ผู้นําอิเหนากร้าว ให้กําจัด 'ไอเอส' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ผู้นําอิเหนากร้าว ให้กําจัด 'ไอเอส'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ม.ค. 2559 06:25
3,591 ครั้ง


ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (ภาพ : AP)

เรียกร้องคนทั่วโลก ไทยคุมเข้มชายแดน

ประธานาธิบดีแดนอิเหนาลั่น ขอให้มวลชนร่วมกันกำจัดผู้ก่อการร้ายให้หมดโลก ขณะที่ตำรวจเร่งไล่ล่าขบวนการที่เชื่อมโยงกองกำลังรัฐอิสลาม หลังสืบพบมีชาวอินโดฯที่ไปร่วมรบกับไอเอสในซีเรีย เป็นผู้ประสานงานการโจมตีบ้านเกิดของตัวเองในครั้งนี้ นายกฯสั่งฝ่ายมั่นคงเพิ่มรักษาความปลอดภัยจุดเสี่ยง หลังไอเอสบึมอินโดฯ รองโฆษกรัฐบาลเผย สมช.รายงานยังไม่พบเหตุบ่งชี้ไทยตกเป็นเป้า พร้อมขอประชาชนเป็นหูเป็นตาเพื่อความไม่ประมาท ด้านตำรวจ ตม.คุมเข้มทุกด่านชายแดนไทย

กรณีกลุ่มคนร้าย 5 คน ก่อเหตุโจมตีก่อการร้าย 2 จุด ใกล้ย่านธุรกิจการค้าบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าซารีนาใจกลางกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย รวมทั้งที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เมื่อช่วงสายวันที่ 14 ม.ค. แล้วเกิดการยิงปะทะกันระหว่างฝ่ายคนร้ายกับเจ้าหน้าที่อยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมงเหตุการณ์ จึงยุติ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 7 คน เป็นคนร้าย 5 คน อีก 2 คนเป็นพลเรือน สัญชาติแคนาดาและอินโดนีเซีย ส่วนผู้บาดเจ็บมีอย่างน้อย 20 คน ต่อมา กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ออกมาประกาศว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า ตำรวจอินโดนีเซียระบุเอกลักษณ์ผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน ซึ่ง 2 คนในนี้เคยถูกตัดสินความผิดฐานเป็นกองกำลังติดอาวุธด้วย รวมทั้งนายอาฟิฟ ซุนา คิม ที่ระหว่างก่อเหตุเป็นคนถือปืน พร้อมสะพายกระเป๋าเป้ ถูกศาลตัดสินจำคุก 7 ปี ฐานเข้าร่วมการฝึกที่ค่ายของกองกำลังแห่งหนึ่ง ส่วนคนร้ายอีกคนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกลักษณ์ ตำรวจยังระบุด้วยว่าเหตุโจมตีสิ้นสุดลงเมื่อคนร้าย 2 คนได้กดชนวนระเบิดพลีชีพ เมื่อเหตุการณ์จวนตัวภายในร้านกาแฟสตาร์บัคส์

อีก 3 คนเสียชีวิตในเหตุยิงต่อสู้กับตำรวจและชุดปฏิบัติการพิเศษของอินโดนีเซีย ส่วนผู้บาดเจ็บ 20 คน มีรวมทั้งชาวออสเตรเลีย เยอรมัน และเนเธอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน ตำรวจอินโดนีเซียกำลังเร่งสอบสวนไล่ล่าเครือข่ายก่อการร้าย ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีรวมทั้งที่เกาะชวาและเกาะสุลาเวสี พร้อมยังระบุว่านายบาห์รุม นาอิม ชาวอินโดนีเซีย ที่เชื่อว่ากำลังร่วมต่อสู้กับกลุ่มไอเอสในซีเรีย เป็นผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ประสานงานการโจมตีครั้งนี้

พล.ต.ต. ตีโต คาร์นาวิอัน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ตา ระบุว่านายนาอิมวางเป้าหมายเพื่อรวบรวมกองกำลังที่สนับสนุนกลุ่มไอเอส ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นเอกภาพ และยังเชื่อมโยงกับกลุ่มมูจาฮิดีนอินโดนีเซียตะวันออก (เอ็มไอที) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไอเอส มีฐานอยู่ที่เกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย และว่าเจ้าหน้าที่สามารถทลายแผนโจมตีของกลุ่มไอเอสได้ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว พร้อมจับควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่ง รวมทั้งผู้ต้องสงสัยชายคนหนึ่งอ้างว่ารับคำสั่งมาจากนายนาอิม นอกจากนี้ยังมีผู้พัวพันเครือข่ายหัวรุนแรงถูกจับดำเนินคดีในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2543 ประมาณ 1,000 คน บางคนในจำนวนนี้ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วและกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพและประสานข้อมูลกับประเทศอื่นๆ เพราะถือเป็นเครือข่ายก่อการร้ายโลก ไม่ใช่แค่กลุ่มก่อการร้ายในอินโดนีเซีย

ขณะที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ได้โพสต์ข้อความบนเว็บไมโครบล็อก ทวิตเตอร์ ระบุว่าจะไม่มีพื้นที่สำหรับผู้ก่อการร้ายบนโลก พลเมืองทุกคนในโลกต้องร่วมต่อสู้ผู้ก่อการร้ายด้วยกัน

ต่อมาตำรวจอินโดนีเซียเผยว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงอินโดนีเซีย ที่ออกปฏิบัติการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยอาจพัวพันเหตุโจมตีในกรุงจาการ์ตา ได้สังหารกองกำลังต้องสงสัย 1 คน ระหว่างยิงปะทะกันบนเกาะสุลาเวสีกลางและยังจับผู้ต้องสงสัยได้อีก 2 คนในพื้นที่ จ.ชวาตะวันตก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าทั้ง 3 คนเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสแต่ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุโจมตีที่จาการ์ตา

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงแผนการดูแลคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตา และเมืองต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย ภายหลังที่เกิดเหตุระเบิดที่กรุงจาการ์ตาว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประสานกับเครือข่ายคนไทยในอินโดนีเซีย เปิดเบอร์ฮอตไลน์ของสถานทูตฯ +62 8-1118-6253 ในกรณีฉุกเฉิน ติดต่อหรือแจ้งความช่วยเหลือเข้ามาได้ ที่สถานทูตฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้สถานทูตฯ ยังไม่ออกประกาศห้ามคนไทยเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปอินโดนีเซียส่วนใหญ่ไปยังเกาะบาหลี เชื่อว่าไม่กระทบต่อเส้นทางการท่องเที่ยวของคนไทย ที่จะเดินทางไปอินโดนีเซีย แต่ขอให้นักท่องเที่ยวไทยมีเบอร์โทรศัพท์ของสถานทูตฯ ไว้หรือแจ้งชื่อและที่พักไว้ หากเกิดเหตุการณ์จะได้ติดต่อกันทันที

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กลางกรุงจาการ์ตาว่า หลังเกิดเหตุ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ติดตามเหตุการณ์และสอบถามไปยังสถานทูตไทยในอินโดนีเซียว่า มีคนไทยได้รับผลกระทบหรือไม่ เพื่อความไม่ประมาท นายกฯให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์ กำชับทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร ดูแลสถานที่สำคัญๆ และสถานที่ท่องเที่ยว ขณะที่หน่วยข่าวกรองของไทย ได้มีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยข่าวกรองมิตรประเทศอยู่ตลอด ยิ่งมีข่าวพบการเคลื่อนไหวกลุ่มไอเอสในอาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลยิ่งเพิ่มความ เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ สมช.รายงาน ณ เวลานี้ ยังไม่มีอะไรชี้ว่าไทยตกเป็นเป้าหมายกลุ่มไอเอส

เมื่อถามว่า ข้อมูลเชิงลึกทางการข่าว อาจมีเหตุในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย โอกาสเตรียมที่จะมีการก่อเหตุประเทศไทยด้วยหรือไม่ พล.ต.วีรชนกล่าวว่า ยอมรับว่าเป้าหมายคือมุสลิม ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศมหาอำนาจ ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ ฉะนั้น บทบาทของไทยระมัดระวังมาตลอด แต่อาจไม่ปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ มีการติดตามสถานการณ์ รายงานอยู่ตลอด ตรวจสอบผ่านกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง ประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลหน่วยงานความมั่นคงต่างประเทศอยู่ตลอด ขณะที่นายกฯคงไม่มีการเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ตอนนี้คนไทยเองคงไม่ถึงขั้นต้องตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียว แต่เพื่อความไม่ประมาท ประชาชนต้องตื่นตัวร่วมมือภาครัฐ เป็นหูเป็นตา หากพบอะไรผิดปกติ

ส่วนบรรยากาศตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า สั่งให้ตำรวจในพื้นที่ ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ พร้อมกำชับหาข้อมูลการข่าว แต่ที่ภูเก็ตยังไม่มีรายงานการก่อเหตุร้าย ด้าน พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา เปิดเผยว่า สั่งให้ตำรวจเพิ่มมาตรการป้องกันการก่อเหตุร้ายและกวาดล้างอาชญากรรม สนธิกำลังร่วมกับทหารและฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจและจุดสกัดรวม 32 จุด เน้นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่ พ.ต.ท.ดนยวรรธน์ กอสนาน รอง ผกก.ตม.สงขลา เปิดเผยว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจบุคคลที่เข้าข่ายเฝ้าระวังที่เดินทางเข้าประเทศ รวมถึงประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีคำสั่งให้ตำรวจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเพิ่มความถี่ในการตรวจแหล่งท่องเที่ยว ป้องกันการก่อเหตุร้าย ขอให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรม หากพบวัตถุต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ด้านนางรุจิราภา หอมจันทร์ ผอ.สนามบินน่านนคร ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน เปิดเผยว่า ได้ปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นระดับ 3 เป็นระดับความเข้มงวดสูงสุด กำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มการรักษาความปลอดภัยทุกรูปแบบ เน้นตรวจอาวุธและวัตถุอันตรายในกระเป๋าผู้โดยสาร จัดเจ้าหน้าที่ตรวจอาคารที่พักผู้โดยสารและบริเวณสนามบินตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านชายแดน พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า ได้ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.ตึ๊บ ยาดี รองหัวหน้าด่าน ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ร่วมกันตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้าออกของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด บริเวณด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประ เทศ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นกลุ่มขบวนการไอเอส หรือกลุ่มผู้ไม่หวังดี นอกจากนี้สั่งตั้งด่านตรวจบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก พร้อมคุมเข้มพื้นที่ตะเข็บชายแดนตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อสกัดการลักลอบนำอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาภายในประเทศ

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการเข้มเหตุกลุ่มก่อการร้ายวางระเบิดที่ประเทศอินโดนีเซียว่า แม้บ้านเราไม่ใช่เป้าหมาย แต่ขอให้ทุกคนอย่าประมาท ช่วยกันเพิ่มความเข้มในการลงพื้นที่ ในการตรวจสถานที่ บุคคลสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ ทำให้ประเทศไทยมีความปลอดภัย น่าลงทุน น่าท่องเที่ยว

ส่วน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.กล่าวว่า ได้วิทยุสั่งการให้ ตม.6 รับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนภาคใต้และตม.สนามบินทุกแห่ง ประสานสถานทูตอินโดนีเซียและสถานทูตตุรกี ขอข้อมูลเหตุการณ์และบุคคลต้องสงสัย เพื่อสกัดกั้นกลุ่มบุคคลที่มีประวัติเป็นภัยต่อความมั่นคงหลบหนีเข้ามา สตม.ได้ปรับปรุงระบบการเดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยวางระบบพิมพ์ลายนิ้วมือเข้ามาเป็นเครื่องมือตรวจสอบประวัติท่องเที่ยว ปกติการเดินทางเข้าและออกไทยมี 2 ลักษณะคือ ใช้หนังสือเดินทางและหนังสือเดินทางชั่วคราวในประเทศกลุ่มเพื่อนบ้านไว้ใช้เดินทางเข้าออกประเทศ ที่ผ่านมามีการอะลุ้มอล่วย แต่ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงระบบตรวจสอบบุคคล ตม.ได้นำระบบตรวจลายพิมพ์นิ้วมือมาใช้กับด่าน ตม.ทุกด่านควบคู่กับหนังสือเดินทางชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบยืนยันประวัติบุคคลในการตรวจสอบการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ตม. ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้ามาต้องยื่นหนังสือเดินทางชั่วคราวและตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ

ผบช.สตม.กล่าวว่า ปกติด่าน ตม.สะเดา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและอินโดนีเซียเดินทางเข้าออกวันละ 8,000 คน ต่อวัน แต่ในช่วงเทศกาลมีเข้าออก 14,000 คน ต่อวัน ส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้สั่งให้เพิ่มความเข้มตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียเท่าที่ตรวจสอบไม่น่าจะมีปัญหากระทบประเทศไทย ไม่ประมาทได้สั่งให้เพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวัง ทุกครั้งที่มีเหตุเกิดขึ้นจะมีการแจ้งเตือนหน่วยให้เพิ่มความเข้ม

วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แสดงความเสียพระราชหฤทัย เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินีเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงจาการ์ตา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในประเทศของท่าน ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจ ด้วยใจจริงมายังท่านและผู้ประสบความสูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อเวลา 21.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ สน.ลุมพินี กว่า 50 นาย ออกตรวจเยี่ยมรักษาความปลอดภัยในย่านพื้นที่การท่องเที่ยวของชาวอินโดนีเซียและชาวมุสลิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ย่านนานา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้เพิ่มความเข้มในการลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยยังสถานที่เฝ้าระวังเช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่มีประชาชนพลุกพล่าน ทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว การตั้งจุดตรวจและอำนวยความสะดวกในบริเวณสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ได้ประสานความร่วมมือแลกข้อมูลการข่าวกับตำรวจสันติบาล ยืนยันว่ายังไม่มีรายงานว่า จะมีการก่อเหตุรุนแรงในไทย และกำชับไปยังตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศโดยเฉพาะจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ตรวจตราคนเข้าออก จากสถิติปลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.58 นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกเดือนมากกว่า 10,000 คน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.9%
  • ไม่ชอบ
    30.4%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    22.8%
  • เสียใจ
    22.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement