คณะสงฆ์เตรียมนัดรวมตัว แสดง 'สังฆามติ' หาก รบ.ดองตั้งสังฆราช - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คณะสงฆ์เตรียมนัดรวมตัว แสดง 'สังฆามติ' หาก รบ.ดองตั้งสังฆราช

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ม.ค. 2559 06:01
11,524 ครั้ง


คณะสงฆ์กว่า 40 จังหวัดพร้อมเคลื่อนไหวรวมตัวแสดงสังฆามติ หากรัฐบาลดองเรื่องเสนอทูลเกล้าฯสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แฉดีเอสไอจ้องตรวจสอบรถยนต์ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ ทั้งที่เป็นรถเก่า หวังสร้างภาพลบกับ “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” บิ๊กตู่วอนเคารพการปกครองของสงฆ์ อย่ามัวหาเรื่องทะเลาะกัน

แม้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะส่งมติมหาเถรสมาคม ในการเสนอรายชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไปยังรัฐบาล เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์แล้วนั้น แต่ยังคงมีกลุ่มที่ต่อต้านเรื่องนี้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังให้รัฐบาลชะลอเรื่องดังกล่าวไปก่อน

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า รายชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติเสนอเพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อยู่ที่รัฐบาลแล้ว ศูนย์พิทักษ์ฯ และคณะสงฆ์จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการดองเรื่อง ไม่ยอมนำขึ้นทูลเกล้าฯ นานจนผิดสังเกต เช่น นำข้อเรียกร้องของพระ 1 รูป กับโยม 1 คน มาเป็นเงื่อนไข ในการชะลอเรื่องนี้ไว้ มากกว่าเชื่อความเห็นของมหาเถรสมาคมและพระสงฆ์ทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว ขณะนี้มีคณะสงฆ์กว่า 40 จังหวัดแล้ว ที่ตอบรับจะออกมาร่วมเคลื่อนไหวแสดงสังฆามติในเรื่องนี้

เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯกล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวออกมาว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะเข้าตรวจสอบรถยนต์ ที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ทั้งที่จากการสอบถามข้อมูลจากวัดปากน้ำฯ ทราบว่ามีเอกสารถูกต้องทุกประการ อีกทั้งยังเป็นรถที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของเก่า ร่วมกับของใช้ของคนในสมัยอดีต เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา ไม่ทราบว่าจะเข้ามาตรวจสอบทำไม หากต้องการตรวจสอบหรือขอข้อมูล ทำไมไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาขอข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริง แต่จากกระแสข่าวที่ออกมาพบว่าจะมีการแจ้งนักข่าวมาทำข่าวด้วย ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของดีเอสไอว่า ต้องการอะไรกันแน่ หรือเพียงต้องการให้มีภาพออกไป เพราะต้องการสร้างมลทินให้สมเด็จพระมหารัชมังคลา-จารย์ ตามความต้องการของคนบางกลุ่ม หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความถูกต้องทุกประการ ใครจะเป็น ผู้รับผิดชอบกับภาพข่าวที่สื่อออกไป

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวอีกว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้น มาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ปรารถนาดีต่อคณะสงฆ์ แจ้งมาว่า ดีเอสไอมีการประชุมลับ และนัดกับสื่อมวลชนที่เป็นพรรคพวกตนเองมาร่วมตรวจสอบ ออกข่าวให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีภาพมัวหมอง คนที่ทำจะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่ชัดเจนว่ามีเจตนาสร้างข้อมูลเท็จ มีการเตรียมใช้สื่อขยายความให้คนเห็นผิดจากข้อเท็จจริง

ด้านนายพิศาล แช่มโสภา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า เรื่องรถไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่อ้างว่าเป็นของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เรื่องนี้อยากให้ทุกฝ่ายใช้ปัญญา คิดพิจารณาว่า ท่านจะต้องซื้อรถทำไม ในเมื่อชาวพุทธที่เลื่อมใสท่านมีอยู่มาก ระดับท่านไม่จำเป็นต้องซื้อ ก็มีพอใช้ปฏิบัติศาสนกิจอยู่แล้ว ได้รถมาอย่างไร เรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก อย่านำการเมืองเข้ามาแทรกแซงในกิจการพระพุทธศาสนา ด้วยวิธีการที่ไม่สะอาด แค่นี้พระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ก็มีความรู้สึกที่แย่พออยู่แล้ว

สำหรับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช จ.พิษณุโลก หลังเสร็จสิ้นพิธีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวให้โอวาทว่า พระสงฆ์ต้องตั้งใจปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ สร้างพระพุทธศาสนาให้งดงาม ทั้งต้องคอยระวังภัยต่อพระศาสนาด้วย รัฐบาลต้องการปรองดองสมานฉันท์ จะเกิดขึ้นได้เพราะอำนาจของศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคม ก็มีมติดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดในประเทศนี้ คณะสงฆ์จะมีการดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการนี้จะสิ้นสุดในปี 2560 ก็ตาม โดยการดำเนินการโครงการนี้วัตถุประสงค์ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชน

ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า เรื่องศาสนาวันนี้เริ่มขัดแย้งกันอีกแล้ว กล่าวหาว่าข้างนั้นข้างนี้ ไม่สนใจ เพราะเป็นชาวพุทธ เคารพในพระสงฆ์ ในคำสอนพระพุทธเจ้า ไม่สนใจผู้นำแต่ละฝ่ายว่าเป็นใคร ทุกคนก็อาจจะมีความปรารถนาดี แต่อย่าลืมว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง สมัยก่อนจำได้ไหม โลกใบนี้รบกันเรื่องของศาสนามากมายสงครามศาสนาตายกันทั้งประเทศ รัฐบาลเป็นห่วงเรื่องนี้ เป็นห่วงประชาชนที่ให้ความเคารพนับถือ ภายใต้การนำของแต่ละฝ่ายมากกว่า ใครผิดใครถูกยังไม่กล่าวถึงตรงนั้น

นายกฯกล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นไปหาทางออกให้ได้ หากยังใช้อารมณ์ใช้ความรู้สึก กฎหมายอยู่ตรงไหนไม่รู้ อีกกลุ่มบอกว่าต้องรีบทำ อีกกลุ่มบอกว่าทำแล้วทำไมไม่โปร่งใส แล้วจะไปทางไหน ต้องการความสงบสุขของบ้านเมือง ต้องการดำรงความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพุทธและพระสงฆ์ วันนี้อย่าทะเลาะกันอีกเลยเรื่องแบบนี้ หยุดเถิด อะไรเป็นกิจของสงฆ์ของฆราวาสแยกให้ออก ต่างฝ่ายต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้เสื่อมความนับถือ หม่นหมอง เคารพในกฎหมาย เคารพในการปกครองของพระสงฆ์ เรื่องใครจะทำผิดทำถูกไปหาวิธีการมา ไปหาข้อยุติมา อย่ากล่าวอ้างกันไปเรื่อยๆ กฎหมายมีอยู่ ถ้าเราไม่ทำตามกฎหมายก็ไม่ได้อีก แต่จะทำอย่างไรไม่ทำให้ทะเลาะกัน วันเวลาที่เหมาะสมเป็นเรื่องของรัฐบาลจะดำเนินการ ไม่ต้องมาบังคับ ไม่อย่างนั้นทุกเรื่องใครก็แล้วแต่ก็วางระเบิดเวลาทุกที่ไป ทุกเรื่อง ทุกงาน ไว้ให้ คสช. ไว้ให้รัฐบาลเหยียบกับระเบิดทุกวัน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    67.0%
  • ไม่ชอบ
    11.5%
  • สนุก
    10.9%
  • ประหลาดใจ
    0.9%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    9.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement