'ช้างศึก' ท้าชน 'ซาอุฯ' เปิดหัวศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ช้างศึก' ท้าชน 'ซาอุฯ' เปิดหัวศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 08:00
16,643 ครั้ง


เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง การแข่งขันศึกฟุตบอลชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ของเอเชีย เพื่อคัดเลือกทีมที่ดีที่สุด 3 ชาติ ไปลุยศึกโอลิมปิก 2016 บนแผ่นดินแซมบ้าก็จะเริ่มขึ้น โดยในครั้งนี้ทัพ "ช้างศึก" ได้สิทธิ์เข้าร่วมด้วยเป็นครั้งแรก

สำหรับการแข่งขันรายการนี้ เพิ่งถือกำเนิดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่การคัดสรรเพื่อหาทีมที่ดีที่สุด ไปไล่ล่าเหรียญทองในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ และยังกำหนดอายุนักเตะเพียงแค่ 22 ปี เท่านั้น ซึ่งในท้ายที่สุดแชมป์ตกเป็นของทีมชาติอิรัก ขณะที่ทีมชาติไทยในชุดนั้นซึ่งนำโดย มาโน โพลกิง กลับตกเพียงแค่รอบคัดเลือก

แต่สำหรับครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อทัพช้างศึกภายใต้การนำของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับขุนพลที่รู้ใจซึ่งฟูมฟักกันมาตั้งแต่ ซีเกมส์ 2013 ที่เมียนมา ย่อมเป็นความได้เปรียบที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งลองดูกันว่านัดเปิดสนามในเกมนี้จะเป็นไปในทิศทางใด

ทัพช้างศึกฟิตซ้อมกันอย่างขะมักเขม้นหลังเดินทางถึงกาตาร์

ทีมชาติไทย

สำหรับทัพช้างศึกดูมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหากแบโผรายชื่อ มีหลายคนที่ผ่านการแข่งขันในรอบคัดเลือก เมื่อปี 2013 ไม่ว่าจะเป็น "เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม หรือแม้แต่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ถูกดึงมาจากชุดเยาวชน 19 ปี แบบหมาดๆ

แต่สำหรับครั้งนี้ พวกเขาต่างถูกดันขึ้นมาเป็นตัวหลักแบบเต็มรูปแบบ เพราะมีประสบการณ์ที่ข้นคลั่กจากเกมในระดับชาติหลายรายการทั้ง ซีเกมส์ 2 สมัย, เอเชียน เกมส์ และฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน

การอุ่นเครื่องเอาชนะ เยเมน 1-0 น่าจะสร้างความมั่นใจได้ดีพอสมควร

ส่วนผลงานในรอบคัดเลือก ถึงแม้จะได้เล่นในบ้านที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่กลับยังโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยราบรื่นนัก เมื่อเอาชนะ ทีมชาติกัมพูชา ได้แบบหืดจับ 2-1, ไล่ถล่ม ฟิลิปปินส์ 5-1 แต่นัดสุดท้ายกลับทำได้เพียงแค่เสมอ เกาหลีเหนือ แบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ต้องตกไปเป็นเพียงแค่รองแชมป์กลุ่มเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในขุมกำลังครั้งนี้อาจจะอุ่นใจได้บ้างตรงที่นักเตะและทีมงานค่อนข้างรู้ใจกันเป็นอย่างดี และร่วมงานกันมานานจนอาจจะเรียกได้ว่ามองตาก็รู้ใจ แต่การเตรียมงานที่กระชั้นชิดทั้งระยะเวลาในการเก็บตัว และโปรแกรมอุ่นเครื่อง รวมไปจนถึงเกมลีกที่ฟาดฟันมาตลอดทั้งปี น่าจะเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ว่า ทีมชาติไทยจะไปได้ไกลแค่ไหนในเกมที่เข้มข้นระดับทวีป หลังจากที่เพิ่งผ่านอุปสรรคหลายอย่างในระหว่างการเตรียมทีม

ทริงตอง โด น่าจะเป็นหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญในครั้งนี้

ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย

หากเอ่ยถึงทัพ "เหยี่ยวมรกต" แน่นอนว่าชื่อชั้นไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้ยุ่งยาก เพราะผลงานทั้งในระดับชาติสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นขาประจำฟุตบอลโลกในช่วง 2 ทศวรรษหลังสุด รวมถึงเกมในระดับทวีปก็มีลุ้นแชมป์ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร ย่อมเป็นตอกย้ำได้ถึงคุณภาพที่ล้นแก้ว

ส่วนในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมสิงห์ร้ายแห่งคาบสมุทรอาหรับ ได้โค้ชที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนอย่าง อาดรี คอสเตอร์ กุนซือจากแดนกังหันลม ผู้ซึ่งผ่านการคุมทัพมาหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น คลับ บรูช, โรดา เจซี, สตุตการ์ท หรือแม้แต่การเป็นมือขวาของกุนซือระดับโลก ในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดยู-21, อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม น่าจะเป็นเครื่องการันตีชั้นเชิงด้านลูกหนังได้เป็นอย่างดี

ทัพซาอุฯ ยังเติร์ก กับการเสมอ เกาหลีใต้ 0-0 ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด

ส่วนตัวผู้เล่นของทีมเศรษฐีน้ำมันยังเติร์กชุดนี้ แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากในรอบคัดเลือกมากนัก และเข้ารอบมาถึงการเป็นแชมป์กลุ่ม ด้วยผลงาน ชนะ ปาเลสไตน์ 1-0, เสมอ อัฟกานิสถาน 0-0, ไล่ถล่ม เนปาล 6-0 และปิดท้ายด้วยการตบ อิหร่าน คาบ้าน 2-1

ส่วนผลงานในการอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีพอสมควรเมื่อมีนายใหญ่ชาวดัตช์เข้ามาขัดเกลา ถึงแม้จะมีรอยด่างพร้อยอยู่บ้าง จากการพ่ายคาบ้านต่อ อิรัก ในบ้านที่กรุงริยาดถึง 3-0 แต่ก่อนหน้านั้น 3 นัด ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ เมื่อเอาชนะ กาตาร์, บาห์เรน และ ยูเออี รวมถึงในเกมอุ่นเกือกล่าสุด ก็สามารถเสมอกับ เกาหลีใต้ 0-0

ความน่าจะเป็น

ถึงแม้ว่าทีมชาติไทยจะรวมตัวกันมาค่อนข้างยาวนาน แต่ด้วยการเตรียมทีม และการอุ่นเครื่องของทัพเศรษฐีน้ำมันจูเนียร์ที่มีมากกว่า และค่อนข้างต่อเนื่อง จึงคาดว่า ซาอุดีอาระเบีย น่าจะเป็นต่ออยู่พอสมควร รวมถึงข้อได้เปรียบในเรื่องของรูปร่าง ที่น่าใช้ทีเด็ดในเรื่องของลูกกลางอากาศเป็นทีเด็ด และสร้างจังหวะทำประตูออกนำตั้งแต่ต้นเกม แต่หากทัพช้างศึกยังเติร์กสามารถต้านเอาไว้ได้และยืนระยะจนถึงช่วงท้ายเกม เชื่อว่าเกมนี้น่าจะมีลุ้นกันยาวๆ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    51.2%
  • ไม่ชอบ
    4.3%
  • สนุก
    1.6%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    2.3%
  • ให้กำลังใจ
    39.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement