สนั่น! 'เจ้าโอเลี้ยง' คลิปดังปังเรียกน้ำตาวันเดียว ทะลุ 5 ล้านวิว เปิดใจเจ้าของไอเดียกระแทกใจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

สนั่น! 'เจ้าโอเลี้ยง' คลิปดังปังเรียกน้ำตาวันเดียว ทะลุ 5 ล้านวิว เปิดใจเจ้าของไอเดียกระแทกใจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 06:05
36,308 ครั้ง


ใครดูคลิป “โอเลี้ยง...เพื่อนที่จะอยู่กับคุณตลอดไป” แล้ว น้ำตาไม่ไหล บอกเลย...ใจแข็งมาก เพราะตอนนี้กลายเป็นคลิปสร้างประวัติศาสตร์ประเดิมปี 2559 สำหรับคลิปเรียกน้ำตา ระหว่างเจ้าโอเลี้ยงสุนัขแสนรู้ กับสัตวแพทย์สาว ที่เอาความรักชนะความกลัว เรียนจนเป็นสัตวแพทย์ แชร์โดยแฟนเพจธนาคารกรุงไทยหรือ KTB ปล่อยคลิปได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ยอดชมพุ่งไปเกิน 5 ล้านวิว

เบื้องหลังคลิปแชร์สนั่นร้องไห้ระงม มาจาก CJ WORX ดิจิทัลเอเจนซี่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง "สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม" Managing Director, Executive Creative Director หนึ่งในผู้บริหาร เปิดเบื้องหลังไอเดียเด็ดกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์

เจ้าโอเลี้ยง

Q : แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานคลิปเจ้าโอเลี้ยง

ในวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมีคลิปวิดีโอในวงการโฆษณามี 2 แบบ แบบแรก บังคับคนให้ดูแล้วคนอยากกด SKIP หนี แต่แบบที่สอง เป็นสุดยอดคนโฆษณาใฝ่ฝันคือ คนอยากดูไปจนจบ งานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้คือ อยากเน้นอารมณ์หรืออีโมชั่น ดึงอารมณ์ร่วมจากผู้ชมและหักมุมตอนจบ เหมือนโจทย์ที่ลูกค้าอยากสื่อสาร เกี่ยวกับการให้ทุนเพื่อการศึกษาเพื่ออนาคต จุดร่วมประสบการณ์จึงเกิดขึ้น เพราะทุกคนมีเรื่องราวในอดีต ที่อยากแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพื่ออนาคต ซึ่งความรู้คือทางเลือกหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ จุดร่วมจึงลงตัวที่ไอเดียนี้

Q : อะไรคือตัวชี้วัดว่า ถ้าดราม่าแล้วจะปัง

(หัวเราะ) การมีส่วนร่วมกับคนดู คนดูรู้สึกอิน...ส่วนตัวผมเองเคยประสบอารมณ์แบบในคลิปมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ผมอุ้มสุนัขของผมที่ป่วยไปโรงพยาบาลสัตว์ แต่กลับไม่มีหมอรักษา คำถามในใจจึงเกิดขึ้นว่า ทำไมแค่ชีวิตนึงไม่มีค่าหรืออย่างไร ทำไมเราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเค้าได้เอง แทนที่จะพึ่งพาคนอื่น เชื่อว่าทุกคนเคยมีประสบการณ์หรืออินกับเรื่องสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม

Q : ทำไมต้องสุนัข

ในแต่ละปีมีคลิปดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรือคลิปรันทดดราม่าของคนมากมาย แต่กับสัตว์เลี้ยงมีน้อย แต่ความยากมันก็อยู่ที่ว่า เพราะไม่มีใครทำด้วย เรื่องนี้จึงเน้นอารมณ์เศร้า ที่ผสมกับอารมณ์ความรัก จนทำให้ชนะความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งตรงกับ 1 ใน Viral Wonder หรือเนื้อหาที่ทำแล้วปังมาก ที่ CJ WORX เคยทำการสำรวจจากข้อมูลกว่า 100,000 ตัวอย่างไว้ โดยใช้ Womon Trackers

Q : 7 Viral Wonders คืออะไรและสำคัญมากน้อยแค่ไหน

(อธิบายพลางเปิดภาพให้ดู) 7 Viral Wonders จริงๆ คือ 7 เนื้อหาวิดีโอในโลกดิจิตอลที่ดังแล้วปังมากจะต้องมีเนื้อหาอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ จากการตกผลึกประสบการณ์เก็บข้อมูลล่าสุดจาก CJ WORX ของเราในฐานะดิจิทัล เอเจนซี่ รวบรวมข้อมูลจากจำนวนหลายล้านวิดีโอใน Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์ในไทย ผ่านแฟนเพจที่เป็น Top 40 แฟนเพจในไทย ในชื่อ Word Of Mouth Online Network (WOMON) เครื่องมือเฉพาะของเรา โดยได้ดังต่อไปนี้

1. เลิฟมุ้งมิ้ง (Love)
2. โกรธควันออกหู (Anger)
3. โหด กลัว สยอง (Fear)
4. แปลกแบบนี้ก็มีในโลกด้วย (Strange)
5. ตลกขบขัน (Humor)
6. เซ็กซี่ชวนเคลิ้ม (Sexy)
7. เศร้าน้ำตาแตก (Sad)

ทั้งหมดนี้ในคลิปโอเลี้ยง.....เพื่อนที่จะอยู่กับคุณตลอดไปที่แชร์สนั่นเมือง เรียกต่อมน้ำตาแตกกระจายนี้ มีเนื้อหาตรงตามทั้งความรัก ความเศร้า และความกลัว กลุ่มเนื้อหาเหล่านี้เป็นแกนเรื่องที่ฮอลลีวูดใช้สำหรับพล็อตเรื่องสร้างหนังด้วยเหมือนกัน สังเกตอย่าง หนังบู๊ล้างผลาญ ที่เน้นความโหด ความกลัว ความเศร้า มักมีเรื่องความเซ็กซี่ของดาราสาวเข้ามาด้วย เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมที่ลงตัวมากขึ้น

Q : ยังมีปัจจัยอื่นอีกหรือเปล่า ที่ผลักดันให้คอนเทนต์ปังหรือแป๊กบ้าง

ไม่มีสูตรใดเฉพาะ เนื่องจากใช้วิธีเดียวกัน ไอเดียเหมือนกัน ทำคลิปโอเลี้ยงอีกครั้ง ก็ไม่ได้ยืนยัน 100% ว่าจะปังเหมือนกัน เพราะโลกอินเทอร์เน็ตทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเร็ว มีหลายปัจจัยหลายอย่างเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งช่วงเวลาที่นำเสนอ และสถานการณ์เหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงนั้นๆ หรือแม้ความรู้สึกของผู้บริโภคในช่วงนั้นอินกับอะไร

Q : แล้วอะไรคือ สิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดสำหรับคนทำคอนเทนต์?

คนทำโฆษณาโดยเฉพาะดิจิทัล ต้องคิดถึงอย่างมากคือ ผลประโยชน์ของผู้บริโภค (Benefit) พวกเขาต้องได้ประโยชน์อะไรจากการดูคลิปวิดีโอ หรือการอ่านบทความเหล่านั้นด้วย ดังนั้นจึงต้องเข้าใจในผู้บริโภคเลือกนำเสนอในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการไปพร้อมๆ กับการทำการตลาดตอบโจทย์ลูกค้าด้วย เพราะในโลกออนไลน์พวกเขาเป็นผู้เลือก ไม่ใช่แบรนด์หรือเอเจนซี่ ดังนั้น ต้องหาประสบการณ์ร่วมโดนใจจนครองที่นั่งบนใจผู้บริโภคให้ได้แบบ วิน วิน

ผมชอบการงานโฆษณาที่มีคนไลค์ คอมเมนต์ แชร์มากๆ มีคนเห็นเยอะๆ มากกว่างานที่ได้รับรางวัลเพียงอย่างเดียวแต่ไม่เคยมีคนเห็น ทั้งที่แท้จริงแล้วงานที่ได้รางวัล ควรเป็นงานที่ผู้บริโภคชื่นชอบด้วยเช่นกัน เมื่อผู้บริโภคชอบผ่านการไลค์ คอมเมนต์ แชร์ย่อมส่งผลให้ลูกค้าที่เป็นแบรนด์ของเราปลื้มด้วยเช่นกัน

ในเมื่อโลกออนไลน์ผู้บริโภคคือ คนเลือกรับสารที่แบรนด์ส่งออกมา สถานการณ์ทางการตลาดจึงเปลี่ยนไป เป็นแบบคนดูคนอ่านมีส่วนร่วมและได้รับอะไร แบบวินวิน หมดยุคที่จะไม่ฟังเสียงผู้บริโภคอีกต่อไปแล้ว เป็นข้อคิดจากเอเจนซี่ชื่อดัง CJ WORX ระดับรางวัล Independent agency of the year จาก 2 สถาบัน Spike Asia และ Campaign Brief Asia

ชมคลิป 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    91.7%
  • ไม่ชอบ
    3.6%
  • สนุก
    1.3%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    1.4%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement