'ดาว์พงษ์' ชงทางออก ตั้งคณะกรรมการคุม ยุติปมร้อนม.เอแบค - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'ดาว์พงษ์' ชงทางออก ตั้งคณะกรรมการคุม ยุติปมร้อนม.เอแบค

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ม.ค. 2559 06:10
1,004 ครั้ง


“ดาว์พงษ์” ตัดสินใจตั้งคณะกรรมการควบคุมยุติ “ศึกเอแบค” หลังไม่สามารถไกล่เกลี่ยปัญหาได้ แต่ยังเปิดโอกาสให้เสนอทางออกที่ดีกว่าก่อนลงนาม ปลัดกระทรวงศึกษาเผยยกร่างคำสั่งแล้ว กำลังทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าใจปัญหา ส่วนกรรมการสภาเสียงข้างมากเตรียมอุทธรณ์ ด้านเสียงข้างน้อยยอมรับการตัดสินใจของเจ้ากระทรวง

จากปัญหาความขัดแย้งภายในของผู้บริหารมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ระหว่างกรรมการสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ที่ยืดเยื้อมานาน ทั้งมีเหตุกระทบกระทั่งกัน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ดังนั้นคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงประชุมนัดพิเศษ และมีมติเสนอแนะให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ไกล่เกลี่ยให้ทั้ง 2 ฝ่ายปรองดองกัน หรือใช้อำนาจตามมาตรา 86 (4) วรรคสอง ตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ตั้งคณะกรรมการควบคุม รมว.ศึกษาธิการ ได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จและให้เวลา 7 วันเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาข้อยุติก่อนจะใช้มาตรการควบคุมมหาวิทยาลัยนั้น

ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อบ่ายวันที่ 15 ม.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและฝ่ายกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกันหารือเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งของมหาวิทยาลัยเอแบค โดยไม่มีตัวแทนของคู่กรณีเข้าร่วมประชุม เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายประกาศไม่รับข้อเสนอของอีกฝ่าย การหารือใช้เวลาประมาณ 30 นาที

พล.อ.ดาว์พงษ์เปิดเผยว่า หลังจากได้เชิญกรรมการสภาเอแบค ทั้งสองฝ่ายมาประชุม หาแนวทางแก้ปัญหา ไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.แต่ไร้ข้อสรุป โดยให้ทั้งสองฝ่ายไปตกลงกันเพื่อหาทาง ออกและให้มารายงานภายใน 7 วัน แต่สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายกรรมการสภาเสียงข้างมากเสนอให้กรรมการ สภาฯทุกคนลาออก ส่วนอีกฝ่ายเสนอให้ตั้งสภาฯชุดใหม่ ให้กรรมการสภามาจากฝั่งละ 5 คน และให้กระทรวงฯ ส่งคนกลาง 3 คน เข้ามาร่วม ภายใต้เงื่อนไขว่าทุกคนต้องลาออก แต่ก็ยังมีกรรมการสภาฯบางคนไม่เห็นด้วย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 86 (4) และวรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาบังคับใช้ ตั้งคณะกรรมการควบคุมเข้าไปดูแลเอแบค มอบหมายให้ นพ.กำจร และ สกอ. ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเหมาะสมมาเป็นคณะกรรมการควบคุม รวมถึงต้องดูไม่ให้เกิดผลกระทบนักศึกษา และอาจารย์ คาดว่าจะลงนามในคำสั่งตั้งกรรมการควบคุมได้ภายในสัปดาห์หน้า

“ผมรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องตั้งคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยเอแบค เป็นวิธีการที่ไม่อยากทำ แต่เมื่อไม่มีทางอื่นก็จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ คณะกรรมการควบคุมจะเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาความไม่ลงรอยกันของทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งตรวจสอบโครงการห้องปฏิบัติการเครื่องฝึกบินจำลองเสมือนจริง ว่ามีปัญหาทุจริตจริงหรือไม่ เบื้องต้นจะควบคุมเป็นเวลา 3 เดือน ถ้าการตรวจสอบยังไม่เรียบร้อย จะขยายเวลาเพิ่มไปอีก” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

ส่วนกรณีที่นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดีเอแบค ระบุว่า แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการควบคุมเข้าไปดูแลเอแบค นายสุทธิพรก็ยังมีตำแหน่งเป็นอธิการบดีเอแบคอยู่ เพราะมีคำสั่งศาลปกครองคุ้มครองอยู่ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการควบคุม จะไม่ไปก้าวล่วงคำสั่งศาลปกครอง แต่เมื่อใช้มาตรา 86 (4) วรรค 2 ตั้งคณะกรรมการควบคุมขึ้นมาเป็นสภามหาวิทยาลัยชุดใหม่ สภาฯ ก็มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมขึ้นมาเป็นอธิการบดี จะส่งผลให้ตำแหน่งของนายสุทธิพรหมดวาระตามลงไปด้วย

ด้าน นพ.กำจรกล่าวว่า ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ปิดทาง 100 เปอร์เซ็นต์ ยังเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายเสนอทางออก หากมีทางออกที่ดีกว่าการใช้มาตรา 86 รมว.ศึกษาธิการก็พร้อมพิจารณา อาจจะไม่ออกคำสั่งควบคุมก็ได้ แต่ต้องเป็นข้อเสนอที่มาจากสภาเดียว ที่ไม่มีกรรมการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย ขณะนี้เตรียมร่างคำสั่งและเตรียมทาบทาม ผู้ทรงคุณวุฒิไว้แล้ว 3-4 คน จะต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจปัญหาของเอแบค แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ คาดว่าจะออกคำสั่งควบคุมได้ภายในวันที่ 19 ม.ค.นี้ เพราะฉะนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังมีเวลาที่จะไกล่เกลี่ยกันก่อนออกคำสั่ง ซึ่งหวังว่าระหว่างนี้จะไม่เกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนเรื่องการเรียนการสอนนั้นขณะนี้เปิดเทอมแล้วก็ให้ดำเนินการต่อได้ไปตามปกติ

ต่อข้อถามถึงสาเหตุที่ไม่มีผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เพราะตั้งใจไม่เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาประชุมอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ สกอ.สอบถามมา จึงแจ้งไปว่าไม่ขัดข้อง หากจะมีผู้แทนมาประชุม แต่สุดท้ายได้รับแจ้งจากสกอ.ว่าแจ้งยกเลิกการเชิญประชุมทั้ง 2 ฝ่าย

นายสุทธิพร เป็นกรรมการสภาเสียงข้างมาก ให้สัมภาษณ์หลังทราบคำตัดสินของกระทรวงศึกษาธิการว่า ตนและกลุ่มผู้สนับสนุนได้มีการหารือร่วมกัน ก่อนได้ข้อยุติว่าจะยื่นอุทธรณ์การบังคับใช้มาตรา 86 (4) วรรค 2 ของกระทรวงศึกษาธิการ กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ 15 ม.ค. เนื่องจากเมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบันยังไม่เข้าข่ายที่จะบังคับใช้ ม. 86 (4) วรรค 2 เพราะ ม.เอแบคยังสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

ด้านนายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยเอแบค เสียงข้างน้อย กล่าวว่า เคารพการวินิจฉัยของ พล.อ.ดาว์พงษ์ เพราะเป็นการพิจารณาที่จะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ส่วนตัวยังมองว่าการมีคนกลางเข้ามาควบคุมมหาวิทยาลัยชั่วคราวนั้นไม่ได้ทำให้เอแบคเสื่อมเสียชื่อเสียง และมีข้อดีในเรื่องของการมีคนนอกเข้ามาตรวจสอบ เหมือนมีคนมาช่วยล้างทำความสะอาดบ้านให้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    33.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    33.3%
  • เสียใจ
    33.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement