ไฮบริดรักษ์โลก NISSAN X-TRAIL HYBRID - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ไฮบริดรักษ์โลก NISSAN X-TRAIL HYBRID

โดย อาคม รวมสุวรรณ 21 ม.ค. 2559 10:30
6,298 ครั้ง


ความถนัดในด้านการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของผู้คนคืองานที่ Nissan Motor ให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ รถ Nissan นั้นเป็นยานยนต์ที่ขับขี่ใช้งานได้ดีและมีสมรรถนะที่เหมาะกับราคาค่าตัว รูปแบบของอุปกรณ์ที่เหนือกว่าในราคาที่เท่ากันคือจุดขายหลักของแบรนด์ Nissan นอกเหนือไปจากนั้นในด้านตัวเลขยอดขายที่ยังคงตามค่ายรถอย่าง Toyota / Honda / Mazda น่าจะเกิดขึ้นจากดีไซน์ที่ยังต้องปรับเพื่อทำให้รถรุ่นใหม่มีรูปลักษณ์ที่โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น หลังจากรถอเนกประสงค์โมเดล X-Trail ออกขายเมื่อช่วงต้นปี 2015 ในช่วงปลายปี Nissan Motor ได้เปิดตัว X-Trail รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดในกลุ่ม Crossover / SUV ด้วยเครื่องยนต์ที่มีการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบของ Parallel hybrid ซึ่งช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อย Co2 สู่ชั้นบรรยากาศ รถ Nissan X-Trail Hybrid ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับใช้งานทั้งในและนอกเมือง โดยมีระบบไฮบริดประหยัดพลังงานที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่นั่นก็คือระบบคลัตช์คู่อัจฉริยะ การทำงานผสานกันของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรกับมอเตอร์สร้างกำลังได้เหนือกว่ารถยนต์ที่วางเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ทั้งในด้านอัตราสิ้นเปลืองและในด้านของแรงบิดสูงสุด รถ XTrail Hybrid จาก Nissan ยังมีการรับประกันการทำงานของระบบไฮบริดด้วยระยะทางถึง 1 แสนกิโลเมตร ในส่วนของแบตเตอรี่ ยังมีการรับประกันนาน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่นิยมชมชอบรถยนต์พลังงานผสมที่เน้นความประหยัดและความสามารถในการขับขี่ควบคู่กันไป

X-Trail Hybrid มีเรือนร่างที่เหมือนกับรุ่นมาตรฐานทุกประการ แต่มีชิ้นส่วนภายนอกบางชิ้นที่บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์ไฮบริดที่เน้นความประหยัดและแตกต่างจาก X-Trail รุ่นปกติเล็กน้อย จุดสังเกตในด้านรูปลักษณ์ของรุ่น Hybrid เริ่มจากกระจังหน้าคาดด้วยพลาสติกสีฟ้า ชายล่างของสปอยเลอร์หน้ามีคิ้วสีฟ้าคาดยาวอยู่ใต้ช่องรับอากาศของกันชนหรือสปอยเลอร์หน้า สัญลักษณ์ Puredrive Hybrid ที่ประตูหน้าทั้งสองบาน ฝาท้ายเดินขอบชายล่างของฝากระโปรงท้ายด้วยชิ้นงานสีเงินและสีฟ้าสไตล์ Hybrid มิติตัวถัง กว้าง 1,820 มิลลิเมตร ยาว 4,640 มิลลิเมตร และสูง 1,710 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า-หลังเท่ากันที่ 1,575 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,665 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักมากจนเกินไปแม้จะเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดกลางเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่มีน้ำหนักเพิ่มเข้ามาในส่วนของระบบ Hybrid ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่น้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาในส่วนของระบบขับเคลื่อนไม่มากจนไปกระทบกับสมรรถนะของตัวรถ ไฟหน้ามีหลอด LED Daytime Running Light กับไฟตัดหมอกทรงกลมที่ชายล่างของสปอยเลอร์หน้า ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เสาอากาศทรงครีบปลาฉลาม

ทรงด้านข้างของ Nissan X-Trail Hybrid มีแก้มข้างที่โป่งพองออกมาเยอะพอสมควร พลาสติกกันกระแทกกรุปิดโพรงซุ้มล้อและชายล่างของกาบบันไดลากยาวไปจนถึงส่วนท้ายของตัวรถ เสาหน้ามีองศาของความลาดเอียงมากกว่าปกติเพื่อความลู่ลมและมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีโดยมีตัวเลขอยู่ที่ 0.33 จากเดิมที่ 0.35 เกิดขึ้นจากการปรับปรุงวัสดุปิดทับบริเวณใต้ท้องเพื่อลดแรงเสียดทานอากาศและลดกระแสลมหมุนวนในส่วนใต้ท้อง ผืนหลังคาค่อยๆ ลดระดับความลาดเอียงไปยังส่วนท้าย แรคหลังคาอัลลอยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน กระจกมองข้างพร้อมหลอดไฟเลี้ยว มือจับที่เปิดประตูโครเมียมสีเงิน กรอบประตูเดินเส้นด้วยงานโลหะสีเงินเพื่อยกระดับความหรูหรา ด้านข้างของตัวถังที่ไหลลื่นมีจุดที่โป่งพองออกมาทั้งแก้มข้างและโป่งของซุ้มล้อหลัง New X-Trail Hybrid ใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว พร้อมด้วยยางกึ่งเรียบกึ่งลุยของ Dunlop รุ่น Grandtrek PT2 ไซส์ 225/65R17

บั้นท้ายกลมมนพร้อมฝาท้ายแบบไฟฟ้าที่เปิด-ปิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเพิ่มความสะดวกขณะขนสัมภาระ ฝาท้ายที่ใช้การเปิดด้วยการกดสวิตช์เพียงแค่ครั้งเดียวเหมือนกับยนตรกรรม SUV ราคาแพงจากยุโรป นับเป็นรถ Crossover / SUV จากญี่ปุ่นเพียงรุ่นเดียวที่มีราคาค่าตัว 1,450,000 บาทในรุ่นท็อปสุด 2.0V 4WD ซึ่งติดตั้งฝาท้ายไฟฟ้ามาให้จากโรงงาน ฝาท้ายแบบไฟฟ้าของ Nissan X-Trail Hybrid พร้อมระบบป้องกันการหนีบจึงมีความเหนือชั้นในด้านการใช้งานมากกว่า Ford Everest / Toyota Fortuner / Mitsubishi Pajero Sport / Chevrolet Trailblazer / Chevrolet Captiva ที่มีฝาท้ายแบบธรรมดาสามัญทั่วไป ระบบ Sensor activated tailgate ของ X-Trail Hybrid แม้จะถือของอยู่เต็มมือหากอยู่ในระยะที่เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวได้ ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่นจดจำระดับการเปิดประตูท้ายให้อยู่ในองศาที่พอดีกับความต้องการ ไฟท้ายของ X-Trail Hybrid ยังเหมือนกับไฟท้ายในรุ่นมาตรฐาน มีเพียงแค่ชิ้นงานสีเงินคาดฟ้าที่กรุปิดขอบของฝาท้ายพร้อมสัญลักษณ์ Puredrive Hybrid และ 4WD บ่งบอกถึงความเป็น X-Trail ในรูปแบบของ Hybrid พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD ที่เอาไว้ขับลุยบนทางวิบาก

ภายในเน้นพื้นที่ของการนั่งโดยสารและพื้นที่ของการเก็บสัมภาระสำหรับการเดินทางไกล ด้วยเบาะผู้โดยสารตอนหลังที่สามารถพับได้หลากหลายรูปแบบ Nissan ออกแบบภายในของ X-Trail โดยเพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยพื้นที่อันโปร่งโล่งทำให้นั่งขับหรือโดยสารทางไกลได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว ไม่สร้างความรู้สึกอึดอัดคับแคบ เบาะทุกตำแหน่งหุ้มด้วยหนังแท้ เบาะคู่หน้าทั้งเบาะคนขับและเบาะของผู้โดยสารปรับตั้งด้วยไฟฟ้า แผงแดชบอร์ดใช้วัสดุพวกโฟมสังเคราะห์หุ้มด้วยหนังเทียมผสมกับชิ้นงานแดชบอร์ดแบบพลาสติก ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมกรุเดินเส้นล้อมกรอบบริเวณช่องแอร์ด้วยพลาสติกสีเงิน เบาะหลังสามารถพับในรูปแบบ 40/60 เพิ่มพื้นที่ในการขนของเมื่อพับเบาะหลังให้ราบลงกับพื้น โดยสามารถขนได้ทั้งจักรยาน กระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระชิ้นโต พื้นที่เก็บสัมภาระที่ยังคงขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถวที่ 2 พับได้แบนราบ เพิ่มพื้นที่บรรทุกสิ่งของขณะที่ยังคงประตูท้ายเปิดปิดอัตโนมัติ (Auto Lift gate) ติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง (AVM) หน้าจอ แสดงผล 3 มิติ (MID) รวมถึงข้อมูลขับเคลื่อนของระบบไฮบริด

แผงคอนโซลกลางซึ่งเป็นที่อยู่ของจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอ เชื่อมต่อกับระบบสื่อสารจากภายนอกด้วย Buletooth / CD/ MP3 / ipod USB / AUX พร้อมระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม Navigation System ระบบ Nissan Connect ชุดเครื่องเสียงพร้อมลำโพงคุณภาพดี 6 ตำแหน่ง จอแสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัส นอกจากจะแสดงผลของระบบเชื่อมต่อต่างๆ แล้ว ยังแสดงผลของระบบ Hybrid เช่น สถานะของระบบขับเคลื่อน Hybrid ทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Energy Fuel History กราฟแสดงผลการใช้พลังงาน ECO Driving Score แจ้งสถานะของการขับเคลื่อนและการเฉลี่ยกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์​ กล้องมองหลังและด้านข้างของตัวรถ และการแสดงผลการเล่นเพลงจากอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกพวก iPod ถัดจากจอภาพแสดงผลขนาด 7 นิ้ว เป็นแผงควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบดิจิตอลแยกโซน โดยมีช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารตอนหลังในวันที่มีอากาศร้อนจัดอีกด้วย

พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ปรับสูงต่ำ-ไกล-ใกล้ได้ 4 ทิศทาง หลังวงพวงมาลัยไม่มีแป้น Paddie Shift มาให้ แต่ใช้การเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวผู้ขับเองด้วยการดันคันเกียร์มาทางซ้ายในตำแหน่ง Trip-Tronic ก้านพวงมาลัยทั้งซ้ายและขวามีสวิตช์ปรับตั้งระบบต่างๆ ติดตั้งมาให้ใช้งานอีกเพียบ เช่น สวิตช์สั่งงานเครื่องเสียง สวิตช์เลือกดูการแสดงผลของระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอ MID Multi Information Display สวิตช์ปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control สวิตช์เลือกโหมดการเล่นเพลงหรือระบบวิทยุ พวงมาลัยสามก้านหุ้มด้วยหนังแท้มีขนาดรอบวงที่พอดิบพอดี ในส่วนของหน้าปัดมาตรวัดใน New X-Trail ทำออกมาได้หรูหราน่าใช้งาน มาตรวัดทรงกลมกระบอก ล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงิน มีให้ทั้งมาตรวัดรอบเครื่องยนต์กับมาตรวัดความเร็วที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจนจากแผงมาตรวัดพื้นสีดำตัวเลขสีขาว จอแสดงผล MID Multi Information Display บริเวณกึ่งกลางมาตรวัดทั้งสองแจ้งเตือนสถานะของระบบขับเคลื่อนที่มีความหลากหลาย ผู้ขับสามารถกดปุ่มที่ก้านพวงมาลัยเพื่อเรียกดูการแสดงผลของระบบต่างๆ เช่น การเปิด-ปิดประตูและฝาท้าย สถานะของระบบ Hybrid ระหว่างการทำงาน เชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง เข็มทิศแบบดิจิตอล แสดงผลการใช้คันเร่งในระบบ Hybrid แสดงผลอุณหภูมิของหม้อน้ำและระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ทริปมิเตอร์ เวลาและอุณหภูมิภายนอกห้องโดยสารฯ

ซุ้มเกียร์ออกแบบให้มีความโค้งมนเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม ซุ้มเกียร์ของ Nissan X-Trail Hybrid ใช้พลาสติกสีดำล้อมกรอบด้วยขอบพลาสติกสีเงิน หัวเกียร์หนังแท้ออกแบบให้จับได้กระชับมือทั้งขนาดและความสูงของคันเกียร์ ถัดจากซุ้มเกียร์เป็นที่วางแก้วน้ำและสวิตช์ของระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2x4 หรือ 4x4 ที่คนขับสามารถปรับตั้งได้อย่างสะดวกในการขับใช้งานท่ามกลางสภาพของเส้นทางที่มีความแตกต่างกันออกไป ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Nissan X-Trail Hybrid พร้อมสวิตช์แบบโรเตอร์ มีโหมดของการขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าในสภาวะปกติบนทางเรียบๆ และโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อในเส้นทางวิบากขรุขระ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Nissan X-Trail จะทำการควบคุมแรงบิดของล้อหน้าและล้อหลังให้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อประสิทธิภาพในด้านการยึดเกาะเมื่อต้องวิ่งอยู่ในทางแบบออฟโรดหรือสภาพเส้นทางที่เปียกลื่นมีฝนตก

Nissan X-Trail Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุ 1,997 ซีซี รหัส MR20DD DOHC 16 วาล์ว Twin C-VCT ระบบจ่ายเชื้อเพลิงไดเร็คอินเจคชั่น เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ถูกต่อพ่วงเพื่อทำงานร่วมแกนกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมอเตอร์ไฟฟ้าของ X-Trail Hybrid ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร และเมื่อทั้งสองระบบทำงานผสานกันทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Nissan X-Trail Hybrid จะมีกำลังสูงสุดรวม 179 แรงม้า กำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร โดยเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ไม่มีการใช้สายพานเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์และลดการสูญเสียกำลังโดยไม่จำเป็น ขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียมเพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องได้ดียิ่งขึ้น การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และมอเตอร์และเทคโนโลยีคลัตช์คู่อัจฉริยะ รวมถึงเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด ช่วยให้ Nissan X-Trail Hybrid เป็นรถที่มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงโดดเด่นสุดในคลาส SUV Hybrid ขนาดกลาง โดยประหยัดกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ถึง 20% แบตเตอรี่ไฮบริดแบบ Li-ion แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่ 202 โวลต์ ความจุไฟฟ้า 887 วัตต์ต่อชั่วโมง

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Nissan X-Trail Hybrid ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง ชุดบังคับเลี้ยวใช้แรคพวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียนพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรงหมุนสปีดเซนเซอร์ รัศมีวงเลี้ยว 5.6 เมตร ระบบเบรก ด้านหน้าเป็นแบบดิสเบรกมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย ด้านหลังดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย พร้อมระบบช่วยเบรก เช่น ABS Anti Lock Braking System / EBD Electronic Brake Force Distribution / BA Brake Assist ถุงลมนิรภัย SRS 4 จุด พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย เช่น

ระบบ Advance Chassis Control ที่ประกอบด้วยระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (ARC)

ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (ATC)

ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC)

ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (HSA)

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

พร้อมเสริมระบบความปลอดภัยตามแนวคิด Safetyshield เช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Zone Body Concept) ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (SRS กุญแจอัจฉริยะ ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์


สำหรับชุดขับเคลื่อนไฮบริด หรือ Nissan Pure Drive Hybrid System มีการนำเอาเทคโนโลยีคลัตช์คู่อัจริยะ หรือ Intelligence Dual Clutch System ที่ประยุกต์ใช้กับรถยนต์วางเครื่องยนต์ด้านหน้าและขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า - ขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมให้กับรถยนต์ Nissan X-Trail จากรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินมาสู่รุ่นเครื่องยนต์แบบไฮบริด เทคโนโลยีคลัตช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch System) ประกอบด้วย คลัตช์จำนวน 2 ตัว คลัตช์ตัวที่ 1 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ และคลัตช์ตัวที่ 2 อยู่ระหว่างมอเตอร์และเชื่อมต่อกับเกียร์พูลเล่ย์สายพาน XTRONIC CVT โดยมีรูปแบบการทำงานดังนี้

1-เมื่อรถยนต์ต้องการกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ เช่น ช่วงการเร่งแซง หรือทำความเร็ว คลัตช์ทั้ง 2 ตัวจะทำงานพร้อมกัน ทำให้เกียร์ CVT ได้รับกำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

2-การขับขี่ในช่วงที่ใช้เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวจะมีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่จากเครื่องยนต์ คลัตช์ตัวที่ 1 จะทำงาน เพื่อถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ส่งไปขับเคลื่อนเกียร์ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้า จะทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์เพื่อรีชาร์จประจุไฟฟ้ากลับเข้าไปยังแบตเตอรี่

3-เมื่อระบบไม่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์คลัตช์ตัวที่ 1 ที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ จะตัดการทำงานจากเครื่องยนต์ ผลที่ตามมาคือเครื่องยนต์จะหยุดการทำงาน ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานจากการหมุนของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้องเหลือเพียงมอเตอร์ไฟฟ้ากับเกียร์เท่านั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว เครื่องยนต์จะทำงานเหมือนกับเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV)

4-ระบบคลัตช์คู่อัจฉริยะ สามารถทำงานที่ความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่าระบบไฮบริดทั่วไป โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำในย่านความเร็วสูงอีกด้วย

5-ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD ทำงานผ่านระบบคลัตช์คู่ทั้ง 4 ล้อ โดยรับกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง

ระยะเวลา 7 วันสำหรับการขับทดสอบ Nissan X-Trail รุ่น Hybrid เริ่นต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันศุกร์ด้วยการขับเจ้ารถครอสโอเวอร์ที่มีส่วนผสมด้านความสามารถของรถเอสยูวีออกเดินทางไกลไปยังชายขอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี New X-Trail นั้นเป็นยานยนต์ที่มีห้องโดยสารกว้างขวางโปร่งโล่ง ความโปร่งโล่งเกิดขึ้นจากการออกแบบที่คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นสำคัญซึ่งกลายเป็นมาตรฐานในการสร้างรถยนต์ของแบรนด์ Nissan ท่านั่งที่ค่อนข้างสูงแต่ไม่ได้มากมายอะไรจนทำให้รู้สึกโย่งโก๊ะเหมือนการนั่งขับเจ้า Mitsubishi Pajero Sport ซึ่งผมเพิ่งจะส่งรถทดสอบกลับคืนสู่ต้นสังกัด กระแส Crossover / SUV ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งเห็นได้จากยอดขายส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี Nissan เองก็มีรถยนต์ประเภทนี้ออกขายทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดใหญ่ยักษ์ในอเมริกาและจีน

New X-Trail Hybrid นั้น สวมร่างทรงของ X-Trail รุ่นมาตรฐานจนมองแทบไม่ออกหากไม่สังเกตสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ติดแปะอยู่รอบตัวถังรวมถึงชิ้นงานตกแต่งภายนอกที่แสดงออกถึงความเป็นรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสมมอเตอร์ไฟฟ้า กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์แต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนื่องจากการทำตัวเป็นจักรกลพลังงานผสม เมื่อเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง P ไปยังตำแหน่งขับเคลื่อนที่ D เครื่องยนต์ติดขึ้นเบาๆ พร้อมการเคลื่อนตัวที่นิ่มนวลชวนให้รู้สึกถึงความตั้งอกตั้งใจในการปรับแต่งระบบรองรับให้ออกมาในแนวนุ่มนวลนั่งสบาย ในเมือง เครื่องยนต์ MR20DD กับมอเตอร์ไฟฟ้าผลัดกันเข้ามารับหน้าที่ในการขับเคลื่อนตัวรถโดยมีระบบไฮบริดที่เรียกว่า Nissan Pure Drive Hybrid System คอยประคับประคองแบ่งสันปันส่วนพลังงานทั้งจากเครื่องยนต์และจากมอเตอร์สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนประสานการทำงานด้วยความเนียนปราศจากอาการกระตุกกระชากระหว่างการตัดต่อติดๆ ดับๆ ของเครื่องยนต์ที่ทำออกมาได้ดีจนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ

สภาพการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่นแถบพระราม 4 เหมาะกับการขับรถไฮบริดเป็นที่สุด เมื่อต้องวิ่งสลับกับการจอดรอสัญญาณไฟจราจร เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรที่ประสานการทำงานกับระบบไฮบริดจะดับตัวเองทุกครั้งที่จอดนิ่งอยู่กับที่ ขณะที่เครื่องยนต์ดับตัวเองลงเพื่อรอการเคลื่อนที่อีกครั้ง หากเป็นรถรุ่นอื่นที่มีระบบ Auto Start/Stop ขณะที่เครื่องยนต์ดับ คอมเพรสเซอร์ของระบบแอร์จะหยุดการทำงานและทำให้อุณหภูมิห้องโดยสารอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วจนเซนเซอร์ตรวจพบแล้วสั่งให้เครื่องยนต์ติดอีกครั้งเพื่อทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานเพื่อคงอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นฉ่ำขณะขับท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของกรุงเทพมหานคร แต่ Nissan X-Trail Hybrid มีการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ที่แตกต่างออกไปจากรถยนต์ไฮบริดแบบอื่นๆ คอมแอร์ยังคงทำงานขณะที่เครื่องยนต์ดับและส่งไอเย็นออกมาตลอดเวลาขณะจอดรอการเคลื่อนตัว ทำให้อุณหภูมิของห้องโดยสารคงที่อยู่ตลอดเวลาแตกต่างจากรถยี่ห้ออื่นที่ระบบ Auto Start/Stop เมื่อทำงานคอมแอร์จะหยุดการทำงานไปด้วยทำให้ห้องโดยสารร้อนอย่างรวดเร็ว แม้จะจอดติดสัญญาณไฟนานๆ หากกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีมากพอ เครื่องยนต์จะดับตัวเองนานจนคุณแปลกใจพร้อมๆ กับความเย็นภายในห้องโดยสารที่ไม่ลดลงตามการหยุดทำงานของเครื่องยนต์ ECO Mode กับการทำงานของคอมแอร์ที่คอยให้ความเย็นอย่างต่อเนื่องเหมาะกับการขับใช้งานในเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ หากต้องการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วก็แค่กดคันเร่งให้ลึกมากกว่าปกติคุณก็จะได้ความกระฉับกระเฉงว่องไวในการวิ่งออกจากจุดหยุดนิ่งซึ่งเครื่องยนต์และมอเตอร์จะผสานการทำงานส่งถ่ายการเคลื่อนตัวที่รวดเร็ว ที่ชอบมากคือการตัดต่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ติดๆ ดับๆ ไปตลอดทาง และมีความเนียนนุ่มไม่มีอาการกระตุกขณะเครื่องยนต์ติดตัวเองขึ้นมาเพื่อเสริมแรงบิดร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า จังหวะยกคันเร่งเครื่องจะดับแต่ไม่ทำให้คุณรู้สึกถึงอาการกระตุกเมื่อกดคันเร่งต่อแล้วเครื่องยนต์กลับมาติดอีกครั้ง ในจุดนี้ถือว่า Nissan X-Trail Hybrid ทำออกมาได้เหนือกว่ารถไฮบริดคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

ภายใต้ฝากระโปรงมีเครื่อง 2 ลิตร รหัส MR20DD ซึ่งถูกออกแบบให้มีการทำงานในรอบต่ำเพื่อประหยัดเชื้อเพลิงควบคู่ไปกับชุดส่งกำลังแบบ X-TRONIC CVT ระบบ Nissan Pure Drive Hybrid System ของ X-Trail ยังสามารถทำให้อุณหภูมิของเครื่องขึ้นถึงจุดที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว แถมยังลดอุณหภูมิในระหว่างการเดินทางไกลโดยไม่มีจุดต่อพ่วงกับเครื่องยนต์เพื่อลดแรงเสียดทาน เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วคงที่สมรรถนะของระบบ Hybrid จะส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นอีกด้วย ในโหมด ECO จะเป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับการสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยปุ่ม Start คุณอาจแปลกใจที่มันเงียบผิดปกติจนดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงแค่จอแสดงผลกับไฟมาตรวัดที่ติดขึ้นมาให้รับรู้ว่าตัวรถพร้อมที่จะทำงานแล้วเท่านั้น เมื่อกดคันเร่งมันจะเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเงียบ เกิดจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่เข้ามาทำหน้าที่ผสมผสานกับเครื่องยนต์ในช่วงของการออกตัว หากแบตเตอรี่มีกระแสไฟพอเพียงมันจะไหลไปเรื่อยๆพร้อมสัญลักษณ์ EV  ที่หน้าปัด จนเมื่อวิ่งไปได้สักครู่ไม่ไกลนักเมื่อแบตเตอร์รี่มีไฟน้อยลง เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ เมื่อเซ็นเซอร์ของมันจับได้ว่าพลังงานในแบตเตอรี่ถูกใช้ในการขับเคลื่อนจนใกล้หมด การติดๆ ดับๆ จะเกิดขึ้นตลอดสำหรับการขับขี่ใช้งานเจ้า X-Trail Hybrid โดยที่ผู้ขับแทบจะไม่รับรู้การทำงานของระบบ Hybrid ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและนิ่มนวล เครื่องยนต์เบนซินตัวนี้ ยังใช้ปั๊มน้ำแบบไฟฟ้าแทนการใช้ปั๊มน้ำแบบสายพาน ช่วยในการลดการเสียดสีซึ่งเป็นการสูญเสียพลังงานจากแรงเสียดทาน และตามมาด้วยตัวเลขที่ดีขึ้นด้านอัตราความประหยัดเชื้อเพลิงที่ทำได้ประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยของการขับในเมืองและการขับออกทางไกล

เครื่องยนต์ MR20DD จะถูกเสริมแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 30 กิโลวัตต์ หรือ 41 แรงม้า ทันทีที่ผู้ขับกดคันเร่งเพื่อแซง หรือต้องการใช้ความเร็วในการขับขี่ ในโหมด ECO เมื่อกดคันเร่งการตอบสนองจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป คันเร่งมีอาการค่อนข้างยืดหยุ่น เกิดจากการทำงานของชุดคันเร่งไฟฟ้าแบบ drive by wire ซึ่งใช้เซ็นเซอร์เชื่อมต่อกับโหมดการขับ ECO ในโหมด EV เจ้า New X-Trail Hybrid จะสามารถวิ่งด้วยความเร็วต่ำประมาณ 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยได้ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร หลังจากนั้นเครื่องยนต์จะติดตัวเองขึ้นแบบอัตโนมัติแล้วรับหน้าที่ขับเคลื่อนต่อไปพร้อมกับชาร์จประจุกระแสไฟฟ้าเข้าไปกักเก็บยังแบตเตอรี่ด้านหลัง หมุนเวียนอยู่แบบนี้ตลอดการขับขี่ใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบปกติโดยสิ้นเชิง การสลับสับเปลี่ยนการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า อย่างที่บอกว่าทั้งสองระบบทำงานประสานกันอย่างเนียนจนแทบจะไม่รู้สึกถึงการตัดต่อ มีเพียงแค่จอแสดงผลของสถานะในระบบไฮบริดบนหน้าปัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่ามันกำลังทำงานด้วยระบบใด ความเงียบของเจ้า X-Trail Hybrid เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ในโหมด EV จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ระมัดระวังคนเดินเท้า รวมถึงคนขี่จักรยานที่อาจไม่ได้ยินเมื่อคุณขับตามหลังในโหมด EV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ อีกด้วย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการขับแบบปกติธรรมดาที่มนุษย์ทั่วไปใช้ในการเดินทาง โดยได้ตัวเลขของความประหยัดที่ 13 กิโลเมตรต่อลิตร บนความเร็วเดินทางในระดับ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าเมื่อขับออกทางไกลจะถูกเพิ่มระดับขึ้นอีก 25% ตามการคำนวณและปรับตั้งมาจากโรงงาน คันเร่งให้ความรู้สึกแทบจะไม่แตกต่างจากรถยนต์นั่งขนาดกลางเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร กำลัง 179 แรงม้าเมื่อมันทำงานพร้อมกันทั้ง 2 ระบบ (เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า) มีทั้งความกระฉับกระเฉงและว่องไว พวงมาลัยไฟฟ้าก็ยังปรับตัวเองให้สื่อสารกับคนขับได้ดีในระดับที่น่าพอใจแม้จะใช้ความเร็วสูงขึ้น ช่วงล่างที่ค่อนข้างจะออกไปในแนวหนึบนิ่ม แต่การยึดเกาะกับผิวถนนของยาง Dunlop Grandtrek PT2 ไซส์ 225/65R17 ซึ่งเป็นยางกึ่งเรียบกึ่งลุยให้รู้สึกมั่นใจได้แทบจะไม่แตกต่างจากซีดานขนาดกลางบางยี่ห้อ Nissan X-Trail Hybrid ไม่ไช่รถที่ออกแบบมาเพื่อเอาไว้ทำความเร็ว แต่การขับบนไฮเวย์ข้ามจังหวัดกลับมอบอารมณ์และความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่อย่างชัดเจนด้วยระบบไฮบริดที่มีประสิทธิภาพ

Nissan X-Trail Hybrid ไม่ใช่รถที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองแต่เพียงอย่างเดียว การวิ่งด้วยความเร็วระดับ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางไฮเวย์ ได้พิสูจน์ตัวมันเองอย่างเด่นชัดถึงประสิทธิภาพของระบบ Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างโดดเด่น อุปกรณ์แยกกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ของมันในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ชุด Power Control Unit จะรับหน้าที่ควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่ รวมถึงกระแสไฟฟ้าแบบสลับ จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนอเรเตอร์ มันสามารถขยายกำลังไฟจากแบตฯ ลิเธียม ไอออนได้สูงถึง 30 กิโลวัตต์ หรือ 41 แรงม้า เพื่อป้อนพลังงานในรูปของแรงบิดถ่ายเทลงไปยังล้อขับเคลื่อน มันคืองานวิศวกรรมจักรกลที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีของการขับเคลื่อนยุคใหม่จากแบรนด์ Nissan ซึ่งกำลังเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบปกติและกินเชื้อเพลิงมากกว่า กำลังจากเครื่องเบนซินขนาด 2 ลิตร สามารถดึงออกมาใช้งานได้ในทุกห้วงเวลาที่ต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซง มันอาจไม่ใช่รถที่เร็วเหมือน BMW ActiveHybrid ซึ่งมีค่าตัวแพงกว่า 3 เท่า แต่ X-Trail Hybrid ก็มีความเร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังในการเร่งแซงทั้งบนทางไฮเวย์และตามถนนหนทาง ทั่วกรุงเทพฯ

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารของ X-Trail Hybrid ทำได้ดีในระดับมาตรฐานทั่วไป วัสดุที่ใช้ประกอบเป็นภายในของ X-Trail Hybrid ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัสดุสังเคราะห์พวกพลาสติก ที่ความเร็ว 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีเสียงยางที่ดังลอดเข้ามาให้ได้ยินแต่ไม่ได้รบกวนโสตประสาทเท่าใดนัก ในย่านความเร็วสูงเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังนั้นเริ่มลอดเข้ามาให้ได้ยินกันในย่าน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ การออกแบบตัวถังที่เน้นความไหลลื่นเมื่อปะทะเข้ากับกระแสอากาศ ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานของอากาศที่เข้ามากระทำกับตัวรถอยู่ในค่ามาตรฐานของ SUV ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ 0.33 (cd 0.33) รวมถึงการปล่อยก๊าซ CO2 เพียงแค่ 100 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตรก็ยังต่ำสุดๆ คุณจะกลายเป็นพวกรักษ์โลกไปโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อขับขี่เจ้า X-Trail Hybrid ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อมโทรมลง จากการใช้งานเครื่องจักรกลของมนุษย์ที่ปล่อยมลพิษออกสู่บรรยากาศมานานนับร้อยปี

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ที่วิศวกรของ Nissan เคลมว่า X-Trail Hybrid ใช้เวลาตะกายจากจุดหยุดนิ่งไปถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 10.4 วินาที แต่ผมลองใช้ Chronometer วัดดูปรากฏว่าได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกันที่ 10.73 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดปลายคันเร่งแตะระดับ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20 กิโลเมตรต่อลิตรที่เป็นตัวเลขจากโรงงานนั้น ต้องใช้คันเร่งกันอย่างระมัดระวังโดยไม่กดลงลึกหรือรักษาระดับของกราฟ ECO บนจอ MID ไม่ให้เลยขีดกึ่งกลาง สำหรับการขับขี่แบบปกติในการทดสอบได้ตัวเลขที่ 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นการขับขี่ทั่วไปไม่ได้ระมัดระวังจงใจในการใช้คันเร่งแบบประคองเพื่อคงตัวเลขความประหยัดเชื้อเพลิงแต่อย่างใดทั้งสิ้น

รถครอสโอเวอร์ที่พยายามทำตัวเป็นเอสยูวีเสริมด้วยระบบประหยัดพลังงานไฮบริดอย่าง Nissan X-Trail Hybrid ที่กำลังทำตลาดอยู่ในเวลานี้คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับท่านที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์แต่ต้องการประหยัดพลังงานและต้องการรถที่ขับบนทางเรียบก็ได้หรือวิ่งลุยในระดับกลางๆไม่โหดมากนักด้วยชุดขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถปรับได้ด้วยตัวของคุณเอง New X-Trail Hybrid เป็นรถที่มีความประหยัดใช้ได้ ปล่อยมลพิษต่ำกว่ารถยนต์แบบอื่น ขับได้ดีและตอบสนองต่อการใช้งานได้ในระดับที่น่าพึงพอใจเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับราคาค่าตัวที่คุณต้องจ่ายในจำนวนเงินถึง 1,395,000 บาทในรุ่นท็อปสุด 2.0V 4WD แลกกับรูปแบบของตัวรถ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอีกเพียบ หากคุณยังกังวลเกี่ยวกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ทาง Nissan Motor ก็ยืนยันและรับประกันอายุการใช้งานของชุดแบตฯไว้ค่อนข้างยาวนานถึง 10 ปีเต็ม รวมถึงยังรับประกันระบบไฮบริดให้อีก 1 แสนกิโลเมตรหรือ 3 ปี หากชอบและติดใจในเรือนร่าง นั่งสบายโปร่งโล่ง พื้นที่ใช้สอยพอเพียงกับความอเนกประสงค์บนความประหยัด ลองไปขับทดสอบด้วยตัวของคุณเองตามโชว์รูมของ Nissan ดูว่า เจ้ารถพลัง Hybrid คันนี้ เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่ ความคิดเห็นส่วนตัวของผมหลังจากลองควบทั้งในและนอกเมืองตลอดระยะเวลา 7 วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเจ้า New Nissan X-Trail Hybrid คือช่วงเวลาพิเศษที่จบลงอย่างมีความสุข มันคือรถทดสอบอีกคันที่ขับได้ดีสมราคาอย่างที่คนของ Nissan โม้เอาไว้จริงๆ.

Nissan X-Trail Hybrid รุ่น 2.0V 4WD ราคาค่าตัว 1,450,000 บาท
ราคาใหม่ Nissan X-Trail Hybrid
2.0 Hybrid S 2WD 1,304,000 บาท ( ปรับเพิ่ม 55,000 )
2.0 Hybrid E 2WD 1,379,000 บาท ( ปรับเพิ่ม 55,000 )
2.0 Hybrid V 4WD 1,450,000 บาท ( ปรับเพิ่ม 55,000 )

NISSAN X-TRAIL HYBRID 2.0V 4WD SPECIFICATIONS
แบบ....................................................Crossover/SUV 5 ที่นั่งขับเคลื่อน 4 ล้อพลังงานผสมไฮบริด
เครื่องยนต์...........................................MR20DD Hybrid
แบบเครื่องยนต์....................................เบนซินสี่สูบเรียง DOHC Twin C-VTC16 วาว์ล
ปริมาตรความจุ....................................1,997 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก..........................84.0 mm x 90.1 mm
กำลังสูงสุด...........................................106 กิโลวัตต์ 144 แรงม้า ที่6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................................200 นิวตันเมตร 20.4 กิโลกรัมเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง.......................................X-Tronic CVT พร้อมระบบ Manual Mode 7 สปีด M-CVT
อัตราทดเกียร์แบบ D-Range ...............2.631-0.378
อัตราทดเฟืองท้าย................................6.386

มอเตอร์ไฟฟ้า
แบบ.....................................................Synchronous Electric Motor
กำลังมอเตอร์สูงสุด..............................30 กิโลวัตต์ 41 แรงม้า
แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์.....................160 นิวตันเมตร 16.3 กิโลกรัม-เมตร

แบตเตอร์รี่ไฮบริด
แบบ.....................................................Li-ion
แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่.......................202 โวลต์
ความจุไฟฟ้า........................................887 วัตต์ต่อชั่วโมง
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด....132 กิโลวัตต์ 179 แรงม้า
ระบบขับเคลื่อน....................................4WD
ระบบบังคับเลี้ยว..................................แรคแอนพีเนียนพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุนสปีดเซ็นเซอร์
รัศมีวงเลี้ยว..........................................5.6 เมตร

ระบบห้ามล้อ
ด้านหน้า..............................................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย
ด้านหลัง...............................................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย

ระบบรองรับ
ด้านหน้า...............................................อิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...............................................อิสระมัลติลิงค์ เหล็กกันโคลง
ล้อและยาง...........................................อัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง Dunlop Grandtrek PT2 225/65R17

มิติตัวถัง
ความกว้าง.............................................1,820 มิลลิเมตร
ความยาว...............................................4,640 มิลลิเมตร
ความสูง.................................................1,710 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ............................................2,705 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหน้า...........................1,575 มิลลิเมตร
ความกว้างฐานล้อหลัง...........................1,575 มิลลิเมตร
น้ำหนัก....................................................1,665 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง...................................60 ลิตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    94.4%
  • ไม่ชอบ
    1.9%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.9%
  • ให้กำลังใจ
    1.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement