ประมงพื้นบ้านสตูล-สงขลา จี้รัฐยกเลิกม.34 ชี้ จำกัดสิทธิชาวประมงขนาดเล็ก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ประมงพื้นบ้านสตูล-สงขลา จี้รัฐยกเลิกม.34 ชี้ จำกัดสิทธิชาวประมงขนาดเล็ก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 15:30
230 ครั้ง


ประมงพื้นบ้านสตูล-สงขลา จี้รัฐยกเลิกม.34 หลังได้รับความเดือดร้อน ห้ามทำการประมงนอกชายฝั่งเกิน 3ไมล์ทะเล ชี้จำกัดสิทธิชาวประมงขนาดเล็ก วอนยกเลิกเพื่อให้ทำประมงได้ในเขตทะเลนอกชายฝั่งได้เช่นเดิม...

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 59 ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน จาก อ.เมืองสตูล อ.ท่าแพ อ.ละงู และอ.ทุ่งหว้า ประมาณ 30 คน นำโดยนายอารีย์ ติ้งหวัง ผู้ประสานงานเครือข่ายประมงพื้นบ้าน จ.สตูล ได้รวมตัวที่หน้าศาลากลาง จ.สตูล เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้ว่าราชการ จ.สตูล เพื่อส่งต่อรัฐบาล เนื่องจากต้องการให้ยกเลิกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ที่ห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกไปทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง โดยกำหนดให้ประมงพื้นบ้านทำประมงห่างจากชายฝั่งออกไปไม่เกิน 3ไมล์ทะเลหรือไม่เกิน 5400 เมตร ทำให้ประมงพื้นบ้านได้รับความเดือดร้อนและเป็นการจำกัดสิทธิของชาวประมงขนาดเล็กของประเทศไทย(เรือประมงขนาดต่ำกว่า10ตันครอส) ซึ่งมีมากกว่า80%ของชาวประมงทั้งหมด

นายสุทธิสาร ศรีชุมพวง ประมง จ.สตูล ได้ไปพบผู้ชุมนุมและรับเรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งกล่าวกับกลุ่มชาวบ้านว่า สำหรับพระราชกำหนดกฏหมายประมงที่ผ่านมาเป็นกฏหมายฉบับเก่าและไม่สามารถนำมาบังคับกฏหมายได้ เพราะกระทบกับประชาชน แต่พอยุค คสช.เห็นว่าต้องแก้ พรบ.ประมงปี 2490 แก้เป็น พรบ.2558 แค่พอแก้แล้วอียู ยังไม่พอใจอีก ต่อมาเดือน พ.ย.2558 แก้เป็น พรก.การประมง 2558 ซึ่งการที่ห้ามประมงชายฝั่งออกทำการห่างจากฝั่งเกิน 5,400 เมตร ทำให้ชาวประมงมองว่าจำกัดสิทธิ ดังนั้นตนเองจะนำหนังสือร้องขอความเป็นธธรมในครั้งนี้ส่งให้

ในวันเดียวกัน ด้านกลุ่มประมงพื้นบ้าน จ.สงขลา  ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกมาตรา 34 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จ.สงขลา กว่า 200 คนนำโดยนายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และนายเจริญ ทองมา นายกสมาคมพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวไทย อ.สทิงพระ จ.สงขลา เดินทางมา เข้ายื่นหนังสือขอให้ยกเลิกมาตรา 34 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีนายรุ่งโรจน์ และสูบ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลารับมอบหนังสือ

ทั้งนี้ในหนังสือระบุว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มีบทกำหนดตามมาตรา 34 “ห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกไปทำการประมงในเขตทะเล นอกชายฝั่ง” สร้างผลกระทบความเดือดร้อนและเป็นการจำกัดสิทธิ ของชาวประมงขนาดเล็กระวางต่ำกว่า 10 ตันกรอส ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมงทั้งหมด ไม่สามารถออกทำประมงได้ตามปกติ ทั้งที่การทำการประมงขนาดเล็กในเขตนอกทะเลชายฝั่ง ไม่ได้ทำละเมิดต่อบุคคลอื่นและไม่มีผลกระทบต่อทรัพยากรส่วนรวมของประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตสินค้าประมงชั้นดี แก่ประเทศ หากชาวประมงพื้นบ้านที่มีกว่าร้อยละ 80 ของชาวประมงทะเลทั้งหมดถูกบังคับ ให้ทำการประมงได้เฉพาะที่แคบๆในชายฝั่งทะเล จะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างความขัดแย้ง ระหว่างชาวประมงด้วยกัน ไม่เป็นผลดีต่อการประมงที่ยั่งยืน ที่สำคัญเป็นมาตรการที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งต่อชาวประมงพื้นบ้านรายย่อย ที่ถูกจำกัดพื้นที่ทำประมงเหลือน้อยมาก

ในขณะที่ให้สิทธิ ชาวประมงพาณิชย์ (ซึ่งมีประชากรที่ได้ประโยชน์น้อย) เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำการประมงด้วยตนเอง แต่ได้สิทธิทำการประมงในพื้นที่ตั้งแต่ 3 ไมล์ทะเล ไปจนสุดเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (ประมาณ 200 ไมล์ทะเล) หรือสิทธิทำการประมงของประเทศ แล้วแต่เขตใดจะไกลกว่า จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณายกเลิกมาตรา 34 ของพระราชกำหนดการประมงพื้นบ้านเรือประมงขนาดเล็กของประเทศไทยสามารถออกทำการประมงได้ในเขตทะเลนอกชายฝั่งได้เช่นเดิม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    50.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement