ลักยิ้มพราวเสน่ห์! เปิดตัวเซเลบฯ สวยหน้าหวาน 'นุ้งนิ้ง กนกรส' สายเลือดทหาร! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ลักยิ้มพราวเสน่ห์! เปิดตัวเซเลบฯ สวยหน้าหวาน 'นุ้งนิ้ง กนกรส' สายเลือดทหาร!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 06:05
12,977 ครั้ง


กลับมาพบกันอีกครั้งกับ 'ไฮโซโปรไฟล์' คอลัมน์ที่จะอัพเดตเซเลบฯ-คนดังหน้าใหม่ในแวดวงสังคมไฮโซ วันนี้มาถึงคิวของสาวพราวเสน่ห์ที่เติบโตมาในครอบครัวของนายทหาร (ตั้งแต่สมัยรุ่นทวด) และนักการเมืองดัง 'นุ้งนิ้ง-กนกรส กิตติขจร' เพียงแค่เห็นใบหน้าสวยหวานของเธอแวบแรก หนุ่มๆ ก็ใจละลายพร้อมตีตราจองกันเป็นทิวแถว…

ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ ได้กระทบไหล่เธอในงาน 'อผศ. กิฟ แอนด์ เทค เฟสติวัล สัปดาห์วันทหารผ่านศึก 2559' เลยไม่พลาดที่จะทำความรู้จักเธอแบบส่วนตั๊วส่วนตัวกันให้มากขึ้น!

สาวพราวเสน่ห์ 'นุ้งนิ้ง-กนกรส กิตติขจร'

ชื่อ นามสกุล : กนกรส กิตติขจร
นิกเนม :
นุ้งนิ้ง
ที่มาของนิกเนม :
คุณชวดตั้งให้ค่ะ
อายุ :
21 ปี
วันเกิด :
01/08/94
ส่วนสูง น้ำหนัก :
160 เซนติเมตร 50 กิโลกรัม (กำลังอวบเลยค่ะ 555)
พี่น้อง :
มีน้องชาย 1 คน
การศึกษา :
มหิดล อินเตอร์ฯ คณะ Hospitality Management
อาหารที่ชอบ :
กินแต่ขนมค่ะ 555
ที่เที่ยวสุดโปรด :
ทะเล๊ ทะเล
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุด :
จิ้งจก ตุ๊กแก
คติประจำใจ :
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต :
อยากมีโรงแรมเป็นของตัวเอง

สวยหวานแบบนี้ โดนใจเลยอ่ะ!

อัพเดตเรื่องเรียนให้ฟังหน่อย
ตอนนี้เรียนอยู่ที่ มหิดล อินเตอร์ฯ คณะ Hospitality Management จะเกี่ยวกับการโรงแรม ซึ่งตอนนี้เรากำลังเรียนเป็น General Education ขั้นเบสิกพื้นฐานอยู่ ถามว่ายากไหม ก็ยังไม่ค่อยยากมากนะ แต่มันจะยากตรงที่คณะเราเน้นภาษาเป็นหลัก คือต้องพูดได้ เขียนได้เลย เราก็ต้องขยันๆ พยายามหน่อย จริงๆ ก่อนเข้าคณะนี้เราก็มีเรียนติวจากข้างนอกมาเหมือนกัน เพื่อเตรียมตัวปูพื้นฐานไว้ก่อนจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่พอหลังจากเข้าเรียนแล้ว ก็จะเป็นรุ่นพี่ที่ช่วยสอน ช่วยติวหนังสือ คอยแนะนำเรื่องต่างๆ ให้ เรียนไปแล้วก็สนุกดีนะ เพื่อนๆ ก็น่ารักมากๆ

ถ้าถามว่าทำไมเราถึงสนใจเรียนทางด้านนี้ เรามีอยู่สองคำตอบเลย คือ 1. เราเป็นคนไม่ชอบเรียนเลข แล้วคณะนี้มันเรียนเลขน้อยที่สุดแล้ว และ 2. ในอนาคตเราคิดไว้ว่า อยากทำงานเกี่ยวกับพวกโรงแรม งานบริการที่ได้พบปะคนเยอะๆ มันก็เลยต้องเป็นสายนี้ล่ะ!

ยิ้มหวานขนาดนี้ ไม่หลงก็บ้าแล้ว!

เคยเป็นเด็กซิ่วมาก่อน
ใช่ค่ะ ซิ่วมาจาก ม.กรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ เพราะอย่างแรกเลยคือมันไกลบ้าน เราเดินทางเหนื่อย (มหิดลใกล้บ้านมากกว่า) และสองคือเราอยากเรียนอีกด้านหนึ่งแล้ว อยากเปลี่ยนการเรียนตัวเองเลย ซึ่งเราคิดว่าเรียนทางด้านโรงแรมมันเหมาะกับตัวเรามากกว่า พอมาเรียนโรงแรม มันก็ท้าทายตัวเรานะ เราได้เรียนอะไรที่มันยากขึ้น และมันเป็นอะไรที่เราชอบจริงๆ เราได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องการจัดการต่างๆ คือในอนาคตมันสามารถเอาไปใช้ได้จริงๆ ในธุรกิจของตัวเอง แล้วพอขึ้นสเต็ปสูงเรื่อยๆ เราก็ต้องเรียนเกี่ยวกับการบริหาร คณะที่เราเรียนสอนตั้งแต่ระดับยากมากๆ จนถึงระดับที่มันใกล้ตัว อย่างในเรื่องบุคลิกภาพ การวางตัว ที่เราต้องผ่านตรงนั้นไปให้ได้

ตอนที่เราขอที่บ้านซิ่ว พวกเขาสนับสนุนนะ ไม่มีคัดค้านเลย พวกเขาอยากให้เราออกอยู่แล้ว เพราะว่าที่ ม. กรุงเทพ มันไกลจากบ้านมากจริงๆ บางทีเดินทางไปเกือบชั่วโมง-กลับอีกชั่วโมงครึ่ง ถ้ารถไม่ติดนะ แค่นี้ก็ไม่โอเคแล้ว บางคาบไหนจะต้องตื่นมาเรียนเช้ายาวไปจนถึงบ่าย มันก็เหนื่อยเรา เราก็คุยกับที่บ้านตัดสินใจออกเลย

รักเลยอ่ะ!

เรียนหนักขนาดนี้ กระซิบถามเคล็ดลับการดูแลตัวเอง
ถ้าโดยรวมก็จะเน้นออกกำลังกาย วิ่งให้เหงื่อออก เพราะมันช่วยเบิร์นได้ดี อย่างกลับมาจากมหา'ลัย ถ้ามีเวลาหน่อยก็จะไปวิ่ง เข้าฟิตเนสบ้าง แล้วแต่วันเลย จริงๆ ถ้าถามเรื่องการดูแลหุ่น เราเป็นคนที่ยุบหนอ พองหนอมากนะ เดี๋ยวก็อ้วน เดี๋ยวก็ผอม แต่สิ่งหนึ่งที่เราขาดไม่ได้เลย คือเราต้องซิทอัพทุกวัน ตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่เราเริ่มเรียนยิมนาสติก ตอน 8 ขวบ เราก็ซิทอัพทุกวันมาตั้งแต่นั้น ถ้าวันไหนเราไม่ซิทอัพก่อนนอน มันจะรู้สึกนอนไม่หลับเลย มันดีนะได้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องให้เราด้วย แต่อย่างไรที่สำคัญก็ต้องเน้นทานผักใบเขียวเยอะๆ เพราะมันจะช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย และผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่ง

เคล็ดลับผิวสวยล่ะมีตัวช่วยบ้างไหม? ถ้าเป็นพวกวิตามินเสริม เราไม่ทานเลยนะ เพราะเราไม่แน่ใจว่าจะมีสารตกค้างในร่างกายไหม เวลาเราบำรุงผิวจริงๆ เราจะเน้นการทำทรีทเมนท์หน้า ซึ่งมันจะช่วยผลัดเซลล์ที่ตายแล้วบนใบหน้าออกไป ทำให้หน้าดูเปล่งปลั่ง สดใสขึ้น หรือไม่ก็เป็นการมาส์กผิวธรรมดาๆ มากกว่า เพราะเราชอบบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่ได้เน้นริ้วรอยมากเท่าไหร่ อย่างมาส์กเราก็ซื้อมาเยอะมากๆ ทั้งมาส์กชีส หรือ Sleeping Mask เลย

ถ่ายกับคุณแม่สุดเลิฟ (แต่ขอโฟกัสที่ของหวานตรงหน้านะ น่าทานสุดๆ ! )

ไลฟ์สไตล์ชิลๆ เวลาอยู่บ้าน
ปกติเราเป็นคนอยู่ติดบ้านก็จะดูหนัง ฟังเพลงนะ เพี้ยนๆ หน่อยเราก็จะเปิดเพลงแล้วเต้นตาม (หัวเราะ) เล่นกับสุนัขบ้าง เล่นเกมบ้าง คลายเครียด-สนุกดี หรือไม่บางทีเซ็งๆ ก็จะเล่นกับตุ๊กตา โตแล้วยังเล่นกับตุ๊กตาอยู่เลย จริงๆ เราเป็นคนชอบตุ๊กตามาก…ก และที่บ้านก็มีตุ๊กตาเยอะมาก

ชิลๆ กันไป...
รักที่สุดอ่ะตัวนี้!

สไตล์การแต่งตัว…แบบนี้มันใช่อ่ะ!
จริงๆ แล้ว เราชอบแต่งตัวชิลๆ นะ กางเกงยีนส์ขาสั้นบ้าง แล้วก็เสื้อธรรมดา แต่คุณแม่จะชอบซื้อเสื้อผ้าแบบฟรุ้งฟริ้งมาให้ใส่ เราก็อาจจะแอบโดนบังคับนิดนึง (หัวเราะ) เราเป็นคนแต่งเข้าได้กับทุกลุคทุกสไตล์นะ ไม่ว่าจะห้าวลุยก็ได้ หวานก็ดี หรือแม้แต่แต่งให้ดูอายุเยอะหน่อย เป็นเด็กหน่อย ก็แล้วแต่การแต่งหน้าของแต่ละวันด้วย ถ้าสมมติว่าเราต้องไปทานอาหารกับคุณปู่ เราก็อาจแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย พอไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วแต่โอกาสเลย เราไม่ได้เป็นคนที่ฟิกว่าจะต้องแต่งตัวแบบนี้ๆ แต่โทนสีเสื้อผ้าที่เราชอบ คือถ้าไม่เป็นสีขาว สีเทา สีดำ ก็จะเป็นลายดอกไปเลยนะ พวกเป็นสีสดใสแบบสีเดียว เช่น ฟ้า ชมพู เหลือง ส้ม จะไม่มีเลย

ไปด้วยกันทุกที่ ตัวติดกันตลอด

แหล่งช็อปปิ้งสุดโดน
แต่ก่อนเราเดิน 'พารากอน' บ่อยมาก แต่ตั้งแต่ที่ 'เซ็นทรัลเวตส์เกต' ใกล้ๆ บ้านเปิด เราก็เลยเปลี่ยนไปช็อปฯ ที่นั่นมากกว่า ง่ายสะดวกดี ไอเทมที่เราไม่เคยพลาดจะต้องไปดูทุกครั้ง ก็คือเครื่องสำอาง มาห้างฯ ทีไรเป็นอันเข้าไปดูทุกที เพราะเป็นคนชอบเครื่องสำอางมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แล้วก็ชอบหยิบของคุณแม่มาแต่งเล่น ตอนนี้เลยไปห้างฯ เมื่อไหร่แทบจะต้องซื้อตลอดทุกครั้ง

วันนี้ขอเซ็กซี่เบาๆ

สิ่งที่คาดหวังในอนาคตกับการใช้ชีวิต และการเรียน
เราใฝ่ฝันว่า เราอยากเรียนจบปริญญาเอก เป็นดอกเตอร์ เราอยากเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจด้านโรงแรมของตัวเอง (ที่เราคิดไว้) เราอยากเรียนให้สูงมากถึงขนาดนั้น หรือเท่าที่มันจะเป็นไปได้ แล้วเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนไต่ไปถึงระดับนั้น สิ่งที่เราหวังสูงที่สุด ก็คือธุรกิจโรงแรม ทว่ามันไปได้ไม่ถึงขนาดนั้น ก็อาจเป็นธุรกิจการขายอะไรสักอย่างหนึ่งที่เราคิดขึ้นมา ทำจนมันประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักไปเลย เพื่อที่ในอนาคตเราจะสามารถดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ ไม่ให้ลำบาก ฉะนั้นเราอยากทำอะไรก็ได้ที่มันมั่นคง และก็ดูแลท่านสองคนได้ ให้ความสบายเหมือนที่ท่านให้เรา

สักหน่อยไหมคะ? =)

สุดท้ายทำไมถึงสนใจด้านโรงแรมเป็นพิเศษ
เรารู้สึกชอบนะ ยิ่งเวลาเราไปต่างประเทศบ่อยๆ เราไปพักในโรงแรม เราก็เห็นว่าโรงแรมต่างประเทศมันดีเลิศจริงๆ มันมีทุกอย่างครบหมด มีห้างที่อยู่ในโรงแรม มีร้านขายของนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด ซึ่งถ้าเราทำโรงแรมแล้วมันมีทุกอย่างครบหมด (เหมือนโรงแรมต่างประเทศ) มันก็คงจะเป็นอะไรที่ดี เราอยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าโรงแรมในไทยจะไม่ดีนะ ก็ดีเหมือนกัน เพียงแต่เราไม่ค่อยได้ไปบ่อย

คุณพ่อคุณแม่ฟิกไหมว่าอยากให้เราทำอาชีพอะไร? อันนี้จริงๆ เราก็เคยคุยกับที่บ้านนะ พวกท่านไม่ฟิกเลย แต่ใจจริงเราก็แอบอยากเป็นทหารเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเจเนอเรชั่นเราไม่มีใครเป็นเลย ไม่ว่าจะเป็นน้อง หรือลูกพี่ลูกน้อง มันเลยทำให้เรารู้สึกอยากเป็นนิดนึง เรากลัวว่ามันจะหายไป ทว่าอีกใจก็รู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิง การเป็นทหารมันอาจจะไม่เหมาะมาก ยังไงก็ต้องดูต่อไปในอนาคต แล้วแต่ดวง (หัวเราะ)

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    96.1%
  • ไม่ชอบ
    3.1%
  • สนุก
    0.1%
  • ประหลาดใจ
    0.1%
  • เสียใจ
    0.6%
  • ให้กำลังใจ
    0.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement