ปั้นบ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน "พินิจ" ดึงเศรษฐีมาลงทุนและพักผ่อนในไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปั้นบ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน "พินิจ" ดึงเศรษฐีมาลงทุนและพักผ่อนในไทย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 08:20
1,361 ครั้ง


“พินิจ” สานสัมพันธ์จีนต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนโพ้นทะเล ผุดโครงการ “บ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน” เจาะกลุ่มนักธุรกิจจีนระดับบนมาเมืองไทย เน้นบริการเป็นเลิศแบบจัดเต็มครบความต้องการ ทั้งมาลงทุน ท่องเที่ยวพักผ่อน และตรวจสุขภาพ

นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือน ธ.ค.2558 ได้นำคณะนักธุรกิจไทยเดินทางไปเยือนเมืองกวางโจ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อปรึกษาหารือเรื่องธุรกิจ และมีโอกาสเข้าพบพูดคุยกับนายหลู่ จิ้น ชิง ประธานสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนโพ้นทะเล และตัวแทนนักธุรกิจชั้นนำของจีน (VECVRA) โดยได้มีการตกลงร่วมกันทำโครงการ “บ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน” ที่พัทยา จ.ชลบุรี จ.ภูเก็ต และ จ.เชียงใหม่ เพราะเล็งเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของทั้ง 2 ประเทศ ดูจากปัจจุบันที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนหลั่งไหลมาเที่ยวเมืองไทยจำนวนมาก และชาวจีนส่วนใหญ่ก็ชอบและอยากที่จะเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย

สำหรับโครงการนี้มีตนเอง และนายบัณฑิต ศิริตันหยง ที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งในช่วงแรกตั้งเป้ารับสมัครสมาชิก 2,000 ราย โดยจะเน้นเจาะตลาดสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนฯเป็นหลัก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 10,000 คน จะคิดค่าสมาชิกคนละ 500,000-1,000,000 หยวน หรือประมาณ 2.5-5 ล้านบาท ซึ่งการเป็นสมาชิกนี้สามารถให้ครอบครัว เช่น คู่สมรส ลูก พ่อ และแม่ มาใช้บริการได้ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้มีการสอบถามไปที่สมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนฯ แล้วได้รับการตอบรับที่ดีมาก

นายพินิจ กล่าวว่า โครงการบ้านหลังที่ 2 ของชาวจีน ได้วางคอนเซปต์เป็นที่พักผ่อนของนักธุรกิจชาวจีนมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย เช่น นักธุรกิจจีนที่อยู่ในเมืองที่หนาวและต้องการหนีอากาศหนาวมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย หรือในช่วงเทศกาลสำคัญๆของจีน เช่น วันหยุดยาวช่วงปีใหม่ ตรุษจีน วันชาติจีน ซึ่งชาวจีนจะชอบเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่ต่างประเทศอยู่แล้ว การทำโครงการนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดี

สำหรับด้านการออกแบบโครงการจะทำเป็นวิลล่า ซึ่งจะเน้นความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ โดยขณะนี้โครงการที่พัทยาเริ่มก่อสร้างแล้วบนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต อยู่ระหว่างหาพื้นที่ทำโครงการซึ่งรูปแบบการดำเนินงานโครงการจะจัดตั้งเป็นแบบคลับ ภายใต้ชื่อ “Vecvra International Club Thailand” โดยตนเองจะเป็นประธานของคลับนี้ ขณะที่การบริหารจัดการเวลาที่สมาชิกต้องการมาใช้บริการก็ต้องแจ้งมาที่ศูนย์กลางที่ดูแลในประเทศไทย ซึ่งจะจัดการดูแลให้ทั้งหมดแบบครบวงจร ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน จัดหาภัตตาคารอาหารจีน สปา หรือต้องการไปช็อปปิ้ง นอกจากนั้น จะมีให้บริการจัดหาด้านสุขภาพด้วย เช่น หากต้องการทำฟัน ทางคลับก็จะจัดหาสถานบริการอย่างดีให้ หรือจะเป็นการตรวจร่างกาย ก็จะไปติดต่อกับทางโรงพยาบาลให้

นายพินิจ กล่าวว่า ทางคลับยังมีแผนว่า หากนักธุรกิจของจีนท่านใดอยากที่จะขอพบหน่วยงานทางภาครัฐ หรือที่สนใจจะติดต่อสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงอุตสาหกรรม ก็จะช่วยประสานติดต่อของเข้าพบให้จะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างกันได้เป็นอย่างดี

“การทำโครงการบ้านหลังที่ 2 ของชาวจีนนี้ จะเป็นการให้บริการกับนักธุรกิจที่มีเงิน และจะเป็นการดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังซื้อสูง กระเป๋าหนักจากเมืองจีนมาเมืองไทยเพิ่มขึ้นซึ่งจะมีส่วนทำให้เงินจะสะพัดกระจายไปในภาคส่วนต่างๆในระบบเศรษฐกิจด้วย”

สำหรับกลุ่มชาวจีนที่เป็นสมาชิกของโครงการ จะต้องเสียค่าบริการอีกปีละ 30,000 หยวน เพื่อเอามาบริหารทรัพย์สินต่างๆในโครงการ โดยสมาชิกทุกคนล้วนมีกรรมสิทธิ์หมด โดยในอนาคตอาจจะจัดตั้งเป็นโฮลดิ้ง และสามารถขายต่อกันได้ในกลุ่มสมาชิกของสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนฯเท่านั้น ซึ่งหลังช่วงตรุษจีน 8 ก.พ.นี้ ทางคณะสมาคมนักธุรกิจจีนฯ จะเดินทางมาดูสถานที่และเซ็นสัญญา คาดว่าในปีนี้จะเห็นความชัดเจนของโครงการนี้แน่นอน ซึ่งล่าสุดทางฝ่ายจีนได้หาผู้ดูแลโครงการร่วมกับฝ่ายไทย เป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินในด้านท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศจีน สำหรับด้านเงินลงทุนก็จะเป็นการร่วมทุนกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยหลักจะนำเงินจากค่าสมาชิกมาหมุนเวียนในการลงทุน ซึ่งทำให้เราไม่ต้องควักเงินตัวเองลงทุนเยอะ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    17.6%
  • ไม่ชอบ
    74.2%
  • สนุก
    1.6%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    5.3%
  • ให้กำลังใจ
    1.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement