กทม.ลงนามสัญญาสร้างเขื่อน 'คลองลาดพร้าว-คลองสอง' ประเดิมทันที 8 กม.แรก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กทม.ลงนามสัญญาสร้างเขื่อน 'คลองลาดพร้าว-คลองสอง' ประเดิมทันที 8 กม.แรก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2559 18:02
1,410 ครั้ง


กทม.ลงนามสัญญาก่อสร้างเขื่อน คลองลาดพร้าว-คลองสอง พร้อมลงเสาเข็มโครงการฯ คาด ก.พ.59 จ่อเดินหน้าอีก 8 คลองต่อเนื่อง เริ่มก่อสร้างทันที 8 กม.แรกในพื้นที่ที่ไม่มีบ้านรุกล้ำ

วันที่ 14 ม.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เวลา 10.30 น. นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยาน ในการลงนามสัญญาระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ บริษัท ริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำ คลองลาดพร้าว คลองบางบัว คลองถนน คลองสอง และคลองบางซื่อ จากบริเวณเขื่อนเดิมอุโมงค์ยักษ์ พระรามเก้า–รามคำแหง ไปทางประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ความยาว 22.65 กิโลเมตร รวมก่อสร้างเขื่อนสองฝั่งคลอง เป็นระยะทาง 45.30 กิโลเมตร จำนวนเงิน 1,645 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินการ 8 เขต ได้แก่ เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว ห้วยขวาง และวังทองหลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงแก้ปัญหาคุณภาพน้ำในคูคลอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนสองฝั่งคลองลาดพร้าว-คลองสองให้ดีขึ้น โดยจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 1,260 วัน โดยมี นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กรมธนารักษ์ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานเขต ร่วมเป็นสักขีพยาน

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การเริ่มต้นก่อสร้างโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว-คลองสอง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เกิดจากความร่วมมือจากส่วนราชการ กระทรวง กรม ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เนื่องจากการก่อสร้างโครงการฯ ความยาว 22.65 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง จำนวน 43 ชุมชน ในพื้นที่ 8 เขต รวมกว่า 7,000 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้ มีประมาณ 6 ชุมชน ที่จะต้องย้ายออกไปยังที่ตั้งใหม่ ซึ่งได้มีการเจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมากว่า 8 เดือนแล้ว

อย่างไรก็ตาม กทม. ขอขอบคุณประชาชนสองฝั่งคลอง ที่ให้ความร่วมมือในการย้ายที่อยู่ เพื่อร่วมพัฒนากรุงเทพฯ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ได้เดินหน้าไปด้วยดี อีกทั้งขอขอบคุณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และกรมธนารักษ์ ในการช่วยเหลือจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ภายหลังจากโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว-คลองสอง แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีการขยายความกว้างคลอง 25-38 เมตร จะสามารถรองรับน้ำ และผันน้ำสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เร็วขึ้นกว่า 1 เท่าตัว ขณะเดียวกัน ตามแผนงานบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครระยะเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาลยังมีคลองสำคัญที่ต้องดำเนินการอีก 8 คลอง ได้แก่ คลองบางซื่อ คลองบางเขน คลองเปรมประชากร คลองพระยาราชมนตรี คลองสามวา คลองลาดบัวขาว คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองพระโขนง ซึ่งจะได้เตรียมการต่อไป

กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำ คลองลาดพร้าว คลองบางบัว คลองถนน คลองสอง และคลองบางซื่อ จากบริเวณเขื่อนเดิมอุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า–รามคำแหง ไปทางประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างฯ และจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดหาที่พักอาศัยถาวรให้กับผู้รุกล้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคง มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ดีไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้มีการกำหนดแนวเขตก่อสร้างในพื้นที่โครงการแล้ว ตั้งแต่ระยะ 25-38 เมตร ตามสภาพของคลองตามธรรมชาติเดิมก่อนถูกรุกล้ำ และคำนึงถึงประสิทธิภาพในการระบายน้ำเป็นสำคัญ พร้อมทั้งได้เตรียมแผนงาน 3 ด้าน ในการดำเนินการควบคู่กันไป ได้แก่ แผนการก่อสร้าง แผนการจัดหาที่อยู่อาศัย และแผนการประชาสัมพันธ์ โดยในส่วนของแผนการก่อสร้างนั้น ภายหลังจากกรุงเทพมหานคร ลงนามในสัญญาจ้างกับบริษัทผู้รับจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในทันทีในจุดที่ไม่มีบ้านรุกล้ำ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของโครงการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จากนั้นจะดำเนินการต่อเนื่องในชุมชนที่พร้อมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่โครงการฯ ต่อไป

จัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยช่วยเหลือชุมชนและผู้รุกล้ำที่ได้รับผลกระทบ

ในส่วนของแผนการจัดหาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธนารักษ์ และกรมชลประทาน ลงพื้นที่สำรวจบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวเขตคลอง พร้อมทั้งจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในชุมชน เพื่อรับฟังความต้องการ และหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม

ทั้งนี้ พอช. ในฐานะเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ได้สำรวจพบว่ามีชุมชนที่ได้รับผลกระทบโครงการ จำนวน 43 ชุมชน โดยในจำนวนนี้มี 6 ชุมชนที่จะต้องย้ายออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม พอช. กรุงเทพมหานคร และกรมธนารักษ์ ได้ทำข้อตกลงร่วมกันที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนริมคลอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนฯ สนับสนุนความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนริมคลอง และพิจารณาการใช้ที่ดินราชพัสดุที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อื่นมาจัดทำโครงการที่อยู่อาศัย ช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ริมคลองที่มีความจำเป็นและฐานะยากจน เป็นต้น

อนึ่ง เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว-คลองสอง แล้วเสร็จตามแผนงานในปี 2561 จะสามารถเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนและการระบายน้ำได้มากขึ้นกว่าร้อยละ 80 หรืออีกกว่าเท่าตัว อีกทั้งทำให้ง่ายต่อการขุดลอกทำความสะอาดคลองเพื่อเปิดทางน้ำไหล ป้องกันการทรุดตัวของตลิ่งสองฝั่งคลอง และแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในคลอง รวมถึงทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมสองฝั่งคลองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเป็นเส้นทางเดินสัญจรและทางจักรยาน เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง เชื่อมสู่ระบบขนส่งมวลชน ล้อ ราง เรือ ในปัจจุบันและอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้ง ต่อยอดเพื่อเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำและเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคลองสาธารณะ และการจัดระเบียบชุมชนแออัดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    52.2%
  • ไม่ชอบ
    4.3%
  • สนุก
    2.2%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    41.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement