'สมเด็จช่วง' ไม่เอาเรื่อง! สื่อโพสต์หมิ่น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'สมเด็จช่วง' ไม่เอาเรื่อง! สื่อโพสต์หมิ่น

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ม.ค. 2559 01:58
14,896 ครั้ง


“สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” สั่งองค์กรพุทธ ถอนแจ้งความผู้ที่ทำภาพ-ข้อความหมิ่นประมาทระบุ “อย่าไปทำอะไรเขาเลย” ขณะที่สำนักพุทธฯ คาดรัฐบาลอยากทราบความชัดเจนขั้นตอนการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย-จารีต ประเพณี ด้าน “วิษณุ” รอ “สุวพันธุ์” รวมข้อมูลรอบด้าน ระบุเรื่องถึงมือต้องเรียกฝ่ายเกี่ยวข้องหารือก่อนส่งนายกฯ ออกตัว ไม่เคยพูดว่าหากยังขัดแย้งจะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ด้าน “สวนดุสิตโพล” สำรวจความเห็นประชาชนไม่อยากให้เกิดความแตกแยกกรณีการตั้งสมเด็จพระสังฆราช ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎระเบียบสงฆ์

กระบวนการเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ยังคงเป็นที่จับตามองท่าทีของรัฐบาลว่า จะมีการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อใด โดยล่าสุด นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 18 ม.ค.นี้ ขณะที่ทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายค้านยังคงออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 ม.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.พศ.ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามกรณีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ว่ายังไม่ทราบว่าในวันที่ 18 ม.ค.นี้ทางนายสุวพันธุ์ต้องการข้อมูลในส่วนใดบ้าง แต่คาดว่าคงจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนของการเสนอชื่อ ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ มีข้อมูลพร้อม เพราะการดำเนินการต่างๆนั้นทางคณะสงฆ์จะยึดหลักตามพระธรรมวินัย กฎหมายและจารีตประเพณี ซึ่งในการเสนอชื่อสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ก็ดำเนินการตามขั้นตอนในลักษณะเดียวกัน คือมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอชื่อไปยังรัฐบาลเพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะเดียวกันการให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันชัดเจนว่าการเสนอชื่อต้องมาจากมหาเถรสมาคมเสนอชื่อมายังรัฐบาลและในวันที่ 19 ม.ค.นี้ ทางคณะกรรมการติดตามกรณีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 จะประชุมกันเพื่อติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อีกครั้ง

นายชยพลกล่าวด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาทางสำนัก งานพระพุทธศาสนาฯ ได้รวบรวมข้อมูลคำกล่าวหาต่างๆ รวมทั้งภาพที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เพื่อหาทางดำเนินการทางกฎหมายเนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทและเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (1) (2) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน แต่เมื่อนำข้อมูลต่างๆเข้าหารือกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อให้ท่านมอบอำนาจให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาฯไปดำเนินการทางกฎหมาย ท่านก็แจ้งมาว่า “ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องไปทำอะไรเขาหรอก” ขณะเดียวกัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังให้องค์กรทางพระพุทธศาสนาบางแห่งที่ไปแจ้งความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วให้ถอนแจ้งความด้วย

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 หลังนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับหนังสือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรื่องมติกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่เสนอเห็นชอบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ส่งถึงรัฐบาลเพื่อนำความกราบ บังคมทูลฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แล้วว่า ขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึงตน นายสุวพันธุ์แค่โทร.มาแจ้งให้ทราบว่าได้รับมติ มส.แล้ว ขอศึกษาข้อเท็จจริง ขนบธรรมเนียมประเพณีก่อน เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกด้าน รวมถึงเรื่องที่มีการทักท้วงมา ซึ่งคงจำเป็น จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือทีละหน่วย หากความเห็นไม่ตรงกัน คงต้องเรียกทั้งหมดมาหารือพร้อมกัน

นายวิษณุกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไม่ได้เป็นห่วงอะไร ส่วนตนหลังจากได้รับเรื่องแล้วต้องระวังคำพูดมากขึ้น เพราะพูดอะไรขึ้นมา จะเกิดการแปล ขึ้นมาทันที เหมือนที่ก่อนนี้พูดอะไรไป บางสื่อว่าตนแทงกั๊ก แต่ถ้าการแทงกั๊กแปลว่าเป็นกลาง ตนก็ยอมแทงกั๊ก ซึ่งตนไปพูดอย่างอื่นไม่ได้ เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ยึดกฎหมายไว้ ตนตายแน่ มันจำเป็น แบบนี้มั้งที่เขาเรียกว่า “เนติบริกร”

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า สำคัญสุด ตนไม่เคยพูดว่าหากยังขัดแย้งจะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ พูดเพียงว่าถ้าแค่ต่อต้านคัดค้านนั้นไม่เป็นไร ไม่สนใจ แต่อย่าถึงขั้นแตกแยกนำไปสู่ความรุนแรงหรือเกิดการฟ้องร้อง แบบนั้นไม่ได้ อย่าว่าแต่ตำแหน่งพระสังฆราชเลย ตำแหน่งอื่นก็เช่นกัน ตอนที่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มา 20-30 รายแล้ว ที่มันมีขัดแย้ง จนนำไปสู่ความรุนแรง เกิดการฟ้องร้อง กล่าวหากัน และมีปัจจัยอื่นอีกที่รัฐบาลอาจไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ตนขอไม่บอก

เมื่อถามว่า ต้องมีการหารือกับ มส.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นความจำเป็น เพราะ มส.ได้ส่งมติมาแล้ว ถือว่าท่านจบภารกิจแล้ว หากมีอะไรเพิ่มเติมจะให้ พศ.ไปคุยต่อให้ หรือวันหนึ่งอาจจำเป็นต้องคุยกับ มส.ก็ได้ แต่เป็นการคุยแบบส่วนตัว

ส่วนนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็กล่าวถึงกรณีที่นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.พศ.ระบุว่า ได้เตรียมประชุมร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ว่า ไม่ได้เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เป็นเพียงการหารือเพื่อสอบถามรายละเอียดในส่วนที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทาง ผอ.พศ.ต้องไปราชการต่างประเทศในวันที่ 18 ม.ค. จึงมีการพูดคุยกันไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาไปรวบรวมเรื่องความเห็นทางข้อกฎหมาย หนังสือแสดงความคิดเห็นของกลุ่มต่างๆ ข้อมูลเกี่ยวข้องที่ปรากฏตามสื่อและอื่นๆ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถึงกรณีที่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ก่อนการเลือกพระสังฆราชองค์ต่อไป ว่าตนไม่ได้ไปยื่นฟ้องคัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จช่วงเป็นพระสังฆราชองค์ต่อไป เพียงแต่ขอให้ดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบในคดีรถหรูจดประกอบ ที่มีชื่อของสมเด็จช่วงเข้ามาพัวพัน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเกิดความสงบก่อนที่จะมีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แต่ไม่ได้มายื่นเพราะเป็นช่วงที่กำลังจะมีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นมานานยังค้างคา มีข้อครหาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หากคดียุติจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและสิ้นกระแสข้อสงสัยของสังคม จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะสมเด็จช่วงเอง ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ผิดก็เป็นเรื่องที่ดีจะได้ไม่มีปัญหาตอนแต่งตั้ง แต่ถ้าผิดก็ว่ากันตามกระบวนการของกฎหมาย

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็น “ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่” โดยเมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไร? ต่อความขัดแย้ง กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ อันดับ 1 ร้อยละ 79.18 ระบุว่า แต่ละคนเห็นต่างกันได้ แต่ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวสร้างความแตกแยก อันดับ 2 ร้อยละ 67.10 ระบุว่า ควรติดตามข่าวอย่างมีสติ มีวิจารณญาณ และรอฟังผลจากมหาเถรสมาคม อันดับ 3 ร้อยละ 64.78 ระบุว่าควรรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้สมกับเป็นเมืองพุทธ

ส่วนสิ่งที่ประชาชนเป็นห่วง วิตกกังวลต่อความขัดแย้ง กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่อันดับ 1 ร้อยละ 82.78 ระบุว่า การออกมาเคลื่อนไหว คัดค้าน ความขัดแย้งทั้งในหมู่พระสงฆ์และฆราวาส อันดับ 2 ร้อยละ 80.98 ระบุว่า การแต่งตั้งล่าช้า ยังหาข้อสรุปไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 70.18 ระบุว่า การปล่อยข่าวสร้างกระแสบิดเบือน ข้อเท็จจริง มุ่งหวังผลประโยชน์ ศาสนามัวหมอง ส่วนประชาชนคิดว่าควรแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้อย่างไร อันดับ 1 ร้อยละ 76.86 ระบุว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการพูดคุยหาทางออกร่วมกัน อันดับ 2 ร้อยละ 71.98 ระบุว่า อาจใช้วิธีแต่งตั้งรักษาการไปก่อน อันดับ 3 ร้อยละ 68.64 ระบุว่า การพิจารณาตามขั้นตอนต้องโปร่งใส ยุติธรรมและสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกในฐานะพุทธศาสนิกชน อันดับ 1 ร้อยละ 74.55 ระบุว่า ขอให้การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ตามกฎระเบียบของสงฆ์ อันดับ 2 ร้อยละ 69.41 ระบุว่า ขอให้ทุกคนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้อยู่ต่อไป อันดับ 3 ร้อยละ 61.70 ระบุว่า ขอให้พระสงฆ์ทุกรูปยึดหลักพระธรรมวินัย ทำให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.4%
  • ไม่ชอบ
    4.5%
  • สนุก
    3.1%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    2.8%
  • ให้กำลังใจ
    72.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement