เล่นเฟซบุ๊กยังไงให้ความรักเราไม่พัง? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เล่นเฟซบุ๊กยังไงให้ความรักเราไม่พัง?

โดย Women's Health 23 ม.ค. 2559 16:01
3,895 ครั้ง


จริงอยู่ว่าทุกอย่างมักมีสองด้านเสมอ หลายครั้งที่เราได้ยินข่าวแต่งงานจากคู่ที่พบรักกันผ่านเฟซบุ๊ก น่าสังเกตว่าเดี๋ยวนี้เฟซบุ๊กจับคู่ให้คนได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเว็บจับคู่ออนไลน์เสมอไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อกังขาว่า เป็นเพราะการจับคู่ผ่านเฟซบุ๊กทำให้คนไม่รู้สึกเกร็ง เพราะคุณไม่จำเป็นต้องมีรูปโปรไฟล์เซ็ตถ่ายอย่างตั้งใจ หรือการคอมเมนต์แต่ละครั้งก็ไม่ต้องพะวงกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าคุณแอบชอบ เพราะแค่รู้จัก เราก็เมนต์กันได้แล้ว

ในขณะที่การส่งข้อความหาอีกฝ่ายในเว็บจับคู่แสดงออกถึงความสนใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็นะ ใช่ว่าไม่มีข้อเสีย โดยเฉพาะระยะหลังที่เฟซบุ๊กหรือไอจีมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายจนเราตามไม่ทัน เช่น จู่ๆ ระบุสถานที่โพสต์รูปหรือข้อความ ไม่ก็ฟีเจอร์จดจำใบหน้า แท็กรูปคนให้อัตโนมัติ ฯลฯ

ใครเจออย่างนี้คงอยากปิดเฟซบุ๊กไปเลยเพื่อความอยู่รอดของชีวิตคู่ เพราะมีผลการสำรวจพบว่า คนที่เล่นเฟซบุ๊กหรือเข้าไอจีวันละหลายครั้ง มักจะบอกเล่าความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียตามรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cyberpsychology, Behavior and Social Networking ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เรื่องส่วนใหญ่ที่โพสต์มักหนีไม่พ้นปัญหา เช่น การนอกใจ เลิกรา หรือหย่าร้าง

ผลสำรวจผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวน 205 คน บ่งบอกว่าพวกเขาเข้าอินเทอร์เน็ตบ่อยขนาดไหน และเคยมีปัญหากับแฟนที่เพิ่งเลิกราหรือกำลังคบกันอยู่เพราะเฟซบุ๊กบ้างหรือไม่ เลยเถิดถึงขั้นเลิกกันไปเลยหรือนอกใจแฟนเพราะเฟซบุ๊กบ้างหรือเปล่า ผลออกมาว่า ‘ส่วนใหญ่คนเราใช้งานเฟซบุ๊กทุกวัน คนที่เล่นเฟซบุ๊กบ่อยๆ มักมีปัญหากับคนรักและเป็นปัญหาหนักหัวเสียด้วย อีกทั้งยังเกิดกับคู่รักที่คบกันมาไม่เกิน 3 ปี หรือน้อยกว่านั้น’

“เล่นไม่ได้เลยครับ เพราะแฟนจะสอดส่องพฤติกรรมทุกอย่าง ไปคอมเมนต์ใครไว้บ้าง รับใครเป็นเพื่อนบ้าง ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้รับแฟนเก่าเป็นเพื่อน เพราะวันนั้นแฟนไปไล่ดูเพื่อนผมทุกคนในเฟซบุ๊กว่ามีแฟนเก่าหรือเปล่า” ชายคนหนึ่งโพสต์ระบายความอัดอั้นในโลกออนไลน์ นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กเข้ามามีบทบาทและเป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีผลต่อความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวยุคนี้

เราเลยอดคิดไม่ได้ว่าความรักยุค 2015 มีเฟซบุ๊กนี่แหละเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ โดยเฉพาะคู่ที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว “ผลการสำรวจก่อนหน้านี้ชี้ชัดถึงปัญหาความรักที่เกี่ยวโยงกับเฟซบุ๊ก เพราะการเข้าไปดูเฟซบุ๊กของแฟนว่าวันๆ ทำอะไรบ้าง มักก่อให้เกิดอาการหึงหวง” ยืนยันจากปากของรัสเซลล์ เคลย์ตัน (Russell Clayton) ตัวตั้งตัวตีในการวิจัยครั้งนี้

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า “ผู้ใช้เฟซบุ๊กมักติดต่อหรือรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับผู้เล่นเฟซบุ๊กคนอื่นๆ เช่น กิ๊ก หรือคนรักเก่าที่นำพาไปสู่การนอกใจทั้งทางอารมณ์และทางกาย”

แต่ถ้าคุณไม่อยากเลิกรากับแฟนเพราะโซเชียลมีเดียล่ะก็ ลองทำตามคำแนะนำจากเรา รับรองเฟซบุ๊กทำอะไรคู่ของคุณไม่ได้แน่

กฎข้อที่ 1 อย่าเปลี่ยนสถานภาพพร่ำเพรื่อ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ข้อผิดพลาดใหญ่หลวงของโซเชียลมีเดียคือ การทำให้เรื่องไม่เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ เวนดี้ เวลช์ (Wendy Walsh) คุณหมอผู้แต่งหนังสือ the 30-Day Love Detox ย้ำว่า “คุณต้องคุยกับอีกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนสถานภาพ” ไม่ใช่ทึกทักเอาเองว่าเขาอยากเปิดตัวว่าคบกัน เอาเข้าจริงเขากลับไม่เล่นด้วย แล้วปล่อยให้คุณเป็นแม่สายบัวรอเก้อ สิ่งที่ไม่ควรลบหรือเปลี่ยนคือ รูปถ่ายคู่กันตอนยังไม่เป็นแฟน หรือเดตสำคัญๆ ที่ควรจดจำ “เมื่อความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดเปราะบาง สิ่งสำคัญคือความเป็นส่วนตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต้องมีระยะห่างอยู่บ้าง มันถึงจะเติบโตแน่นแฟ้น”

กฎข้อที่ 2 หยุดเข้าไปวุ่นวายกับเฟซบุ๊กเขาซะที

จากที่ศึกษามา การเล่นเฟซบุ๊กวันละหลายรอบไม่ส่งผลดีอยู่แล้ว คุณต้องกำหนดว่าใน 1 วัน ควรโพสต์สเตตัสหรือถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกี่หน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณชอบเข้าไปเช็กเฟซบุ๊กบ่อยๆ ว่าใครทำอะไร ที่ไหน แม้ตอนกำลังกินข้าวกับแฟนหรืออยู่ในโรงหนัง หรือเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำเลยหยิบมือถือขึ้นมาดูเฟซบุ๊กชาวบ้าน พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณไม่ไว้ใจและไม่ให้เกียรติเขา คริสตี้ ฮาร์ตแมน (Christie Hartman) คุณหมอเจ้าของงานเขียน Find the Love of Your Life Online ลงความเห็น “ระวังอย่าล้ำเส้นก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของกันและกันเกินขอบเขต ถ้าอีกฝ่ายเริ่มบ่นหรือแสดงท่าทีรำคาญเมื่อคุณดูมือถือบ่อยๆ นั่นแหละสัญญาณบอกให้รู้ว่าคุณทำเกินไปแล้ว”

กฎข้อที่ 3 อย่าเล่นเฟซบุ๊กตอนอารมณ์เหวี่ยง

ถ้าเพิ่งทะเลาะกับแฟนหรือโดนเจ้านายด่ามาหยกๆ สิ่งที่คุณควรทำคือ ปิดคอมพ์ (และมือถือ) ก่อนจะเดินไปสงบสติอารมณ์ อย่าใช้วิธีโพสต์ข้อความระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจหรือพูดอะไรไม่คิด ให้เพื่อนเป็นร้อยเป็นพันคนได้อ่าน อีกอย่างเฟซบุ๊กสมัยนี้เป็นเหมือนศูนย์รวมของสิ่งที่คุณอยากและไม่อยากเห็น ไม่ว่าจะเป็นรูปเปิ่นๆ สมัยเด็ก หรือรูปแฟนคุณกับคนรักเก่า เพราะจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก “เฟซบุ๊กทำให้คนเรารู้สึกแย่หรือจิตตกง่ายมากๆ” เวนดี้กล่าว ยิ่งกว่านั้นคุณอาจเผลอใช้ถ้อยคำรุนแรงโต้เถียงกับเขา แล้วต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

กฎข้อที่ 4 ระวังถ้าจะเป็นเพื่อนกับคนรักเก่า

หนึ่งในฟีเจอร์เสี่ยงต่อสัมพันธ์รักที่สุดของเฟซบุ๊กก็คือ มันเป็นเครื่องมือติดต่อกับบรรดาแฟนเก่าหรือกิ๊กทั้งหลายง่ายขึ้น ฟีเจอร์นี้ทำให้คู่รักตีกันบ้านแตกแน่นอน (ปัญหาสุดคลาสสิก ทำไมต้องเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า) หากคุณไม่อยากทะเลาะกับคนรักเรื่องแฟนเก่า สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ว่าคุณจะเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าในเฟซบุ๊กก่อนเจอเขาหรือหลังจากคบกับเขาแล้วก็ตาม รวมถึงระมัดระวังการกระทำของตัวเองด้วย “ลองนึกภาพว่ามีคนแอบก๊อบปี้สิ่งที่คุณเขียนในเฟซบุ๊กและเอาไปโพสต์ประจานในเว็บอื่นจะเกิดอะไรขึ้น” สรุปก็คือ อย่าทำอะไรโง่ๆ ด้วยการโพสต์ในที่สาธารณะ

กฎข้อที่ 5 โชว์หวานบ้างก็ดี

อย่าเพิ่งคิดมากว่าโซเชียลมีเดียมีแต่ข้อเสีย ในความเป็นจริงคู่รักที่โพสต์รูปหวานๆ หรือขึ้นรูปโปรไฟล์เป็นรูปคู่ รวมถึงแชร์สิ่งต่างๆ กับแฟน มีแนวโน้มได้รับความสุขมากกว่า คริสตี้กล่าวเสริมอีกว่า การโชว์หวานเล็กๆ น้อยๆ ในโลกออนไลน์ดีต่อความสัมพันธ์ “สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้คุณจะเล่นเฟซบุ๊ก แต่ใช่ว่าจะทอดทิ้งไม่เหลียวแลคนรัก คุณต้องให้ความสำคัญกับเขาด้วย” ดังนั้นถ้าอยากจะโพสต์ข้อความบนหน้าวอลล์แฟนหรือแท็กชื่อเขาบ่อยๆ ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำรีบแท็กเลย มีข้อแม้แค่อย่าโอเว่อร์จนคนหมั่นไส้ อย่างนั้นมันดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไร

เรื่อง: WH USA | แปลและเรียบเรียง: ดร.ชีสไบท์ | ภาพ: Corbis Images

ที่มา - Women's Health Thailand
www.womenshealththailand.com
นิตยสาร Women’s Health ฉบับเดือนธันวาคม 2015

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement