คุมตัวทำแผนฯรับสารภาพ มือยิงถล่มรีสอร์ตหาดริ้น - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คุมตัวทำแผนฯรับสารภาพ มือยิงถล่มรีสอร์ตหาดริ้น

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2559 20:55
1,216 ครั้ง


ตำรวจสุราษฎร์ฯ คุมตัว 2 มือปืนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนลุยค้น 4 จุด นักธุรกิจรัสเซียเจ้าของบาร์ คาดเอี่ยวคดียิงกราดใส่บังกะโลดังย่านหาดริ้น เผยชนวนเหตุเนื่องจากผู้บงการไม่พอใจที่ถูกผู้ประกอบการชุมชนหาดริ้น คัดค้านการเปิดสถานบันเทิงในรูปแบบปาร์ตี้

จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ พาลิต้า ลอดจ์ รีสอร์ตบนหาดริ้น เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีปมเหตุมาจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่ถูกผู้ประกอบการในพื้นที่หาดริ้น คัดค้านการเปิดสถานบันเทิงในรูปแบบปาร์ตี้ ซึ่งจัดขึ้นที่สิมิลันบาร์ บริเวณหาดริ้น โดยสถานบันเทิงดังกล่าวมีชาวต่างชาติเป็นคนรัสเซีย เช่าพื้นที่เปิดกิจการ มีกลุ่มคนไทยเป็นผู้ดูแล ต่อมาตำรวจสืบสวนจนทราบกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุ มีจำนวน 4 คน และเข้าจับกุมตัวได้แล้ว 3 คน หนึ่งในนั้นมีนายชนินทร์ เพชรศรี นายกเทศมนตรีตำบลท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมอยู่ด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค.59 พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก. พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน นำกำลังตำรวจจาก กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสุราษฎร์ธานี กว่า 30 นาย คุมตัวนายสิงหนาถ ชัยพินิจ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 3 ต.บางงอน อ.พุนพิน พร้อม นายจรงค์ หรือโจ หงส์ทอง อายุ 38 ปี ชาว อ.ดอนสัก ผู้ต้องหาในคดียิงปืนถล่มใส่รีสอร์ต พาลิต้า ลอดจ์ หาดริ้น อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนนายชนินทร์ ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ.เกาะสมุย ไปก่อนแล้ว ขั้นตอนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่นำ 2 ผู้ต้องหาไปยังรีสอร์ตชื่อช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างจากพาลิต้า ลอดจ์ ประมาณ 500 เมตร โดยรีสอร์ตช้างเผือก เป็นสถานที่ตั้งของสิมิลันบาร์ ซึ่งมีชาวรัสเซียเป็นผู้เช่าดำเนินกิจการสถานบันเทิง และเป็นคู่กรณีกับผู้เสียหาย

ตำรวจสุราษฎร์ฯ คุมตัว 2 มือปืนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ


ทั้งนี้ตำรวจคุมตัวนายจรงค์ ไปยังจุดซ่อนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหานำไปฝังดินไว้ข้างห้องพักในรีสอร์ต เป็นอาวุธปืนขนาด .357 จากนั้นจึงคุมตัวไปยังจุดเกิดเหตุ ที่ผู้ต้องหาลงมือยิงปืนใส่ห้องพักของพาลิต้า ลอดจ์ ระยะห่างจากจุดยิงถึงห้องพักที่เสียหายประมาณ 20 เมตร มีนายจรงค์ ทำหน้าที่ผู้ชี้เป้า และนายสิงหนาถ เป็นผู้ลงมือลั่นไก จำนวน 6 นัด โดยใช้เวลาในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 1 ชั่วโมง มีประชาชนมาคอยให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจำนวนมาก จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปส่งฝากขังยังศาลเกาะสมุย

ตำรวจคุมตัวนายจรงค์ ไปยังจุดซ่อนอาวุธปืน และจุดที่ก่อเหตุ


เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน เผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยอมรับสารภาพว่าทำงานอยู่กับนายชนินทร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรีสอร์ตช้างเผือก และให้ชาวรัสเซียรายหนึ่งเช่าพื้นที่เปิดสถานบันเทิง ในรูปแบบปาร์ตี้ คืนเกิดเหตุได้รับคำสั่งให้ไปลงมือยิงข่มขู่รีสอร์ตดังกล่าว เพราะไม่พอใจที่ถูกคัดค้านการเปิดปาร์ตี้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังหลบหนีคือนายจิรัฎฐ์ ขวดแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย เลขที่ 4/2559 ลงวันที่ 15 ม.ค.59 ทางตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด.

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 ม.ค. นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก. พ.ต.อ.ณพัฒน์ศักย์ ธรรมรักษ์ รอง ผบก.ตม.6 นายเกริกไกร สงธานี นอภ.เกาะพะงัน นำกำลังชุด นปพ.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด อีโอดี ร่วม 50 นาย นำหมายศาลจังหวัดเกาะสมุย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด คือบ้านพัก 2 แห่ง ของนายมิเลนเทีย เซอร์เก อายุ 31 ปี สัญชาติรัสเชีย เจ้าของสิมิลันบาร์ และสถานประกอบการที่นายมิเลนเทีย เปิดดำเนินกิจการอีก 2 แห่ง เพื่อตรวจสอบหาสิ่งผิดกฎหมาย และตรวจสอบใบอนุญาตในการทำงาน และประกอบธุรกิจ

นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังชุด นปพ.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด อีโอดี ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด


จากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิง สิมิลันบาร์ ซึ่งถูกสั่งปิดไปก่อนหน้านี้ ไม่มีการขออนุญาตดำเนินการที่ถูกต้อง ตำรวจจึงคุมตัวนายมิเลนเทีย ไปสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเข้าสู่ประเทศไทยของนักธุรกิจชาวรัสเซียรายนี้ อย่างละเอียด

ตร.เข้าตรวจสอบ สถานบันเทิง ที่นายมิเลนเทีย เปิดดำเนินกิจการ


พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้พนักงานสอบสวนเชิญตัวไปสอบสวน รวมทั้งซักประวัติ อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเข้ามาประกอบธุรกิจอะไรบ้างในประเทศไทย และเคยมีประวัติอาชญากรหรือไม่ แต่ที่ผิดแน่นอนคือสถานที่ประกอบธุรกิจไม่ตรงกับใบอนุญาต อย่างไรก็ตามจะแจ้งข้อกล่าวหาอะไรบ้าง ต้องอยู่ที่ทางตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นหรือไม่

ตร.นำกำลังเข้าตรวจ สถานประกอบการที่นายมิเลนเทีย เป็นเจ้าของ


ด้านนาย วงศศิริ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะพื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี รวมทั้งฝ่ายปกครอง เร่งทำการสำรวจ ทุกพื้นที่ เพื่อดูว่ามีการขออนุญาตดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีการทำธุรกิจที่ผิดจากการขออนุญาต หรือไม่มีใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ ก็จะต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยหลังจากนี้ จะเพิ่มความเข้มงวด และลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากปัญหานี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    91.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    8.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement