ปัดค้นวัดปากน้ำ ดีเอสไอฉะเฟซปลอม ลุ้น'สังฆราช'องค์ใหม่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ปัดค้นวัดปากน้ำ ดีเอสไอฉะเฟซปลอม ลุ้น'สังฆราช'องค์ใหม่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2559 06:25
2,310 ครั้ง


ดีเอสไอออกแถลงการณ์ ไม่มีการบุกจู่โจมตรวจค้นวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ กทม. เพื่อยึดรถโบราณในพิพิธภัณฑ์ รองโฆษกดีเอสไอเตือนคนแชร์ข้อความระวังผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้านเครือข่ายสงฆ์รุ่นใหม่จี้นายกฯ ป้องปรามพระบางรูปที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อพระมหาเถระ เตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้องนายกฯทำตามกฎหมายในการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ทูลเกล้าฯเป็นสมเด็จพระสังฆราช ศูนย์พิทักษ์ฯวอนดีเอสไอหยุดเล่นเกมการเมือง เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม

หลังจากมีการแชร์ข้อความในโซเชียลมีเดียตลอดวันที่ 16 ม.ค.ว่ากรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมนำกำลังเข้าตรวจรถหรูในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม.ที่มีเจ้าอาวาสคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นั้น ต่อมาในช่วงบ่าย ดีเอสไอส่งเอกสารถึงสื่อมวลชนและสาธารณชน ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวบนระบบอินเตอร์เน็ต อ้างแหล่งข่าวว่ามาจากกลุ่มไลน์สถาบันปัญญานันทะ ว่านายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม.44 สั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานกำลังทหาร ตำรวจกว่า 100 นาย เตรียมบุกจู่โจมวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อสอบสวนปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม และยึดรถโบราณในพิพิธภัณฑ์ โดยมีการประชุมลับและคาดว่าจะเข้าจู่โจมในอีกไม่เกินสองวันข้างหน้านั้น

ดีเอสไอขอชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณชนให้ทราบโดยทั่วกันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ให้ดีเอสไอปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าว และดีเอสไอมิได้มีการประชุมลับ หรือเตรียมการจะปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยกรณีที่มีการสร้างข่าวเท็จขึ้นนี้ อาจเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พระพุทธอิสระ ยื่นเรื่องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้ว เนื่องจากดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบที่อาจนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรกว่า 5,000 คัน ซึ่งรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวนว่ามีความเป็นมาอย่างไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเอกสารกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอันเป็นขั้นตอนปกติในการปฏิบัติงานและเหมือนกับกรณีอื่นๆ ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบ และขอแจ้งเตือนไปยังกลุ่มบุคคลที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จบนระบบคอมพิวเตอร์ในเรื่องนี้ การกระทำของท่านอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14(1) (2) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

ดีเอสไอจึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนทุกท่านเพื่อทราบข้อเท็จจริง และขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร โดยเฉพาะที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานราชการ และข้อมูลข่าวสารบนระบบอินเตอร์เน็ต มิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีต่อบ้านเมือง และการที่ท่านเผยแพร่ต่อซึ่งข้อความที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ ก็อาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 (5) ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่อันเป็นเท็จด้วย โดยกรณีนี้ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากการประชาสัมพันธ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษผ่านช่องทางต่างๆโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นความจริง ขอบพระคุณกรมสอบสวนคดีพิเศษ 16 ม.ค.59

ด้าน พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า มีข้อมูลข่าวสารเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กและโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า ดีเอสไอจะบุกตรวจค้นวัดโดยใช้ ม.44 นั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมืองอธิบดีดีเอสไอ ให้ดีเอสไอออกแถลงเพื่อ 1.ชี้แจงต่อสาธารณชนและสื่อมวลชน ถึงกรณีดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง 2.เตือนบุคคลหรือกลุ่มที่เขียนข้อเผยแพร่ลงเฟซบุ๊ก หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยการเผยแพร่ 3.บุคคลที่รับข่าวสารกรุณาอย่าแชร์ อาจผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย ให้รับฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานดีเอสไอและหน่วยงานราชการโดยตรง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่แท้จริง

ขณะที่ นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามกรณีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ คงต้องรอดูท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะในวันที่ 18 ม.ค.ว่าจะสอบถามเรื่องใดมาบ้าง ส่วนกรณีที่ทางดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบรถโบราณภายในพิพิธภัณฑ์ของวัดปากน้ำฯนั้น เชื่อว่า ทางวัดปากน้ำฯ มีข้อมูลในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

ด้านพระครูกาญจนกิจจารักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกาญจนสิงหาสน์ ในนามเครือข่ายองค์กรพระสงฆ์รุ่นใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายพระสงฆ์รุ่นใหม่ทุกภูมิภาค รู้สึกไม่สบายใจ อึดอัด กรณีที่นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เกิดปัญหาจากพระสงฆ์รูปหนึ่งออกมาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อพระมหาเถระ โดยที่ไม่มีการป้องปราม ทั้งที่มีอำนาจอยู่มาก ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งที่จะนำมาซึ่งความรุนแรงในสังคม ดังนั้นเครือข่ายองค์กรพระสงฆ์รุ่นใหม่จะเคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์โดยสันติวิธีทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเบื้องต้นจะออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ในกรณีการทูลเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ที่ปล่อยให้เกิดปัญหา ทั้งที่คณะสงฆ์ก็ปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มฯเชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ แต่ก็อยากให้ท่านแสดงความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมให้คณะสงฆ์มั่นใจในตัวของท่านมากกว่านี้ รวมทั้งให้ยึดจารีต ธรรมเนียมปฏิบัติ รวมถึง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 สู่การปฏิบัติ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการกล่าวร้ายต่อพระผู้ใหญ่ ทั้งที่ไม่มีข้อเท็จจริงเช่นนี้

ส่วนพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายองค์กรพุทธได้หารือร่วมกัน โดยกำหนดท่าทีใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช 2.ให้ดำเนินการตามกฎหมายและประเพณีปฏิบัติ และ 3.หากไม่ดำเนินการตามนั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่คณะสงฆ์จะร่วมกันแสดงสังฆามติ ทั้งนี้เครือข่ายองค์กรพุทธทั้งหมดพร้อมให้เวลารัฐบาลทำงาน ขอให้กำลังใจ แต่ก็จะเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด ส่วนดีเอสไอ ขอให้ยุติการเล่นเกมทางการเมือง ทำแบบนี้จะกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม ขอให้เคารพต่อคณะสงฆ์โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ากลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างคณะสงฆ์ จะเป็นบาปที่ติดตัวไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    28.6%
  • สนุก
    10.7%
  • ประหลาดใจ
    7.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    3.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement