วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แดงเดือดเลือดสาด! เจาะลึกก่อนเกม 'หงส์' เปิดรังกระแทก 'ผี'

อีกไม่กี่ชั่วโมง "ศึกแดงเดือด" ครั้งที่ 194 แมตช์ที่คนทั้งโลกตั้งตาคอยกำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง "หงส์แดง" หรือ "ผีแดง" ผู้ชนะเท่านั้นที่จะผงาด!!!!!!

ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่คอบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอรับชม สำหรับ "ศึกแดงเดือด" ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยอดทีมที่มีอดีตแชมป์ข่ม จะเปิดสนามแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของอริตลอดกาลอย่าง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก 20 สมัย

ในฤดูกาลนี้ทั้งคู่ได้ลงตะบันแข้งเลือดสาดกันไปแล้วในเกมแรกที่สนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด และผลปรากฏว่าเป็นพลพรรคทัพอสูร เป็นฝ่ายไล่ถอนขนหงส์แดงแบบไม่มีชิ้นดี 3-1 อีกทั้งยังเป็นการแจ้งเกิดเปิดซิงลูกแรกในสีเสื้อเรดอาร์มีของเจ้าหนูวัย 20 ปี อองตวน มาร์เชียล ที่ถูกเหล่าเดอะค็อปเย้ยหยันว่าซื้อตัวมาแพงกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม อดีตมันก็คืออดีต ปัจจุบันกำลังใกล้เข้ามา เฮดโค้ชของหงส์แดงก็เปลี่ยนมือ จาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มาเป็น เยอร์เกน คลอปป์ แล้ว ทำให้เกมแดงเดือดที่จะฟาดแข้งในวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม เวลา 21.05 น. นี้ จะเป็นแมตช์ที่เข้มข้นปะทุขึ้นไปอีก ซึ่งวันนี้ทางไทยรัฐออนไลน์ก็จะมาโหมโรงเจาะลึกขุมกำลังของทั้งสองทีมก่อนเกมจะฟาดฟันขึ้น ตำแหน่งต่อตำแหน่ง อย่าให้เสียเวลา เรามาดูกันเลยว่าทีมใดกันแน่มีภาษีดีกว่ากัน! 

ผู้รักษาประตู ซิมง มินโญเลต์ (ลิเวอร์พูล) vs ดาบิด เดเคอา (แมนฯยูไนเต็ด)

ในตำแหน่งนายด่านต้องบอกว่าชั่วโมงนี้ ดาบิด เดเคอา เหนือกว่า ซิมง มินโญเลต์ หลายขุม ด้วยความสม่ำเสมอที่มีในทุกๆ เกม อีกทั้งยังคอยช่วยเซฟประตูสำคัญๆ ให้กับผีแดงเก็บแต้มได้เสมอ ก็เป็นเครื่องหมายการันตีว่า เดเคอา คือแข้งสำคัญที่ปิศาจแดงจะขาดไปไม่ได้ 

ขณะที่ มินโญเลต์ ฟอร์มตอนนี้ต้องบอกว่า 3 วันดี 4 วันไข้ วันไหนองค์ลงเมื่อไหร่ก็กลายเป็นเทวดาของเหล่าเดอะค็อปทันที แต่ทว่าหากวันใดออกอาการเหวอจนพลาดเสียประตู เมื่อนั้นเขาคนนี้จะกลายเป็นแพะหลังเกมแบบไม่ต้องสืบ

กองหลัง : โคโล ตูเร (ลิเวอร์พูล) vs คริส สมอลลิง (แมนฯยูไนเต็ด) 

"หงส์แดง" กำลังประสบปัญหากองหลังอย่างหนักเมื่อ 3 แข้งเซนเตอร์ฮาล์ฟของทีมอย่าง มาร์ติน สเกอร์เทล, เดยัน ลอฟเรน และ มามาดู ซาโก มีแนวโน้มว่าอาจจะลงช่วยทีมในศึกแดงเดือดไม่ได้ ทำให้ภาระต้องมาตกอยู่ที่ โคโล ตูเร เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมฮาเฮ ที่เป็นแข้งประสบการณ์คนเดียวที่เหลืออยู่เวลานี้ ส่งผลให้แบ็กทั้งสองข้างที่เป็นตัวหลักของทีมอย่าง อัลแบร์โต โมเรโน และ นาธาเนียล ไคลน์ จะต้องยกระดับช่วยทีมมากกว่านัดก่อนๆ

ด้าน "ปิศาจแดง" มีเกมรับที่ลงตัวตามปรัชญาของ หลุยส์ ฟานกัล โดยมีเกมรับเป็นอันดับ 2 ของลีก แต่ทว่านัดล่าสุดที่เสมอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-3 นั่นอาจจะทำให้เกมรับของทัพอสูรเกิดอาการเป๋หรือไม่ โดยเฉพาะ ดาลีย์ บลินด์ ที่ทุกคนต่างชี้ให้เป็นจุดอ่อน แต่ทว่าคุณนายปรัชญายังติดอีโก้เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต่อไป ส่วนหัวใจสำคัญของทีมอย่าง "เดอะ คิง ไมค์ เปเล" คริส สมอลลิง ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกองหลังระดับต้นๆ ของลีกนับตั้งแต่ที่อ้วนรองทรง เรียกชื่อผิดวันงานแถลงแต่งตั้งกัปตันทีมเมื่อต้นฤดูกาลจะเป็นแกนหลักในศึกแดงเดือดครั้งนี้เหมือนเดิม 

โดยรวมแล้ว เกมรับของ "ปิศาจแดง" ยังเหนือกว่า "หงส์แดง" อยู่พอสมควร อันดับ 2 เกมรับดีที่สุดไม่ได้มาด้วยโชคช่วยแน่นอน อีกทั้ง "หงส์แดง" เวลานี้ก็ไม่เหลือเซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักไว้ใช้งานเลยทำให้ตำแหน่งนี้ ปิศาจแดง มีภาษีดีกว่า

เพลย์เมกเกอร์ : อดัม ลัลลานา (ลิเวอร์พูล) vs อองตวน มาร์เชียล (แมนฯ ยูไนเต็ด)

การไม่มี ฟิลิปเป คูตินโญ จอมทัพตีนตะขอตัวเก่งของทีมที่เจ็บฮาร์มสตริงทำให้ อดัม ลัลลานา เพลย์เมกเกอร์สายม้วน ต้องยกระดับขึ้นมาปั้นเกมหงส์แดงเต็มตัว และเกมล่าสุดที่เสมอกับ อาร์เซนอล 3-3 เจ้าตัวก็ถือว่ามีฟอร์มที่ไม่ขี้เหร่เลยทีเดียว ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม, เอ็มเร ชาน, เจมส์ มิลเนอร์ จะพร้อมลงสนามช่วยทีมเหมือนเดิม

ขณะที่ผีแดงชั่วโมงนี้เกมรุกเหมือนต้องพึ่งพา อองตวน มาร์เชียล เด็กใหม่ตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยเจ้าตัวถือว่าเป็นแข้งที่เลี้ยงบอลติดเท้าดีที่สุดในทีมและเป็นคนที่สร้างสรรค์ทำประตูมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งอย่าไปเหมารวมกับพวกแข้งหลักตัวอื่นๆอย่าง ฮวน มาตา, อันเดรส ลินการ์ด และ อันเดร เอร์เรรา ที่พร้อมจะเข้าฝั่งและออกทะเลได้ทุกเมื่อ วันไหนผีเข้าก็ดีใจหาย แต่ทว่าวันไหนผีออกก็กดสูตรวินวอร์คของดอทเอหายตัวไปจากเกมเลย

เทียบกันแล้วตำแหน่งกองกลางถือว่าสูสีกันเลยทีเดียว และการขาด บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ของ ปิศาจแดง อาจทำให้แดนกลางของทีมเยือนยวบพอสมควร ดังนั้นในแผงกองกลางเชื่อว่าเจ้าถิ่นจะเหนือกว่าเล็กน้อย

กองหน้า : โรแบร์โต เฟอร์มิโน (ลิเวอร์พูล) vs เวย์น รูนีย์ (แมนฯยูไนเต็ด)

แดนหน้าของ "หงส์แดง" เวลานี้ถ้าตัด ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงกระดูกยุง ก็จะเหลือตัวเลือก 2 คนนั่นคือ คริสเตียน เบนเตเก ดาวยิงสายถึกควายทุย กับ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ดาวยิงชาวแซมบ้าหน้าละม้ายคล้ายชาวเอเชีย ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเล่นไปเล่นมาจะเป็น เฟอร์มิโน ที่เล่นเข้ากับระบบของ เยอร์เกน คลอปป์ มากกว่า เบนเตเก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมล่าสุดที่เสมอกับ อาร์เซนอล 3-3 เจ้าเฟอร์มิโน ก็ตะบันไปถึง 2 ลูก และในศึกแดงเดือดครั้งนี้อดีตดาวยิงของฮอฟเฟนไฮม์ก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะเบียด เบนเตเก ไปนั่งตบยุงลายบนม้านั่งสำรองอีกครั้ง

ส่วนศูนย์หน้าของ "ปิศาจแดง" จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เจ้าหมูค่าเหนื่อยสามแสนปอนด์ กัปตันทีมหัวหน้าแก๊งสปีดเต่าอย่าง เวย์น รูนีย์ ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าสภาพไม่เหลือเคล้าที่จะเป็นกองหน้าของผีแดงได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เปิดศักราช 2016 มา เวย์น รูนีย์ คนเก่าที่พลพรรคอสูรรู้จักเขากำลังกลับมาอย่างช้าๆ โดยยิงไปแล้ว 4 ลูกจาก 3 นัดตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา และมีฟอร์มที่ดีขึ้นกว่าเดิมยิ่งขึ้น

ทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสุดขีด ถ้าให้เลือกว่าใครดีกว่ากันในตำแหน่งนี้ต้องบอกว่าเลือกยากเหลือเกิน แต่เชื่อได้เลยว่าการจบสกอร์ของทั้งคู่ในแมตช์นี้จะเป็นตัวชี้วัดผลการแข่งขันในบั้นปลายอย่างแน่นอน

กุนซือ : เยอร์เกน คลอปป์ (ลิเวอร์พูล) vs หลุยส์ ฟานกัล (แมนฯยูไนเต็ด)

เยอร์เกน คลอปป์ ผู้เข้ามาพลิกชีวิตของเหล่าเดอะค็อปให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยฟอร์มการเล่นที่เปลี่ยนจากยุค เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จากฝ่าเท้าเป็นหน้ามือ เสริมความใจสู้ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวนักเตะอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ศึกแดงเดือด จะเป็นครั้งแรกที่ คลอปป์ จะมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับแมตช์แห่งศักดิ์ศรีนี้และจะเป็นตัวชี้วัดกึ๋นของกุนซือรายนี้ต่อหน้าความกดดันที่มากกว่าแมตช์ก่อนๆ และเราจะได้รู้กันว่าเขาจะทำได้ดีขนาดไหน

ส่วนทางหลุยส์ ฟานกัล นายใหญ่จอมปรัชญาของปิศาจแดง ผู้ซึ่งถูกโฉลกกับการจับหงส์แดงเชือดคอเลือดกระเด็น โดยเกมลีกที่พบกัน 3 ครั้งนั้นเป็นลูกทีมของเฮียหลุยส์ เก็บชัยทุกนัด อย่างไรก็ตามด้วยฟอร์มการเล่นที่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และตัวเขาก็ส่อแววโดนไล่ออกจากตำแหน่งได้ทุกเมื่อจากผลงานชนะ 2 จาก 11 นัดหลังสุดทำให้แมตช์วันนี้ตัวเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับบอร์ดบริหาร รวมไปถึงคว้าใจบรรดาเรดอาร์มีอีกครั้งอย่างแน่นอน

วิเคราะห์ฟันธง : การที่มีแข้งตัวหลักได้รับบาดเจ็บทั้งแนวรับและแนวรุกจะส่งผลกระทบต่อการวางแท็กติกของ เยอร์เกน คลอปป์ อย่างแน่นอน และการถูกโฉลกเคี้ยวหงส์แดงเป็นขนมกรุบกรอบของนายใหญ่ปรัชญารองทรงจะเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับแข้งปิศาจแดงมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นรูปเกมจะเป็นไปอย่างสนุกทั้งสองฝั่งต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ซึ่งต้องมาดูกันว่าเกมรุกใครจะคมมากกว่ากัน โอกาสแบ่งแต้มของทั้งสองทีมมีสูงเหลือเกิน แต่ถ้าให้เลือกข้างชนะ ขอเลือกปิศาจแดงที่ตัวนักเตะพร้อมจะดีกว่า

สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯยูไนเต็ด 1-1 หรือ แมนฯยูไนเต็ดบุกเชือด 2-1