะไม่ได้กระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กแล้ว เนื่องจากเด็กโตมาพร้อมกับความจริงที่รู้ว่าพ่อจากไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ดังนั้น ระยะบาดแผลทางจิตใจ ณ ช่วงเวลานั้นแทบจะไม่มีหรือมีน้อยมาก

ครอบครัว แม่ แรงใจสำคัญ หนุนลูกฝ่าวิกฤติ

สำหรับในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กนั้น นพ.ทวีศิลป์ ยอมรับว่า ผลกระทบเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ใช่เพียงแค่ตัวเด็ก แต่ความรัก การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวจะเป็นแรงหนุนสำคัญในการปรับตัวของเด็กได้เป็นอย่างดี ถึงแม้อาจจะถูกเพื่อนล้อ โดยเป็นความไร้เดียงสาของเด็กที่พูดใส่กันก็ตาม ถ้าเด็กมีแม่ มีครอบครัวที่ดูแลอย่างดี ถึงขาดพ่อไปก็จะไม่ทำให้รู้สึกเกิดปมด้อย นอกจากนี้ยังทำให้เด็กผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้

เป็นกำลังใจให้แม่โบว์ และครอบครัวสหวงษ์
แม่โบว์มองลูกน้อยด้วยความรัก

ตาย พรากจาก เป็นธรรมชาติมนุษย์

ขณะเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ครอบครัวต้องเข้าใจว่า การเสียชีวิตเป็นการพรากจากของธรรมชาติด้านหนึ่ง นพ.ทวีศิลป์ ยังเชื่อมั่นว่า ครอบครัวสหวงษ์ ได้ผ่านกระบวนการปรับตัวปรับใจมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งจากอาการป่วยที่มีทั้งทรงทั้งทรุด จะเห็นถึงกระบวนการรักษา กระบวนการเอาชีวิตรอด ก็ทำให้มีข้อปลอบใจตัวเองหรือปลอบใจคนที่อยู่ใกล้ชิดขึ้น เช่น เขาไปสบายแล้วนะ ไม่ต้องอยู่กับสายระโยงระยาง ซึ่งเป็นคำที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นมา

นพ.ชิโนรส ยังให้คำแนะนำอีกว่า การเยียวยาสภาพจิตใจของคนรอบข้างหรือใกล้ชิดผู้เสียชีวิตนั้น สังคมจะต้องให้ความเห็นใจ เนื่องจากเขาได้สูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัวไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนรอบข้างจะทำได้คือ ช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการคอยอยู่ข้างๆ คอยปลอบใจและเป็นให้กำลังใจ ซึ่งหากเห็นว่าเขามีอาการซึมเศร้ามากๆ ก็ไม่ควรปล่อยไว้ตามลำพัง ควรจะมีคนอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา รวมถึงควรให้เขาได้พบจิตแพทย์ในการให้คำปรึกษาและเยียวยาสภาพจิตใจเบื้องต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ระยะการโศกเศร้าเสียใจ มีระยะประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้น คนรอบข้างผู้เสียชีวิตก็จะเริ่มทำใจได้ จนกระทั่งความโศกเศร้าลดลง.

วันพ่อที่ผ่านมา มะลิได้มีโอกาสไหว้พ่อครั้งสุดท้าย
พ่อปออุ้มน้องมะลิ ขณะน้องมะลิยังเล็ก
แม่โบว์และมะลิต้องเข้มแข็ง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพทย์สุดยื้อ! สิ้นพระเอกดัง 'ปอ-ทฤษฎี' ติดเชื้อลุกลามเสียชีวิต 18 ม.ค.
กำลังใจของแม่ โบว์ กอด น้องมะลิ แน่น พ่อ-แม่เก็บของพา ปอ กลับบุรีรัมย์
- เปิดประวัติไว้อาลัย ปอ ทฤษฎี พระเอกภูธร ผู้ล่วงลับ
"หลับให้สบาย" เพื่อนดารา-แฟนคลับสุดเศร้า โพสต์อาลัย 'ปอ ทฤษฎี'
อาลัย "ปอ ทฤษฎี" พระเอกในดวงใจตลอดกาล (ชมคลิป)
'น้องเมญ่า' โพสต์ไอจีถึง 'พี่ปอ' เมื่อคืนฝันถึง ไม่คิดว่าต้องลาจาก
#RIPPor รวม 15 เรื่องอบอุ่นด้วยความรัก 'ปอ ทฤษฎี' พระเอกที่หลับไปไม่มีวันกลับมา!
ญาติ 'ปอ ทฤษฎี' จองวัดกลางบุรีรัมย์ เตรียมจัดงานศพพรุ่งนี้
เจ้าของภาพวาด 'ปอ ทฤษฎี-น้องมะลิ' โพสต์ FB เปิดให้แชร์ภาพไว้อาลัย
"พ่อจ๋า...มีคนบอกว่า พ่อไม่อยู่แล้ว" โซเชียลหลั่งน้ำตา แชร์กลอนอาลัย 'ปอ ทฤษฎี'
เขาสู้เพื่อน้องมะลิ อาน้ำอ้อย เผย ปอ ไปสบาย 19 ม.ค. 8 โมงเช้ารดน้ำศพที่รามาฯ
กาชาดโพสต์เสียใจ 'ปอ ทฤษฎี' มีจิตกุศล แต่ไม่สามารถนำอวัยวะไปใช้ได้
สุดกินใจ! ตี๋คุง อัดคลิปมอบเพลง คิดถึง อาลัยแด่ 'ปอ ทฤษฎี'
ศิลปินโลกโซเชียล ร่วมโพสต์ #RIPPor อาลัย 'ปอ ทฤษฎี'






โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    4.8%
  • ไม่ชอบ
    0.3%
  • สนุก
    1.8%
  • ประหลาดใจ
    1.2%
  • เสียใจ
    16.3%
  • ให้กำลังใจ
    75.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement