บอร์ด ก.ล.ต.สั่งทบทวนด่วน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

บอร์ด ก.ล.ต.สั่งทบทวนด่วน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 06:20
235 ครั้ง


บอร์ด ก.ล.ต.สั่งทบทวนเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใช้ข้อมูลอินไซด์–ปั่นหุ้น–ทุจริต เร่งให้ได้ข้อสรุปในปีนี้ พร้อมเผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีข้างหน้ามุ่งเน้นยกระดับความแข็งแกร่งระบบนิเวศตลาดทุนทุกด้านสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์การลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น สร้างราคาหลักทรัพย์ การใช้ข้อมูลภายใน และทุจริต ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น จากกฎเกณฑ์ปัจจุบันที่เมื่อผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนกระทำผิดในกรณีดังกล่าว หากยอมรับผิดและยอมรับการเปรียบเทียบปรับ และเป็นการกระทำผิดครั้งแรก จะไม่ถูกแบล็กลิสต์และยังสามารถเป็นผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนต่อไปได้ ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เบากว่า กรณีการกระทำผิดของผู้บริหารสถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่จะถูกแบล็กลิสต์และขาดคุณสมบัติการเป็นผู้บริหารสถาบันการเงิน

“บอร์ด ก.ล.ต.ได้ให้สำนักงานกลับมาทบทวนกฎเกณฑ์การลงโทษกรณีการทำผิดของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน หลังได้มีการรายงานการปฏิบัติงานของสำนักงานให้บอร์ดรับทราบ และมีกรณีการกระทำความผิดของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าใช้บังคับมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งจะมีการทบทวนเพิ่มบทลงโทษให้เข้มข้นมากขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปและประกาศใช้ภายในปีนี้”

นายรพีกล่าวต่อว่า การปรับปรุงบทลงโทษผู้ บริหารบริษัทจดทะเบียนให้มีความเข้มข้นขึ้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2559-2561) ของ ก.ล.ต.ที่ต้องการยกระดับและเพิ่มมาตรฐานของตลาดทุนไทยให้สูงขึ้น และต้องการส่งเสริมให้บริษัทจด ทะเบียนสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน มีการดำเนิน งานที่ถูกหลักธรรมาภิบาล ทั้งตัวองค์กรและบุคลากรภายในองค์กร และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม

โดยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีนี้ มุ่งเน้นยกระดับความแข็งแกร่งระบบนิเวศตลาดทุนทุกด้านสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เน้นสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพการแข่งขันของตลาดและตัวกลาง รวมทั้งเพิ่มประ– สิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย โดยปรับปรุงระยะเวลาการตรวจสอบดำเนินคดี และเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาด
หลักทรัพย์ฯ ให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งผลักดันและดำเนินการให้มาตรการทางแพ่ง เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบังคับใช้กฎหมายในตลาดทุน

นอกจากนี้ จะผลักดันให้เรื่องการต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัทจดทะเบียน โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับระบบควบคุมภายในของบริษัทจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ร่วมกับเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ทำ ACT Good เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ลงทุนและผู้บริโภคใช้เรื่อง anti-corruption เป็นปัจจัยในการลงทุนหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

นายรพีกล่าวว่า ก.ล.ต.ยังหวังที่จะผ่านการประเมินภาพรวมภาคการเงินของไทย Financial Sector Assessment Program (FSAP) ซึ่งจะประเมินโดย World Bank และ IMF โดยจะเข้ามาประเมินธนาคารแห่ง–ประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ ก.ล.ต. โดยจะมีการเข้าประเมินปี 2562 หากผ่านจะทำให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยได้มากขึ้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement