กรธ. คุมเข้ม ส.ส.-ส.ว. โยกงบฯ หาผลประโยชน์ เจอชงศาลฯ ตัดสิทธิ์ตลอดชีพ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

กรธ. คุมเข้ม ส.ส.-ส.ว. โยกงบฯ หาผลประโยชน์ เจอชงศาลฯ ตัดสิทธิ์ตลอดชีพ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 19:00
296 ครั้ง


"อุดม" แจง กรธ.คุมเข้มงบประมาณ ป้องกัน ส.ส.-ส.ว. โยกหาผลประโยชน์ ชงศาล รธน.ตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ชี้ถ้า ครม.รู้เห็นการแปรญัตติงบฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง พร้อมล็อกคุณสมบัตินายกฯ เป็นได้ไม่เกิน 8 ปี

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 59 ที่โรงแรมเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟคลับ ชะอำ จ.เพชรบุรี นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการประชุม กรธ. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับการจ่ายเงินแผ่นดิน กรธ.ได้เห็นชอบหลักการโดยให้รัฐบาลใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณรายจ่าย กฎหมายวิธีการงบประมาณ กฎหมายโอนงบประมาณ และกฎหมายเงินคงคลังเป็นหลัก โดยกรณีนี้เป็นการอุดช่องว่างเพื่อป้องกันการใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปในทางที่เสียหายต่อประเทศ โดยการพิจารณาการเงินของแผ่นดินต้องมีการกำหนดแบบแผนปฏิบัติที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ กรธ.เล็งเห็นความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อป้องกันไม่ให้ ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาใช้จ่ายเงินงบประมาณ แปรญัตติเพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส. ส.ว. มีส่วนในการกำหนดโครงการ หรือให้ความเห็นชอบต่อการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เพราะการให้ ส.ส. ส.ว. แปรญัตติเพื่อให้ตัวเองมีส่วนต่อการกำหนดการใช้จ่ายงบประมาณ หรือกำหนดโครงการที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนักการเมือง เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย กรธ.จึงกำหนดว่า หากบุคคลใดก็ตามรวมทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รู้เห็นเป็นใจต่อการแปรญัตติเพื่อให้นักการเมือง ส.ส. ส.ว. มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการใช้จ่ายเงินงบประมาณ บุคคลเหล่านั้นจะต้องพ้นจากตำแหน่ง และต้องถูกเรียกให้ชดใช้เงินที่ได้มีการนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ด้วย  

นายอุดม กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบฝ่ายบริหาร กรณีที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน มีจำนวนไม่ถึง 1 ใน 5 ในการยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น กรธ. ได้เปิดช่องให้มีการขอเปิดอภิปรายได้ โดยไม่มีการลงมติไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการยื่นอภิปรายเพื่อให้ ครม. หรือนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงปัญหา เช่นเดียวกัน ส.ว. มีสิทธิ์ยื่นเปิดอภิปราย เพื่อให้ ครม.ชี้แจงได้เช่นกัน นอกจากนี้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ยังสามารถขอให้สภาผู้แทนราษฎร สามารถยื่นขอให้เปิดประชุมรัฐสภานัดพิเศษ เพื่ออภิปรายกรณีปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เพื่อหารือแก้ไขปัญหาร่วมกันของรัฐสภา และ ครม.ด้วย 

นายอุดม กล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาบทบัญญัติในหมวดคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรธ. กำหนดองค์ประกอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จำนวนไม่เกิน 35 คน โดยนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง และจะต้องเป็นรายชื่อของพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และบุคคลที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น จะต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 8 ปีไม่ได้ ขณะที่คุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และ ครม.นั้น หลักการจะมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ ส.ส. แต่จะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และหากเป็นบุคคลที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติ จากกรณีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริต การเลือกตั้ง หรือความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ต้องเว้นวรรคการเป็นรัฐมนตรีเป็นระยะเวลา 2 ปี

นายอุดม กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการทำหนังสือสัญญาระหว่างองค์การระหว่างประเทศ หรือมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550  ที่กำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบประเด็นสำคัญโดยเฉพาะเขตอำนาจอธิปไตย ผลประโยชน์ที่กระทบต่อชาติ ทางกรธ.เห็นสมควรมี พ.ร.บ.กำหนดหลักเกณฑ์ขอบเขตของสัญญาเหล่านี้ เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา ที่ฝ่ายบริหารไปตกลงกับต่างประเทศ ต้องนำมาเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบกรณีใดบ้าง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement