วัยใสราชภัฏสงขลาปลุกกระแสแต่งผ้าไทย "นุ่งซิ่นสวมปาเต๊ะ" เป๊ะได้ใจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

วัยใสราชภัฏสงขลาปลุกกระแสแต่งผ้าไทย "นุ่งซิ่นสวมปาเต๊ะ" เป๊ะได้ใจ

โดย ยายรหัส 17 ม.ค. 2559 05:01
422 ครั้ง


เริ่มจากการ “นุ่งซิ่นแลเมือง” ต่อยอดสู่ “นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้น ทุกวันพุธ” ขยับขยายไปถึง “นุ่งผ้าปาเต๊ะ เป๊ะทุกวันพฤหัส”

และอีกหลายวาระกับการนำผ้าไทยและผ้าท้องถิ่นดินแดนใต้มาสวมใส่ ทั้งในหมู่คณาจารย์ บุคลากร รวมถึงหนุ่มสาวนักศึกษาในรั้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลา โดยเฉพาะโปรแกรมวิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่มี อาจารย์มณี อินทพันธ์ เป็นผู้จุดประกายรณรงค์แต่งผ้าไทยจนกลายเป็นกระแส “สตรอง” มาแรงเวลานี้

“ยายรหัส” เห็นแล้วเกิด อาการฟิน อยากจะนุ่งซิ่น อินเทรน กับชาวราชภัฏสงขลาด้วย แต่ยังไงขอ พักเบรก ไปไขข้อข้องใจถึงที่มาที่ไปกับกระแสฮิตผ้าไทยสไตล์คนใต้กับเจ้าของไอเดียกันซะหน่อย

อาจารย์มณี เล่าถึงที่มาว่า “ได้มีโอกาสไปร่วมโครง การอบรมภาษาที่ประเทศลาว ทำให้เห็นถึงการมีประวัติศาสตร์บางส่วนร่วมกันอยู่ ซึ่งควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และเผยแพร่ถึงลูกหลาน จึงอยากให้นักศึกษาที่เรียนภาษาอังกฤษเข้าใจถึง การเรียนภาษาและวัฒนธรรมของชนชาติอื่นซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องปฏิบัติตนแบบเดียวกัน หรือต้องคิดเหมือนเขา เราแค่เรียนรู้และทำความเข้าใจ โดยที่ต้องไม่ลืมรากเหง้าตัวเอง และมีความภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติเราเอง เมื่อกลับมาก็ได้ริเริ่มโครงการนุ่งซิ่นแลเมือง โดยการนำนักศึกษาในโปรแกรมฯ ร่วม 50 ชีวิต นุ่งผ้าซิ่น สวมผ้าปาเต๊ะ ไปเดินเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมบริเวณถนนนครนอก นครใน ถนนนางงาม สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและโรงงิ้ว สถานที่สำคัญของเมืองสงขลา จากนั้นก็ได้ทำโครงการนุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น ทุกวันพุธ เริ่มมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว แล้วก็ต่อโครงการนุ่งผ้าปาเต๊ะ เป๊ะทุกวันพฤหัส ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักศึกษา และเป็นต้นแบบให้โปรแกรมวิชาคณะอื่นๆ นำไปขยายผล”

ขยับมาฟังเสียงหนุ่มสาวเฟรชชี่ปี 1 โปรแกรมวิชาภาษาต่างประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการกันบ้าง

เริ่มที่ ยูนุร โต๊ะหวัง “โต้” กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “พื้นเพผมเป็นคน จ.พัทลุง เมื่อได้มาเรียนที่ มรภ.สงขลา ก็อยากจะรู้จัก จ.สงขลาให้มากขึ้น และยิ่งได้มาสัมผัสความเป็นชาวสงขลาด้วยนุ่งผ้าปาเต๊ะไปเที่ยวชมย่านเมืองเก่า จ.สงขลา จึงรู้สึกตื่นเต้นมาก ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาที่น่าสนใจของย่านเมืองเก่าสงขลา ที่สำคัญ ได้มีส่วนร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมการแต่งกายที่ดีงามให้ผู้คนได้ชื่นชมและร่วมกันอนุรักษ์ครับ”

ขณะที่ “กิ๊บ” สุทธิพร หนูวุ่น เอ่ยถึงความรู้สึกว่า “ดีใจมากที่ได้เกิดเป็นคนสงขลา ดินแดนเก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมงดงาม และภูมิใจที่คุณตาคุณยายยังคงรักษาเมืองเก่าให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชม แม้กิ๊บจะเป็นคน จ.สงขลา แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นวัฒนธรรมต่างๆ ของย่านเมืองเก่า จึง อยากฝากให้คนรุ่นหลังช่วยกันธำรงรักษาสิ่งที่ดีงามเหล่านี้เอาไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ที่สำคัญคือวัฒนธรรมการนุ่งผ้าซิ่นอยากให้กลายเป็นกระแสฮิตนิยมสวมใส่กันทุกวันและทุกโอกาสค่ะ”

ส่วน “ฟ้า” อินทิรา รัณรงค์ บอกว่า “วันแรกที่ได้ทราบว่าจะมีโครงการ นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้นแล้วต้องให้นักศึกษานุ่งผ้าซิ่นไปเรียน ฟ้าก็รู้สึกเขินๆ เพราะไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัยที่ไหนเค้าใส่กัน เมื่อใส่แล้วก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาของพี่ๆเพื่อนๆในมหาวิทยาลัย แต่พอได้ทำกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการนุ่งซิ่น เช่น การละเล่นแบบไทย การนุ่งซิ่นชมเมือง การนุ่งซิ่นเข้าเรียน ก็ทำให้รู้สึกถึงการอนุรักษ์ความเป็นไทยมากขึ้น ได้เห็นคุณค่าของผ้าซิ่นมากขึ้น และตอนนี้เมื่อใส่ผ้าซิ่นก็ไม่รู้สึกเขินอีกแล้ว แต่ รู้สึกภาคภูมิใจมากกว่าที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ความเป็นไทย และเป็นการรณรงค์ให้นักศึกษาไทยได้เห็นคุณค่าความเป็นไทย เนื่องจากประชาคมอาเซียนก็เปิดแล้ว ดังนั้นการนุ่งผ้าซิ่นสื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจารย์มณีได้ต่อยอดกิจกรรมหลายโครงการในการรณรงค์ เช่น นุ่งซิ่นชมเมือง จ.สงขลา นุ่งซิ่นชมพิพิธภัณฑ์ นุ่งซิ่นดูหนังประวัติศาสตร์ โดยภาคการศึกษานี้อาจารย์ยังบอกว่าจะเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่หน่วยงานภายนอก โดยจะไปจัดกิจกรรมร่วม หรือออกไปเชิญชวนบุคคลภายนอกมาร่วมนุ่งซิ่น..ไม่นุ่งสั้นกับเราด้วยค่ะ”

ปิดท้ายกับคำบอกเล่าจาก “นัท” ณัฐวุฒิ ยอดสวัสดิ์ ที่เปิดใจว่า “ผมรู้สึกดีที่ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่เอกลักษณ์ไทยให้ผู้คนได้เห็นและชื่นชม ซึ่ง ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่จะแต่งตัวตามยุคตามสมัย ทำให้ลืมความเป็นไทย ศิลปวัฒนธรรมพื้น บ้านของคนชาวใต้ในการนุ่งผ้าซิ่น ผ้าปาเต๊ะ ทั้งที่เป็นสิ่งที่ดีงาม สวยงามและมีคุณค่าที่ควรจะให้ความสำคัญและเผยแพร่ให้ทุกคนหันมานิยมกันครับ”

“ยายรหัส” ขอกดไลค์รัวๆ สนับ สนุนการรณรงค์ค่านิยมความเป็นไทย

การนุ่งผ้าซิ่น สวมผ้าไทย จะมาไวไปไว หรือจะคงอยู่ถาวรจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร คงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของชาว มรภ.สงขลา ผู้มีหัวใจรักษ์ความเป็นไทย.

ยายรหัส/รายงาน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement