จำได้มั้ย? ‘เคิร์ก โรลลิ่ง’ พระเอกหน้าหวาน! เปิดตัวลูก-ภรรยานางเอก 'แก้วหน้าม้า' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

จำได้มั้ย? ‘เคิร์ก โรลลิ่ง’ พระเอกหน้าหวาน! เปิดตัวลูก-ภรรยานางเอก 'แก้วหน้าม้า'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2559 07:30
322,746 ครั้ง


เมื่อย้อนกลับไปในปี 2536 ถ้าให้พูดถึงพระเอกวัยรุ่นชื่อดังจะต้องมีชื่อของหนุ่ม เคิร์ก โรลลิ่ง พระเอกที่แจ้งเกิดจากละครเรื่องแรกอย่าง หวานมันส์ ฉันคือเธอ คู่ขวัญกับนางเอกสาว ต่าย สายธาร นิยมการณ์ ละครที่ทำให้หนุ่มเคิร์กดังเพียงชั่วข้ามคืน เปลี่ยนชีวิตของเคิร์กจากเด็กกะโปโลมาเป็นนักแสดงที่เป็นขวัญใจวันรุ่นในยุคนั้

มาวันนี้ เด็กรุ่นใหม่อาจจะสงสัยว่าใครคือ เคิร์ก โรลลิ่ง แต่สำหรับอีกหลายคน เชื่อว่ายังต้องจำพระเอกลูกครึ่งหน้าหวานคนนี้ได้ วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาแฟนๆ ที่ยังนึกถึงผู้ชายคนนี้ ไปย้อนวันวานกับซุปตาร์คนดัง ไปอัพเดตถึงชีวิตหลังจากที่ห่างหายไปจากหน้าจอนานกว่า 10 ปี

เข้าวงการบันเทิงได้อย่างไร?
“ตอนนั้นเคิร์กอายุ 19 ย่าง 20 เป็นความนึกสนุกแบบเด็กๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีชื่อเสียง คิดแค่ว่าตอนนั้นอยากหาตังค์กินขนม ที่บ้านไม่ได้มีฐานะที่แค่เดินไปบอกพ่อแม่แล้วจะได้ของเล่น วันนั้นไปขายร้านก๋วยเตี๋ยวของเพื่อนเพื่อเก็บตังค์ไปเที่ยว แล้วมีพี่ที่อยู่ในวงการมากินแล้วชวนไปเทสงาน ก็เลยไปถ่ายรูปทิ้งเอาไว้ ก็นานเหมือนกัน แล้วพี่แอม บรอดคาซท์ กำลังหาพระเอกละคเรื่องหวานมันส์ฉันคือเธอ แล้วไปเจอรูปเคิร์ก เลยโทรเรียกให้มาแคสงาน ตอนที่มาเจอพี่แอม ผมกระเซิง มีหนวดเครา ขี่มอเตอร์ไซค์ แล้วได้เจอพี่หน่อง พี่หน่องเสนอกับนายประวิทย์ ปรากฏว่าผ่าน ก็ได้เริ่มต้นทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่ตอนนั้น”

เคิร์กกับงานถ่ายแฟชั่น ขอบคุณภาพจากลูกกวาดมอมแมม www.pantip.com

เล่นละครเรื่องแรกก็แจ้งเกิดเลย?
“ใช่ ไม่เคยคิดเลยว่าละครเรื่องหวานมันส์ฉันคือเธอจะทำให้เปรี้ยง ทำให้ดังภายในข้ามคืน เพราะในสมัยนั้น ยังไม่มีพระเอกคนไหนที่จะกล้าเล่นบทแต๋วๆ จ๊ะจ๋า เพราะก่อนที่เคิร์กจะมาเล่นละครเรื่องนั้นก็มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงกันเยอะ เพราะไม่มีใครกล้าเล่นบทนี้ จนต้องปั้นพระเอกใหม่ และเคิร์กก็ไม่รู้ว่าการที่จะต้องมาเป็นพระเอกแล้วเล่นบทตุ้งติ้งมันจะเป็นภาพติดตัวเรา ยิ่งเล่นเหมือนมากเท่าไหร่ คนก็คิดว่าเราตุ้งติ้งจริงๆ และทำให้คนดูละครติดภาพนั้น พอจะไปเล่นบทอื่นที่แตกต่างก็ทำให้ผู้จัดกังวลว่าจะเล่นได้รึเปล่า เล่นแล้วคนจะเชื่อมั้ย”

ไปไหนมาไหนแฟนๆ ละครถามมั้ยว่าเป็นแบบในละครรึเปล่า?
“แน่นอน เล่นละครเรื่องต่อมาก็ไม่สามารถลบภาพจากละครเรื่องแรกได้ ช่วง 3-4 ปีแรก คนรอบข้างก็คิดว่าเคิร์กเป็นมั้ย เพราะตอนนั้นไม่มีข่าวเรื่องผู้หญิงเลย ยิ่งตอกย้ำว่าเราเป็นแน่ๆ (ยิ้ม) ซึ่งมันก็นานมากกว่าจะลบภาพนี้ไปได้”

ถ่ายปก THE BOY หนังสือวัยรุ่นชื่อดังในยุคนั้น ขอบคุณภาพจาก ลูกกวาดมอมแมม
เคิร์ก ถ่ายแบบกับน้องจีโน่ ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

จากเด็กธรรมดา มาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง?
“เคิร์กเป็นแค่เด็กกะโปโลคนนึงที่ถูกจับให้มาเป็นพระเอกเล่นละครแล้วมีชื่อเสียงเพราะเคิร์กไม่ได้มีความตั้งใจว่าจะต้องเป็นนักแสดงหรือทำงานในวงการมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นที่ละครดังรู้สึก งงๆ มึนๆ ทำตัวไม่ถูก ไปไหนคนรู้จักคนมอง ช่วงระยะเวลา 2 ปีแรกที่มีชื่อเสียง เคิร์กยอมรับว่าวางตัวผิดไปเยอะ วางตำแหน่งตัวเองผิดไป เอาแต่ใจตัวเองมากไป วู่วามมากเกินไป มันหาจุดที่เป็นตรงกลางไม่เจอ ไม่มีความพอดี เพราะไม่มีความรู้เรื่องการวางตัว ไม่มีใครบอก กว่าจะหาความพอดีได้ก็เกือบจะสาย”

รุ่งเรืองแค่ไหนในช่วงที่ทำงานในวงการ?
“ถ่ายแฟชั่นเล่มแรกหน้าในได้เงินมา 500 บาท เทียบกับสมัยนี้แตกต่างกันมาก (หัวเราะ) รู้สึกดีใจนะ เราหาเงินเองได้ พอเริ่มมีคนรู้จักก็ได้ออกงานอีเวนต์ โชว์ตัวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด สมัยนั้นได้ 2 หมื่น 5 หมื่นก็ว่าเยอะแล้วนะ แต่สมัยนี้เหยียบแสน รู้สึกเสียดายไม่น่าเกิดเร็วเลย (หัวเราะ) ช่วงที่เคิร์กเข้าวงการ เป็นช่วงที่นับพระเอกได้มีไม่เกิน 15 คน มี มอส ปฏิภาณ, เต๋า สมชาย, แอนดริว เกร็กสัน, เอก โอรี, จอห์น ดีแลนด์, หนุ่ม ศรราม, เล็ก ศรัณย์ ประมาณนี้ แต่ยุคนี้นับไม่ไหวแล้ว (ยิ้ม) มันเป็นวัฏจักรของวงการบันเทิงอยู่แล้ว ไม่มีใครอยู่ค้างฟ้าได้ตลอดไป”

ทำงานในวงการนานแค่ไหน?
“เข้าวงการอายุ 19 จนอายุ 28 ก็เกือบ 10 ปีครับ”

ผลงานเรื่องสุดท้ายก่อนออกจากวงการคือเรื่องอะไร?
“เรื่องโทนครับออกอากาศทางช่อง ITV เล่นกับพี่เมฆ วินัย ไกรบุตร และ พี่ลูกเกด เมทธินี แต่ละครที่ทำให้กลับมามีชื่ออีกครั้งจากบทอีตั๋ม ในเรื่องไม้แปลกป่า ของแม่ก้อย ทาริกา ครับ”

แจ้งเกิดอีกครั้งจากบท ตั๋ม ในเรื่อง ไม้แปลกป่า ภาพจากอินเทอร์เน็ต
หันหลังให้วงการแล้วมาดูแลคุณพ่อที่ป่วยหนัก

ในช่วงที่ตัดสินใจหันหลังให้วงการเป็นเพราะอะไร?
“คุณพ่อพี่ป่วย ไม่สบาย มันเลือกไม่ยากเลย มี 2 ทางให้เลือกว่าระหว่างเลือกชีวิตของเราคนเดียว กับชีวิตของคนหมู่มาก เคิร์กเลือกบริษัทของคุณพ่อ ทำธุรกิจของที่บ้าน นั้นก็คือทำเครื่องเทศครับ เลือกมาดูแลตอบแทนพระคุณพ่อแม่พระในบ้านมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่หลายคนมองว่าในอายุช่วงนั้นถ้าเคิร์กยังทำงานในวงการต่อโดยไม่หยุด มันอาจจะทำให้มีเงินเก็บสะสมเยอะ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เคิร์กเชื่อมั่นว่า ถ้าคนพุทธ 100 คนก็ต้องเลือกที่จะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ในระหว่างที่หยุดงานมาดูแลคุณพ่อ ก็ยังมีงานติดต่อมาบ้าง เป็นงานโชว์ตัวแต่ก็ไม่ได้เยอะมาก แต่พอปฏิเสธไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็ค่อยๆ เงียบไป”

จากนักแสดงมาเป็นนักธุรกิจ ปรับตัวเยอะมั้ย?
“ปรับตัวอยู่นานเหมือนกัน 3-4 ปี กว่าจะเข้าที่เข้าทางกับงานประจำ ต้องตื่นเช้า นอนเที่ยงคืน แต่ทำอาชีพนี้มันเหนื่อยกว่าการเป็นนักแสดง นักแสดงก็เหนื่อยเรื่องของการเดินทาง การจำบท แต่พอทำงานประจำมันเหนื่อยสมองต้องทำงานวางสเต็ปวางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน แต่มีความสุขนะ ทำให้เคิร์กได้รู้อะไรมากขึ้น”

ชีวิตครอบครัวตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
“ตอนนี้เคิร์กมีครอบครัวแล้วครับ คบกับคุณออยมา 14 ปีแล้วครับ มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อน้อง คีนคีน สรภพ โรลลิ่ง กับคุณออยก่อนจะมาคบหากัน เรารู้จักกันแบบพี่น้องมากกว่า ช่วงนั้นเค้ามีปัญหาเรื่องความรักแล้วออกนอกลู่นอกทาง ทำประชดชีวิต เคิร์กเลยจะโทรไปด่าไปสอนเค้า ด่าเสร็จก็วางสาย (หัวเราะ) ออยก็งงว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า เป็นอย่างนี้อยู่นานเหมือนกัน จนคุณออยเริ่มเสพติดความรุนแรง เป็นฝ่ายโทรมาหาให้เคิร์กด่าแทน (หัวเราะ) เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ 1 ปี แล้วค่อยตัดสินใจเป็นแฟนกัน”

เค้าคือเพชร ถ้าผมทิ้งไป ผมเป็นผู้ชายที่โง่มาก
ออยอยู่กับเค้าแล้วมีความสุขค่ะ
ออย สิริมา นางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

อะไรที่ทำให้ออยตกลงคบกับเคิร์ก?
“คุณเคิร์กเป็นคนที่ชีวิตมีระเบียบ มีแบบแผน วางแผนไว้ตลอด เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนปากร้ายใจดี ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ แล้วออยเป็นคนไม่มีระเบียบ ก็เลยรู้สึกว่าชอบอะไรในตัวผู้ชายคนนี้ แล้วอยู่กับผู้ชายคนนี้เรารู้สึกสบาย ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย เค้ารับได้ที่ออยเป็นออย อยู่ด้วยกันก็แฮปปี้ อยู่ด้วยกันทุกวันไม่ได้รู้สึกว่ารักเค้าน้อยลง มีแต่แบบรักมากขึ้น”

แล้วเคิร์กล่ะ ชอบอะไรในตัวออย?
“เคิร์กมีจุดอ่อนในตัวเอง แล้วเราก็รู้จักชีวิตมาประมาณนึงล่ะ เริ่มสำรวจตัวเอง เห็นรูรั่ว แต่ออยสามารถอุดรูรั่วของเราได้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะปล่อยให้เค้าหลุดจากชีวิตไปได้ ก็เลยต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เค้ามา (ยิ้ม) ต้องแต่งตัวให้น่ารักให้สาวหันมอง (ยิ้ม) คือเราคบกันก่อนที่ผมจะออกจากวงการ วันนึงเมื่อต้องมาทำธุรกิจแทนคุณพ่อ ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราเจอเพชรแล้วนะ ถ้าขว้างทิ้งไป เราคงเป็นคนโง่มาก เลยตัดสินใจว่าต้องหยุดชีวิตเพลย์บอย ให้เค้ายอมอยู่กับเรา ก็ใช้ความพยายามนะ อยากให้เค้าเห็นว่าเราเป็นคนดี คู่ควรกับคุณนะ เลือกผมเถอะ ขอร้อง (ยิ้ม)”

คีนคีนหน้าเหมือนใครครับ เหมือนพ่อ หรือเหมือนแม่
น้องคีนคีน ลูกชายพ่อเคิร์กกับแม่ออยครับ
ลูกใคร น่ารักจังเลย

พอมีลูกแล้ว ชีวิตเป็นอย่างไร?
“เรื่องมีน้อง เราไม่ได้คิดจะมีกันเลย (ออย เคิร์ก พูดพร้อมกัน) (หัวเราะ)”
ออย : “ตั้งใจว่าจะไม่มีลูก จะแก่ไปด้วยกัน จูงมือกันไปเที่ยว เก็บเงินไปเที่ยว แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเพิ่งผ่านน้ำท่วมมา ทุกอย่างกระทบไปหมด สวนพัง ออยเห็นคุณเคิร์กเหนื่อยมากช่วงนั้น รู้สึกว่าทำไมเค้าต้องเหนื่อยขนาดนี้ จนวันนึงถามเค้าว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ ทำไปเพื่ออะไร แล้วถ้าวันนึงเราไม่อยู่แล้ว สิ่งที่เราทำมาตลอดใครจะดูแล ทีแรกเคิร์กจะให้หลาน แต่หลานไม่ได้สนิทกับเค้า เค้าก็บอกว่าจะยกให้การกุศล ออยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว เพราะทำไปมันก็เหนื่อย ก็เลยพยายามคะยั้นคะยอให้เค้ามีลูกเถอะ อย่างน้อยธุรกิจที่เราทำมาก็ให้ลูกดูแลต่อได้ นี่คือโตมาพร้อมภารกิจ เกลี้ยกล่อมอยู่นานเกือบปี (ยิ้ม) กว่าเค้าจะยอม”
เคิร์ก : “และกว่าจะมีคีนคีนไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ เราพยายามกันอยู่ปีกว่า ตั้งแต่ตกลงกันว่าจะมี ออยก็เริ่มไปหาหมอ ปรึกษาคุณหมอเรื่องสุขภาพ พยายามกันอยู่นานก็ไม่มีซะที ขนาดไปฮ่องกงขอลูกเลยนะ ก็ยังไม่มา จนเคิร์กไปขอกับคุณพ่อบุญธรรมที่เคิร์กนับถือ ท่านเป็นคนปฏิบัติ ถือศีล ว่าอยากมีลูกนะ ขอให้มีลูกนะ แล้วหลังจากนั้นไม่นานเค้าก็มา (ยิ้ม)”

แก้วตาดวงใจของเคิร์กและออย
คีนคีนคือทายาทสืบทอดกิจการของเราครับ

คุณพ่อเห่อลูกมั้ยค่ะ?

เคิร์ก : “มีลูกแล้วแต่ไม่เห่อ รักแต่ไม่แสดงออก ตอนนี้มองว่าจะปั้นเค้าให้โตมาเป็นแบบไหน อะไรในชีวิตที่ตอนเด็กๆ เราคิดว่ามันไม่ดี จะไม่ให้เกิดกับเค้า สำหรับเค้าอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตที่สวยง่ายแต่เค้าจะต้องเกิดมาเป็นผู้ใหญ่ในสังคมที่มีความรับผิดชอบและจะต้องไม่ทำผิดเองเพื่อจะรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ดีนะ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเคิร์กทำผิดเพื่อจะเรียนรู้ว่ามันไม่ดี ทำไมเราไม่ดูความผิดรอบข้างเราแล้วเอามาบอกตัวเองว่าอย่าทำ”

จะสนับสนุนให้น้องคีนคีนเข้าวงการรึเปล่า?
เคิร์ก : “เรื่องนี้ผมทะเลาะกับคุณออย เป็นเรื่องเดียวที่เรามีความเห็นไม่ตรงกันครับ เพราะคุณออยอยากให้ลูกเข้าวงการ”
ออย : “ออยมองว่าการที่เค้าได้เข้าวงการ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีให้เค้า คนที่ทำงานในวงการจะรู้ดีกว่าประสบการณ์ที่ได้มันแตกต่างยังไง อยากให้ลูกได้เหมือนที่ออยได้มากค่ะ”
เคิร์ก : “แต่ก็ต้องดูแหละครับว่าสุดท้ายแล้วเค้าจะสนใจในวงการบันเทิงรึเปล่า ถ้าสนใจก็ต้องสนับสนุน แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้เค้าทำงานตั้งแต่เด็ก อยากให้เค้าใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ค่อยๆ เติบโต เพราะการทำงานตั้งแต่เด้ก ชีวิตวัยเด็กมันจะสูญหาย ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่สามารถเรียกร้องมันคืนมาได้แล้วนะ”

ผมไม่อยากให้คีนคีนเข้าวงการ
คีนคีน ยิ้มหน่อยสิครับ
เป็นดาราสมัยก่อนค่าตัวว่าเยอะแล้ว แต่สมัยนี้เยอะกว่า เสียดาย ไม่น่าเกิดเร็วเลย
ผมเคยวางตัวไม่ค่อยดี กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

หลังจากห่างจากวงการไปแล้ว แฟนๆ ละคร จำเคิร์กได้มั้ย?
“แฟนละครที่จำเคิร์กได้ต้องแยกเป็นรุ่นนะ ถ้ารุ่น 30 ขึ้นมารู้จักหมด เจอก็ทักทายถามไถ่ว่าหายไปไหน ทำอะไร ทำไมไม่เล่นละคร จะเจอคำถามแบบนี้บ่อยมาก ก็ดีใจนะที่เค้ายังจำเราได้ (ยิ้ม)”

วงการบันเทิงให้อะไรกับเคิร์กบ้าง?
“มันให้หลายอย่างนะ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มา สอนให้รู้จักปลง ปล่อยวาง มีขึ้นก็ต้องมีลง วงการมันสอนให้รู้ว่า การทำตัวดีมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การทำตัวดีมันไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีงานในวงการบันเทิงตลอดไป เราเป็นดารา นักแสดง เราก็เหมือนสินค้า ถ้ามันใกล้หมดอายุ เอเจนซี่เค้าก็ไม่เอา ผู้จัดก็ไม่รู้จะเอามาทำอะไร ต่อให้เป็นคนดี ทำงานดี ตรงต่อเวลา เมื่อถึงวันนึงก็ต้องเฟสตัวเองออก มันเป็นเหมือนพระอาทิตย์ตกดิน”

จะมีโอกาสกลับมาเล่นละครอีกมั้ย?
“เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทที่เคิร์กทำอยู่มันสามารถเดินไปได้ด้วยตัวเอง วันนั้นเคิร์กจะหาโอกาสกลับมาเล่นละครอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เพราะหาเงินนะ แต่เพราะอยากหาความสนุก ยอมรับนะว่าแรกๆ ที่มาทำงานเพราะแค่อยากได้เงิน ไม่ได้รัก ไม่ได้ฝันว่าจะเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอได้มาอยู่นานๆ มันรู้สึกผูกพัน แต่กลับไปตอนนี้ก็คงไม่ได้ ภาพของเคิร์กก็ยังไม่ชัด จะให้เล่นบทพ่อเลยมันก็ยังไม่ได้ จะเป็นตัวร้ายหน้าก็หวานขนาดนี้ แต่ถ้ามีบทบาทที่น่าสนใจติดต่อเข้ามาก็ต้องลองดูครับ ส่วนคุณออยถ้าอยากจะกลับไปเล่นละครก็แล้วเค้าเลยครับ เราให้อิสระกัน”

วงการบันเทิงสอนอะไรให้ผมหลายอย่างมากๆ
คีนคีน มองกล้องสิลูก
ขี่หลังแม่ออย สนุกจังเลย
คีนคีน เล่นกับคุณแม่ระหว่างรอคุณพ่อสัมภาษณ์
คีนคีนจะนั่งตักคุณแม่ครับ
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    82.3%
  • ไม่ชอบ
    7.1%
  • สนุก
    1.8%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    1.8%
  • ให้กำลังใจ
    5.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement