วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สสจ.ชัยนาท เตือนปชช.รู้ทันอันตรายจากกล่องโฟม ก่อนมะเร็งมาเยือน

สสจ.ชัยนาท เตือน ปชช. อันตรายจากการใช้กล่องโฟมผิดประเภท เหตุสำคัญทำให้คนไทยเป็นมะเร็งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก "สารสไตรีน" จะปนเปื้อนในอาหาร โดยเฉพาะหากนำไปใส่ของร้อน และเครื่องปรุงอาหารบางอย่าง...

วันที่ 17 ม.ค. 59 นพ.พูลสิทธิ์ ศีติสาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ในชีวิตประจำวันเราต้องพบเจอกับกล่องโฟมที่ มากับอาหารทั้งคาวและหวาน โดยเฉพาะร้านอาหารตามสั่งที่ซื้อขายกันอยู่เกือบทุกวัน เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ใช้โฟมประเภทไหนใส่อาหารมาให้เรา ถ้าลองสังเกตให้ดีจะเห็นกล่องโฟมบางประเภทมีคำเตือนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่ควรนำมาใส่อาหาร” หรือ “ไม่ควรนำมาใส่ของร้อน” เพราะอันตรายที่มากับการใช้กล่องโฟมอย่างผิดประเภท เป็นสาเหตุข้อใหญ่ ที่ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอาหารต่างๆ ที่ถูกบรรจุใส่ไว้ในกล่องโฟม ซึ่งมี “สารสไตรีน” ซ่อนอยู่ ต่อให้การใช้กล่องโฟมสะดวกสบายแค่ไหน ก็ต้องแลกกับโรคมะเร็งที่พร้อมจะเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ สารสไตรีนจะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายทีละเล็กทีละน้อย จนเป็นโรคร้ายในที่สุด ข้อมูลจาก “กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” อธิบายถึง พิษภัยจากกล่องโฟมไว้ ว่า โฟมเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากพลาสติกประเภทโพลีสไตรีน ถ้าถูกนำไปใช้บรรจุอาหารที่ร้อนจัด และอาหารทอดที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ จะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้สารอันตรายแตกตัวออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ได้แก่ สารเบนซีน ที่หากดื่ม หรือกินอาหารที่มีสารเบนซีนปนเปื้อนสูงจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง เนื่องจากกระเพาะถูกกัดกร่อน เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

แต่ที่เป็นอันตรายที่สุด คือ “สารสไตรีน” ที่มีพิษทำลายไขกระดูก ตับ และไต ทำให้ความจำเสื่อม มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และเป็นสารก่อ "มะเร็ง” โดยอาจก่อให้เกิดมะเร็งเส้นเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า ที่สำคัญกล่องโฟมทนความร้อนได้เพียง 70 องศาเซลเซียส แต่สิ่งที่เราทานกันเป็นประจำ เช่น ข้าวผัด หรือผัดกะเพรา เป็นต้น ล้วนมีความร้อนเกินมาตรฐานกำหนด ส่งผลให้สารอันตรายปนเปื้อนออกมากับอาหารในปริมาณสูง ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ คือ ถ้าอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลงทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง หากปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชู แอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ รวมไปถึงเวลาที่ชื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นานๆ ไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก และที่สำคัญถ้านำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก

นพ.พูลสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ด้านกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข มาเป็นเวลา 10 ปี แล้วว่า “ห้ามใช้” กล่องโฟมที่ไม่ได้มาตรฐานมาใส่อาหารร้อน และอาหารมัน เพราะกระทบต่อสุขภาพ และขอให้ผู้บริโภคพิจารณาตรวจสอบกล่องโฟมก่อนว่า เลือกใช้ได้ถูกประเภทและปลอดภัยจากสารก่อมะเร็งแค่ไหน หากเป็นไปได้ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะสุดท้ายแล้ว สุขภาพก็สำคัญที่สุด เราควรดูแลตัวเองจากโรคร้าย อย่าถึงกับต้องรอให้มะเร็งเป็นผู้บอกเรา