วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงฆ์40จังหวัดเตรียมเคลื่อน หาก รบ.ดองเรื่องทูลเกล้าฯ 'สมเด็จช่วง'

คณะสงฆ์กว่า 40 จังหวัดพร้อมเคลื่อนรวมตัวแสดงสังฆามติ หากพบรัฐบาลดองเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แฉดีเอสไอ จ้องตรวจสอบรถยนต์ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ ทั้งที่เป็นรถเก่า หวังสร้างภาพลบกับ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) จะมีการส่งมติมหาเถรสมาคมในการเสนอรายชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไปยังรัฐบาล เพื่อให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วนั้น แต่ยังคงมีกลุ่มที่ต่อต้านเรื่องนี้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังให้รัฐบาลชะลอเรื่องดังกล่าวไปก่อนนั้น

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า รายชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติเสนอเพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อยู่ที่รัฐบาลแล้ว ดังนั้น ศูนย์พิทักษ์ฯ และคณะสงฆ์จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการดองเรื่องไม่ยอมนำขึ้นทูลเกล้าฯ นานจนผิดสังเกต เช่น นำข้อเรียกร้องของพระ 1 รูป กับโยม 1 คน มาเป็นเงื่อนไข ในการชะลอเรื่องนี้ไว้ มากกว่าเชื่อความเห็นของมหาเถรสมาคม และพระสงฆ์ทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว โดยขณะนี้มีคณะสงฆ์กว่า 40 จังหวัด แล้ว ที่ตอบรับจะออกมาร่วมเคลื่อนไหวแสดงสังฆามติในเรื่องนี้

เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ ฯ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันยังมีกระแสข่าวออกมาว่าทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะมีการเข้าตรวจสอบรถยนต์ที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ทั้งที่จากการสอบถามข้อมูลจากทางวัดปากน้ำฯ ก็ทราบว่ารถยนต์ดังกล่าวมีเอกสารถูกต้องทุกประการ อีกทั้งยังเป็นรถที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของเก่า ร่วมกับของใช้ของคนในสมัยอดีต เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา จึงไม่ทราบว่า จะมีการเข้ามาตรวจสอบทำไม หากต้องการตรวจสอบหรือขอข้อมูล ทำไมไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาขอข้อมูล และสอบถามข้อเท็จจริง

แต่จากกระแสข่าวที่ออกมาพบว่า จะมีการแจ้งนักข่าวมาทำข่าวด้วย จึงไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของดีเอสไอว่า ต้องการอะไรกันแน่ หรือเพียงต้องการให้มีภาพออกไป เพียงเพราะต้องการสร้างมลทินให้เกิดกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ตามความต้องการของบุคคลบางกลุ่ม และหากผลการตรวจสอบพบว่ามีความถูกต้องทุกประการ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับภาพข่าวที่สื่ออกไป

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวอีกว่า กระแสข่าวดังกล่าวมาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ปรารถนาดีต่อคณะสงฆ์ แจ้งมาว่า ดีเอสไอ มีการประชุมลับ ในเรื่องดังกล่าวแล้ว และที่จะมีการนัดกับสื่อมวลชนที่เป็นพรรคพวกตนเอง มาร่วมตรวจสอบ แล้วออกข่าวให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีภาพมัวหมอง คนที่ทำ จะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่ชัดเจนว่ามีเจตนาสร้างข้อมูลเท็จ มีการเตรียมใช้สื่อขยายความให้คนเห็นผิดจากข้อเท็จจริงขณะเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของกลุ่มพระสงฆ์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เจ้าคุณเบอร์ลิน พระโสภณพุทธิวิเทศ เป็นต้น ได้มีการส่งต่อข้อความ โดยระบุว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าตรวจวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นที่จำพรรษาของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในการตรวจค้น ตรวจยึดรถเก่าในอาคารพิพิธภัณฑ์ภายในวัดปากน้ำภาษีเจริญทั้งหมด พร้อมทั้งมีการกล่าวหาว่า เป็นรถหรูผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการเล่นเกมก่อสังฆเภทในสยามประเทศ ยื้อเรื่อง สารพัดอ้าง แล้วแตะมือกับกลุ่มแนวร่วมทางการเมืองเดิม ๆ พวกสุดโต่ง ดำเนินการป้ายความผิดให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ด้านนายพิศาล แช่มโสภา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า เรื่องรถไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่อ้างว่าเป็นของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งในเรื่องนี้อยากให้ทุกฝ่ายใช้ปัญญาในการคิดพิจารณาว่า ท่านจะต้องซื้อรถทำไม ในเมื่อชาวพุทธที่เลื่อมใสท่านมีอยู่มาก ระดับท่านไม่จำเป็นต้องซื้อ ก็มีพอใช้ปฏิบัติศาสนกิจอยู่แล้ว สำคัญที่คนซื้อถวายว่า ได้รถมาอย่างไร เรื่องนี้ก็พิสูจน์ได้ไม่ยาก ทั้งนี้ ตนเห็นว่า อย่านำการเมืองเข้ามาแทรกแซงในกิจการพระพุทธศาสนาด้วยวิธีการที่ไม่สะอาด แค่นี้พระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ก็มีความรู้สึกที่แย่พออยู่แล้ว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังคงมีการปฏิบัติศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช จ.พิษณุโลก โดยมีพระสงฆ์เข้าร่วพิธี กว่า 500 รูป

โดยหลังเสร็จสิ้นพิธี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวให้โอวาทว่า พระสงฆ์ต้องตั้งใจปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อสร้างพระพุทธศาสนาให้งดงาม ทั้งต้องคอยระวังภัยต่อพระศาสนาด้วย รัฐบาลต้องการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เพราะอำนาจของศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา และทางมหาเถรสมาคม ก็มีมติดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดในประเทศนี้ และทางคณะสงฆ์จะมีการดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการนี้จะสิ้นสุดในปี 2560 ก็ตาม โดยการดำเนินการโครงการนี้วัตถุประสงค์ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในประเทศ ทั้งเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชน.