เครือข่ายไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ยื่นหนังสือร้อง ผวจ.สงขลา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เครือข่ายไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ยื่นหนังสือร้อง ผวจ.สงขลา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 22:42
632 ครั้ง


ตัวแทนเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ขอรับทราบข้อมูล และขอคัดถ่ายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอใช้ประโยชน์ และการขอถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ เพื่อประกอบกิจการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา...

เมื่อวันที่ 15 ม ค. เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลาง จ.สงขลา ตัวแทนเครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เดินทางไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้สอบวินัย นายก อบต.ปากบาง และขอตรวจสอบที่ดินสาธารณะที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ไปยกให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา


ด้าน นายหมิด ชายเต็ม เครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาพบผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้สอบวินัย นายเกษม รามัญเศษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง กรณีเกี่ยวกับคดี คดีอาญาโดยมีแนบหนังสือร้องเรียน กรณีนายกอบต.ปากบางเทพาข่มขู่เอาชีวิต โดยมีปลัดจังหวัดรับหนังสือแทน

นายหมิด กล่าวอีกว่า หลังจากปลัดจังหวัดออกมาพบ และได้สอบถามว่ามาร้องเรียนเรื่องอะไร ผมก็เล่าให้ฟังว่า ได้ถูก นายเกษม รามัญเศษ กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เข้าไปที่บ้านของข้าพเจ้ายามวิกาล ตบเตะทุบประตูเพื่อเรียกข้าพเจ้า ในลักษณะข่มขู่คุกคาม และหลังเกิดเหตุได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเทพา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความเป็นคดีแล้ว แต่ นายเกษม รามัญเศษ มีตำแหน่งเป็นถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ควรให้เกิดเป็นเยี่ยงอย่างแก่ใคร ทั้งๆ ที่ นายเกษม ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ปกครองท้องถิ่นย่อมต้องดูแลสุขทุกข์ของประชาชน กลับกระทำการอันเป็นการสร้างความไม่สงบสุขเสียเอง ข้าพเจ้าในฐานะผู้ถูกกระทำ และในฐานะลูกบ้านของนายเกษม จึงเรียนมายังท่านเพื่อขอให้ท่านได้โปรดตรวจสอบความประพฤติดังกล่าวของ นายเกษม รามัญเศษ

ปลัดจังหวัดถามกลับว่า มีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือผมยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง และได้ถามปลัดจังหวัดว่า เป็นการกระทำของ นายกอบต.ปากบางเทพา เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ปลัดจังหวัดตอบว่า ไม่เหมาะสม และไม่ควรเกิดเหตุการ์เช่นนี้ขึ้น โดยจะรับเรื่องไว้และจะแจ้งให้ผู้ว่าได้ทราบเรื่องต่อไป

ด้าน นายสุไหล ชายเต็ม ตัวแทนเครือข่ายฯกล่าวว่า วันนี้ทางเครือข่ายมาร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา 2 เรื่อง คือให้สอบวินัย นายก อบต.ปากบางเทพา และขอทราบเกี่ยวกับการขอใช้ประโยชน์ และการขอถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ เพื่อประกอบกิจการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ช่วงที่ผ่านมาชาวบ้านทราบว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท คอนซัล แทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด (บริษัทที่ปรึกษา) ได้ทำการศึกษา และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโครงการท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยโครงการดังกล่าวมีพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยในพื้นที่ดังกล่าวมีที่สาธารณประโยชน์ที่ชุมชนใช้ร่วมกันอยู่ด้วย


นายสุไหล กล่าวอีกว่า เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นผู้อาจได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา รวมถึงอาจได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการขอใช้ และการขอถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ของโครงการดังกล่าว จึงมีความประสงค์ขอทราบข้อมูลว่า กฟผ. ได้มีการดำเนินการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ ขอถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ และขออนุญาตใดๆ เพื่อใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินหรือไม่ อย่างไร พร้อมทั้งขอเอกสารที่ยื่นคำขอ คำสั่งเกี่ยวกับคำขอ และเอกสารประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขอทราบว่า กระบวนการขั้นตอนการขอใช้ และการขอถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ทั้งหมด ในปัจจุบันอยู่ถึงขั้นตอนไหน และจะมีกระบวนการขั้นตอนต่อไปอย่างไรบ้าง โดยขอให้ท่านอธิบายกระบวนการขั้นตอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ทราบด้วย พร้อมทั้งขอเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการ และตรวจสอบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อให้ยุติการโฆษณา หรือการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อประชาชน หรือการให้ข้อมูลในลักษณะที่อาจจะก่อให้เกิดความแตกแยก และความเข้าใจผิดในชุมชน ที่เกี่ยวกับกรณีการก่อสร้างท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือการดำเนินการใดๆ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดในชุมชน

โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ กฟผ.เข้าไปสำรวจต้นไม้ และเข้าไปรังวัดที่ดินในที่สาธารณประโยชน์ และให้ชาวบ้านในพื้นที่ลงชื่อรับรอง เนื่องจากสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ในอนาคตโดยข้อมูลที่ขอคัดถ่ายดังกล่าว เป็นข้อมูลข่าวสารราชการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารราชการ พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานรัฐต้องจัดให้มีไว้ และต้องไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ได้รับผลกระทบหรืออาจจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการขุดเจาะดิน ทั้งในทะเล ชายฝั่งทะเล และชายหาดดังกล่าว จึงเป็นผู้มีสิทธิที่จะทราบข้อมูล และคัดถ่ายข้อมูลดังกล่าวได้

นายสุไหล กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากปลัดจังหวัดรับหนังสือก็ได้ให้คำตอบว่า กรณีเรื่องที่ดินสาธารณะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของนายอำเภอเทพา จึงได้เล่าให้ปลัดจังหวัดฟังว่า เมื่อวานได้เดินทางไปพบนายอำเภอเทพา เพื่อสอบถามกรณีการรังวัดที่ดินสาธารณะที่ยกให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน นายอำเภอเทพาบอกว่าไม่รู้เรื่อง ให้ไปถามที่ดิน เมื่อไปถามที่ดินอำเภอเทพา ทางที่ดินอำเภอก็ไม่รู้เรื่อง สรุปชาวบ้านสับสนมากว่า เรื่องสำคัญของบ้านเมือง มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบกันบ้าง ฝากไว้ก่อน แล้วชาวบ้านจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    66.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    33.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement