แฉชะตากรรมแพะ ขังมา 5 ปี หน่วยงานเกี่ยวข้องหาช่องช่วยรื้อฟื้นคดี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แฉชะตากรรมแพะ ขังมา 5 ปี หน่วยงานเกี่ยวข้องหาช่องช่วยรื้อฟื้นคดี

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ม.ค. 2559 02:15
10,063 ครั้ง


หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมหาทางช่วยเหลือรื้อฟื้นคดี “กนกพรหม ขานฤทธิ์” หนุ่มแพะรับบาป ถูกขังนานกว่า 5 ปี ในคดีใช้รถ จยย.ก่อเหตุชิงทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บสาหัส คาดเกิดจากความเข้าใจผิดของตำรวจชุดจับกุม หลังพบรถ จยย.คันก่อเหตุเปลี่ยนผู้ครอบครองถึง 4 มือ เป็นการโอนลอยทั้งหมด รองปลัด ยธ. ระบุหากรื้อฟื้นคดีแล้วศาลชี้แพะเป็นผู้บริสุทธิ์ต้องเยียวยาเต็มที่ ด้านมารดาบอกคดีนี้ทำให้ป้าของหนุ่มแพะเสียใจจนช็อกดับ ให้อโหสิกรรมไม่ต้องการฟ้อง ร้องใคร เพียงต้องการช่วยบุตรชายออกจากเรือนจำเท่านั้น

กรณีการรื้อฟื้นคดีนายกนกพรหม ขานฤทธิ์ อายุ 28 ปี ผู้เคราะห์ร้ายตกเป็นแพะรับบาปในคดีชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อปี 51 ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 5 ปี จากคำพิพากษาของศาลฎีกาลงโทษจำคุก 23 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่นำพยานไปชี้ตัวนายนิกร ไหมวงศ์ นักโทษในคดียาเสพติดที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ เพื่อยืนยันว่าเป็นคนร้ายตัวจริงที่ลักรถ จยย.ไปก่อเหตุไม่ใช่นายกนกพรหมตามที่ชุดจับกุมเข้าใจผิด ก่อนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรื้อฟื้นคดีนี้เพื่อปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์พร้อมทั้งหามาตรการเยียวยา

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักอบรมกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา และรองเลขาธิการศาลยุติธรรม ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญา พ.ศ. 2526 มีหลักการสำคัญคือคดีที่อ้างว่าจับผิดตัวและขอรื้อฟื้นคดีนั้น ต้องสิ้นสุดการพิจารณาคดีไปแล้วทั้งในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา มีพยานบุคคลที่ศาลเคยรับฟังมาแสดงว่าเคยเบิกความเท็จ มีประเด็นพยานหลักฐานที่เคยนำสืบนั้นปลอมหรือมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ยืนยันผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิด จากนั้นจะส่งคำสั่งให้ศาลสุดท้ายที่คดีนี้ถึงที่สุดไปพิจารณาพิพากษาใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการไต่สวน กฎหมายบังคับให้ศาลส่งสำเนาคำร้องและหมายเรียกพนักงานอัยการหรือโจทก์มาศาลเพื่อซักค้านเต็มรูปแบบ ส่วนกรณีนายกนกพรหมถูกคุมขังเกิดความเสียหายต่อร่างกายจิตใจ รวมทั้งชื่อเสียงทางทำมาหาได้ของจำเลยและครอบครัวนั้น กฎหมาย พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญา พ.ศ.2526 ม.14 กำหนดให้ศาลมีอำนาจกำหนดค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี หากญาติผู้เสียหายต้องการให้เนติบัณฑิตยสภาช่วยเหลือทางกฎหมาย สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม.

ขณะที่นายธิตินัย พาติกบุตร จนท.ชำนาญการ (7) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่วยราชการ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า คดีนี้หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงพบรถ จยย.ทะเบียน ขพล 893 กรุงเทพมหานคร เริ่มแรกเป็นของนายสมพงษ์ ขานฤทธิ์ ลุงของนายกนกพรหม ผู้เสียหายในคดีนี้ โดยนายสมพงษ์ซื้อรถ จยย.ไปเมื่อปี 46 ใช้ไปได้ประมาณ 3 เดือน ส่งค่างวดไม่ไหวถูก บ.ไฟแนนซ์ยึด จากนั้น บ.ไฟแนนซ์นำไปขายทอดตลาด มีนายสุเมธ (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นผู้ประมูลได้ เท่ากับเป็นเจ้าของคนที่ 2 แต่เล่มทะเบียนยังโอนลอย ต่อมาปี 47 นายสุเมธขายให้นายสมปอง (ไม่ทราบนามสกุล) เจ้าของคนที่ 3 เล่มทะเบียนโอนลอยอยู่ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.51 นายสมปองขายต่อให้นายสวัสดิ์ จันทะรัตน์ เจ้าของคนปัจจุบัน แต่เล่มทะเบียนรถยังโอนลอยเหมือนเดิม หมายความว่าในเล่มทะเบียนรถยังมีชื่อนายสมพงษ์เป็นผู้ครอบครองคนแรกอยู่

“ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ส.ค.51 นายนิกร หรือสิงห์ ไหมวงศ์ ที่เช่าห้องพักอยู่ใกล้ๆกันกับนายสวัสดิ์ จันทะรัตน์ แอบหยิบกุญแจรถ จยย.คันดังกล่าว ขับขี่ไปก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บสาหัส พื้นที่ สน.บางนา เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 5 ส.ค. 51 และทิ้งรถ จยย.ไว้ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นวันที่ 6 ส.ค.51 นายสวัสดิ์สอบถามนายนิกรว่าเอารถ จยย.ไปใช้หรือไม่ นายนิกรกลับอ้างว่าให้เพื่อนยืมไปใช้อีกทอดและยังไม่นำมาคืน นายสวัสดิ์จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ โดยไม่นำเล่มทะเบียนรถไปเป็นหลักฐานด้วย ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้และนัดให้นำหลักฐานกลับมาแจ้งความดำเนินคดีในวันรุ่งขึ้น แต่นายสวัสดิ์คิดว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการแจ้งความแล้ว จึงไม่ดำเนินการ ใดๆต่อ” นายธิตินัยกล่าว

นายธิตินัยกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการติดตามตัวผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บสาหัสนั้น หลังเกิดเหตุตำรวจ สน.บางนา ตรวจสอบรถ จยย.ทะเบียน ขพล 893 กรุงเทพมหานคร พบชื่อนายสมพงษ์ ขานฤทธิ์ เป็นผู้ครอบครองในทะเบียนบ้านมีชื่อนายกนกพรหม ขานฤทธิ์ พักอาศัยรวมอยู่ด้วย จึงเข้าใจผิดคิดว่านายกนกพรหมเป็นผู้ขี่รถ จยย.คันดังกล่าวก่อเหตุ เนื่องจากมีอายุใกล้เคียงกับคนร้ายตามคำให้การผู้เสียหาย จากนั้นตำรวจ สน.บางนาจับกุมนายกนกพรหมส่งฟ้องศาล จังหวัดพระโขนง ซึ่งมีคำพิพากษาจำคุก 23 ปี ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืน กระทั่งบิดามารดาของนายกนกพรหมร้องทุกข์ให้กระทรวงยุติธรรมช่วยรื้อฟื้นคดี เพราะเชื่อว่าบุตรชายเป็นผู้บริสุทธิ์

พ.ต.อ.ดุษฏี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่เชิญนายสวัสดิ์ จันทะรัตน์ ผู้ครอบครองรถ จยย.คนปัจจุบันไปชี้ตัวนายนิกร หรือสิงห์ ไหมวงศ์ ผู้ต้องหาคดีรับของโจรและครอบครองยาเสพติด ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เพื่อยืนยันว่านายนิกรขโมยรถ จยย.ไปใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นจะให้คณะทำงานและทนายกระทรวงยุติธรรมรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้จนครบ พร้อมทำหน้าที่ทนายความให้นายสวัสดิ์นำหลักฐานไปยื่นต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการไต่สวนหาผู้ขโมยรถ จยย.นายสวัสดิ์ตัวจริง ก่อนนำคำพิพากษาศาลไปยื่นให้พิจารณารื้อฟื้นคดีตำรวจจับกุมนายกนกพรหมใหม่เพื่อหาผู้ก่อเหตุตัวจริง ระหว่างนั้นกระทรวงยุติธรรมจะนำเงินกองทุนยุติธรรมประกันตัวนายกนกพรหมออกมา หากสิ้นสุดคดีและศาลตัดสินว่านายกนกพรหมเป็นผู้บริสุทธิ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมจะเยียวยาชดใช้ให้วันละประมาณ 400 บาทนับตั้งแต่วันที่ถูกจำคุก ถือเป็นการช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงชุมชนอย่างแท้จริงตามนโยบายของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม

วันเดียวกัน นางมนัสนันท์ ขานฤทธิ์ อายุ 52 ปี มารดาของนายกนกพรม ขานฤทธิ์ แพะในคดีชิงทรัพย์ ของ สน.บางนา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพียง 1 วันตำรวจนำหมายจับมาควบคุมตัวบุตรชาย พอครอบครัวทราบเรื่องรีบนำเอกสารการยึดรถของไฟแนนซ์ไปยื่นต่อตำรวจเจ้าของคดี เมื่อให้พยานที่เป็นผู้เสียหายชี้ตัว ได้ยินผู้เสียหายพูดว่าไม่น่าใช่ผู้ก่อเหตุ แต่ตำรวจนำตัวส่งอัยการฟ้องศาลจนมีคำพิพากษาว่าบุตรชายมีความผิด ส่วนป้าของนายกนกพรหมที่รักและเป็นห่วงหลานมากก็ตกใจช็อกจนเสียชีวิตระหว่างอุทธรณ์คดี ขณะที่บุตรสาวของนายกนกพรหมร้องไห้ถามถึงพ่อทุกวัน ต้องโกหกว่าไปทำงานต่างจังหวัด จนเข้าเรียนชั้น ป.1 จึงบอกความจริงและพาไปเยี่ยม ซึ่งหลานรับความจริงได้และรอให้บิดาพ้นโทษ

“หลังการชี้ตัวยืนยันว่าบุตรชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับคดี ครอบครัวดีใจและวางแผนจะให้บวชสักระยะ ส่วนการฟ้องร้องผู้ที่ทำให้บุตรชายต้องติดคุกนั้น คงไม่ฟ้องร้องรื้อฟื้นอีก ถือว่าอโหสิกรรมกันไป ที่ครอบครัวร้องทุกข์เพียงต้องการนำบุตรชายที่ไม่มีความผิดออกจากเรือนจำเท่านั้น” นางมนัสนันท์กล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.สน.บางนา จับแพะขังคุก 5 ปี ยธ.รื้อคดีใหม่ พบไร้ความผิด




โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    11.9%
  • ไม่ชอบ
    6.2%
  • สนุก
    5.3%
  • ประหลาดใจ
    3.5%
  • เสียใจ
    13.2%
  • ให้กำลังใจ
    59.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement