ตลาดทุนโดดหนุนเศรษฐกิจ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ตลาดทุนโดดหนุนเศรษฐกิจ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ม.ค. 2559 06:01
1,758 ครั้ง


ให้คำมั่น “บิ๊กตู่” ร่วมขับเคลื่อนโตแบบยั่งยืน

ผู้นำภาคตลาดทุนร่วมให้คำมั่นต่อนายกรัฐมนตรี พัฒนาตลาดทุนของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนโลกส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทยน้อย เชื่อปีนี้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้นโตที่ 3.5%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ได้จับมือสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้ เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มารับฟังการบรรยายบทบาทความสำคัญของตลาดทุนพร้อมกันนี้ ผู้นำภาคตลาดทุนได้ร่วมให้คำมั่นในการพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาทและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูงในวงการตลาดทุนที่เข้าร่วมรับฟังมากกว่า 500 คน โดยขอให้ภาคตลาดทุนช่วยพัฒนาประเทศและช่วยดูแลภาคประชาชนรวมทั้งช่วยสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กให้อยู่ได้ด้วย เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยรัฐบาลนี้จะมุ่งมั่นทำงานปฎิรูปประเทศตามโรดแม็ปที่วางไว้ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงบทบาทความสำคัญของตลาดทุนและกรอบแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาตลาดทุนว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างแผนพัฒนาตลาดทุนไทย โดยได้วางแนวคิดสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การเข้าถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงธุรกิจนวัตกรรม เพื่อให้เข้าถึงแหล่งระดมทุนมากขึ้น และการเป็นแหล่งระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมทั้งให้มีการเชื่อมโยง โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการระดมทุนในภูมิภาคนี้ ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อทำให้ตลาดหุ้นไทยมีบทบาทในตลาดทุนสากลมากขึ้น และการสร้างความยั่งยืน โดยใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการทำแผนรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะดำเนินการให้มีการออมภาคบังคับในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และผลักดันให้นายจ้างเป็นผู้เริ่มเข้าโครงการทั้งหมด

ด้านนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดแก่รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐในการผลักดันมาตรการและนโยบายสำคัญ อีกทั้งยังส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุน การออมแก่ภาคครัวเรือน เพราะเชื่อว่าหากภาคครัวเรือนมีความมั่นคงทางการเงิน สังคมจะมั่งคั่ง เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยทุกองค์กรภายใต้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย พร้อมสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลที่เกี่ยวกับตลาดทุนที่จะวางรากฐานเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

“สภาธุรกิจตลาดทุนไม่ได้เสนอหรือขอให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษ เท่าที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นี้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว รัฐบาลทำเรื่องที่เหนื่อยยาก เพื่อวางรากฐานให้กับประเทศระยะยาว ซึ่งรัฐบาลปกติทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาตลาดทุนไทย

ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมาร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า ขณะนี้มีเหตุการณ์และความเสี่ยงหลายด้านจากต่างประเทศที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินตลาดทุน ที่เห็นชัดเจนคือกรณีที่จีนออกมาตรการหลายด้านทำให้เกิดความผันผวนในด้านอัตราแลกเปลี่ยน และผันผวนในตลาดทุนทั่วโลกบวกกับมีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก ส่วนจะกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนไทยมากน้อยแค่ไหนนั้น ธปท.ยังต้องเฝ้าติดตาม แต่เท่าที่เห็นผลกระทบที่จะเกิดต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรงมีไม่มาก เพราะหากเทียบกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะพบว่าไทยมีการพึ่งพาเงินจากต่างประเทศน้อยกว่าหลายประเทศ

นายวิรไท กล่าวว่า นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีกันชนที่สำคัญ จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูง โดยปี 58 ที่ผ่านมาเกินดุลถึง 8% ของจีดีพีจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไทยมีกันชนได้ดีขึ้น ในฐานะที่เป็นประเทศนำเข้าน้ำมันทำให้กันชนด้านต่างประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะที่หลายประเทศในตลาดเกิดใหม่อาจกังวล จากภาระหนี้ต่างประเทศที่สูงเมื่อเทียบกับทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 3 เท่า ขณะที่ภาคเอกชนก็พึ่งพิงเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก ดังนั้นแม้จะเกิดความผันผวนตลาดเงินตลาดทุนของโลกและภูมิภาค แต่ผลกระทบต่อไทยก็ไม่รุนแรงมาก แม้ค่าเงินบาทเราจะเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ผลกระทบด้านค่าเงินก็ยังน้อยกว่าประเทศอื่น ซึ่งความผันผวนในลักษณะนี้คงมีไปอีกระยะหนึ่ง แต่ผลกระทบในช่วงสั้นคงไม่กระทบต่อภาคเศรษฐกิจมาก แต่ต้องดูด้วยว่าผลกระทบจะมาจากตลาดไหน และจะเชื่อมโยงกับไทยมากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ ภาวะเงินเฟ้อที่ติดลบในขณะนี้ ธปท.คาดว่า จะกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งปีหลัง หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ภาวะเงินฝืดเพราะคนยังมีการจับจ่ายใช้สอยและยังมีการลงทุนอยู่ โดยยังคงมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา โดย ธปท.คาดว่าจีดีพีไทยน่าจะโตที่ระดับ 3.5% จากปีที่แล้วคาดว่าจะโต 2.8% จากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หากเทียบกับปีก่อน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.3%
  • ไม่ชอบ
    19.7%
  • สนุก
    1.5%
  • ประหลาดใจ
    10.6%
  • เสียใจ
    19.7%
  • ให้กำลังใจ
    18.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement