แล้งหนักชาวนาหันมาปลูกพืชผักสวนครัวประทังชีวิต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แล้งหนักชาวนาหันมาปลูกพืชผักสวนครัวประทังชีวิต

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 08:15
788 ครั้ง


เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายธนิตย์ เอนกวิทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีที่ จ.มหาสารคาม ว่า ขณะนี้พบว่าปริมาณน้ำเหลืออยู่น้อยมาก จ.มหาสารคาม รับนํ้า มาจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลาง สำนักชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน เป็นผู้รับผิดชอบดูแล และปล่อยน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ วันละประมาณ 500,000-800,000 ลบ.ม. เข้าลำนํ้าชี สำหรับใช้ทำน้ำประปา แต่ละจุดจะมีการกักเก็บน้ำและมีน้ำใช้อย่างน้อยไปจนถึงเดือน พ.ค.และ ส.ค.จนกว่าจะมีน้ำฝนไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ จึงขอความร่วมมือเกษตรกร ขอให้งดการทำนาปรัง งดเลี้ยงปลาในกระชังแม่น้ำชี เพราะต้องกันน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภค ผลิตประปา และรักษาระบบนิเวศ

จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง แหล่งผลิตน้ำประปาของเมืองอุดรธานี และทำเกษตรกรรม มีน้ำเหลือในอ่างเก็บน้ำเพียง 17% แม้ว่าจะเพียงพอแก่การอุปโภค บริโภค แต่ไม่เพียงพอสำหรับทำนาปรัง ทำให้ชลประทาน จ.อุดรธานี สั่งหยุดปล่อยน้ำขณะที่เกษตร จ.อุดรธานี ประกาศให้ชาวนาหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน

นายแอ๊ด โพธิสาร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 2 บ้านหัวทรายทอง ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า มีอาชีพทำนามีที่นา 3 ไร่ อยู่ริมคลองส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง แต่หลายปีมาแล้วฝนตกไม่เพียงพอ ทำให้น้ำในอ่างมีน้อย จึงหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน โดยพลิกที่นาหันมาปลูกอ้อย 2 ไร่ อีก 1 ไร่ปลูกถั่วฝักยาว ใช้เวลาปลูกและเก็บฝักขาย 3-4 เดือน มีรายได้วันละ 400-500 บาท หรือเดือนละ 15,000 บาท ทั้งยังปลูกมะเขือเปาะ พริก ควบคู่กันไปด้วย และได้ขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อสำรองนำไว้รดผัก จึงสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ โดยไม่ต้องทำนาปรัง เพราะเสี่ยงกับการขาดทุน

จ.กาฬสินธุ์ นางอิสราภรณ์ เยาวกร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 9 บ้านนาเรียง ต.เหล่าอ้อย อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า แม้ว่าพื้นที่จะอยู่ในเขตชลประทาน แต่ระบบคลองส่งน้ำอยู่ไกล จึงไม่สามารถดูดนำเข้านาข้าว ที่มีอยู่ 2 งาน 43 ตารางวา ได้ ประกอบกับ จนท.โครงการหนองเลิงเปลือยอันเนื่องจากพระราชดำริ อ.ร่องคำ ได้มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งและเรื่องน้ำ จึงตัดสินใจปรับพื้นที่นาข้าวเปลี่ยนมาปลูกมะเขือเทศส่งโรงงานแทน

ขณะนี้ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนชาวนา ต.เหล่าอ้อย ประมาณ 80 คน ปลูกมะเขือเทศมาได้ 3 สัปดาห์แล้ว มะเขือเทศที่ลงทุนปลูกครั้งแรก คาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกได้ประมาณปลายเดือน ม.ค. โดยใช้เงินส่วนตัวลงทุนซื้อพันธุ์มะเขือเทศ กก.ละ 550 บาท เจาะบ่อบาดาลดูดน้ำขึ้นมาใช้อีก 9,000 บาท มะเขือเทศจะเก็บผลผลิตได้ 3 ครั้ง โดยทางโรงงานจะมาเปิดจุดรับซื้อมะเขือเทศที่บ้านนาเรียง ในราคา กก.ละ 2.50 บาท แม้ว่ายังไม่ทราบผลขาดทุนกำไร แต่ไม่เสี่ยงกับภาวะภัยแล้ง และปลูกข้าวไม่ได้แน่นอน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    20.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    80.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement